เราปรับลดประมาณการปีนี้ลง 3% เป็นขาดทุนสุทธิ 619 ล้านบาท เนื่องจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยสูงขึ้นมีผลมากกว่าปริมาณน้ำมันที่เติมเครื่องบินเพิ่มขึ้น
โดยเราได้ปรับสมมติฐานค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยขึ้นจากเดิม 43% เป็น 441 ล้านบาทในปีนี้ และปรับของปีหน้าขึ้นอีก 39% เป็น 431 ล้านบาท หลังจากที่บริษัทรายงานค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นถึง 75% QoQ เป็น 129 ล้านบาทใน 2Q64 เนื่องจากไม่สามารถ capitalize ต้นทุนการกู้ยืมของโครงการขยายท่อส่งน้ำมันในภาคเหนือของ FPT ได้ตั้งแต่ 2Q64 เป็นต้นไป เนื่องจากเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์เต็มรูปแบบแล้วในเดือนกันยายน ในขณะเดียวกันเราปรับเพิ่มปริมาณน้ำมันที่เติมเครื่องบินของ BAFS ขึ้นจากเดิม 23% เป็น 1,633 ล้านลิตรในปี 2564 (แต่ยังต่ำกว่าเป้าของผู้บริหารที่ให้ไว้ตอนจัด Oppday รอบ 2Q64 ที่ 1,900 ล้านลิตร) เนื่องจากมีจำนวนเที่ยวบินขนส่งสินค้าเพิ่มขึ้นเป็น 9,133 เที่ยวใน 1H64 (+45% YoY) แต่อย่างไรก็ตาม เราปรับลดปริมาณน้ำมันที่เติมเครื่องบินในปีหน้าลงจากเดิม 16% เหลือ 3,404 ล้านลิตร เนื่องจากนักวิเคราะห์กลุ่มท่องเที่ยวของ KGI ปรับลดประมาณการจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในปีหน้าลง 52% เหลือ 12.0 ล้านคน นอกจากนี้ เรายังปรับลดรายได้จากธุรกิจขนส่งเชื้อเพลิงปีนี้ลง 10% เหลือ 500 ล้านบาท และปีหน้าลง 24% เหลือ 699 ล้านบาท เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ระบาดในปีนี้และความล่าช้าในการเชื่อมท่อส่งน้ำมันภาคเหนือของ FPT กับท่อส่งน้ำมันของ Thai Petroleum Pipeline (Thappline) ในปีหน้า ดังนั้นเราจึงปรับลดประมาณการกำไรปี 2565 ลงจากเดิม 48% เหลือ 123 ล้านบาท
คาดว่าจะขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ ใน 3Q64F
เราคาดว่า BAFS ขาดทุนสุทธิ 197 ล้านบาทใน 3Q64 แย่ลง 10% YoY และ 13% QoQ โดยผลประกอบการที่แย่ลงทั้ง YoY และ QoQ จะเป็นเพราะจำนวนเที่ยวบินที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองลดลงอย่างมาก เนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ที่ระบาดหนักในประเทศไทยใน 3Q64 ทั้งนี้ Airports of Thailand (AOT.BK/AOT TB)* รายงานว่าจำนวนเที่ยวบินทั้งหมดที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมืองลดลงถึง 57% YoY และ 40% QoQ เหลือ 23,686 เที่ยวใน 3Q64 ดังนั้นเราจึงคาดว่าปริมาณน้ำมันเครื่องบินที่ BAFS ให้บริการเติมจะลดลง 7% YoY และ 17% QoQ เหลือ 334 ล้านลิตร ทำให้เราคาดว่ารายได้จากการเติมน้ำมันเครื่องบินจะลดลง 17% QoQ เหลือ 170 ล้านบาท ในขณะที่รายได้จากการขนส่งเชื้อเพลิงจะลดลงเล็กน้อย 2% QoQ เหลือ 120 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจาก COVID-19 ใน 3Q64 แทบจะหักล้างกันไปพอดีกับการเริ่มดำเนินการเฟสที่สองของโครงการขยายท่อส่งน้ำมันในภาคเหนือของ FPT ในเดือนกันยายน นอกจากนี้ เรายังคาดว่าผลประกอบการจากโรงไฟฟ้า solar farm เจ็ดโครงการกำลังการผลิตรวม 35MW ในประเทศไทยจะลดลง QoQ เนื่องจาก 3Q64 เป็นช่วงฤดูฝน
Valuation & Action
เรายังคงคำแนะนำซื้อ BAFS และคงราคาเป้าหมาย SoTP ปี 2565 ที่ 33.00 บาท โดยเราประเมินมูลค่าธุรกิจการเติมน้ำมันเครื่องบินและการขนส่งเชื้อเพลิงที่ 29.00 บาท อิงจาก P/E ใหม่ที่ 22x จากเดิม 20xและ EPS ปี 2566 หักส่วนลดหนึ่งปีโดยใช้ WACC ที่ 6.1% นอกจากนี้ เรายังประเมินมูลค่า solar farm เก้าโครงการด้วยวิธี DCF ที่ 4.00 บาท
Risks
ความผันผวนของอุปสงค์น้ำมันเครื่องบินที่สนามบินสุวรรณภูมิและดอนเมือง, การขนส่งน้ำมันหลายประเภทผ่านท่อส่งน้ำมันของบริษัท และสัดส่วนหนี้สินต่อทุนที่คาดว่าจะสูงถึง 2.3x ในปี 2564









