วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ออกข้าง - หุ้นรายงานพิเศษ ONEE (5 พ.ย. 64)

วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง ปิดบวก 14 จุดเป็นไปในทิศทางเดียวกับตลาดหุ้นภูมิภาค จากผลการประชุม FED ถึงการลด QE และทิศทางการขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งออกมาในทิศทางเดียวกับที่ตลาดคาด

โดยมีแรงซื้อเข้ามามากในหุ้นกลุ่มธนาคาร และกลุ่มการเงิน นำโดยหุ้น KBANK, BBL, SCB, MTC, SAWAD, HENG แต่มีแรงขายในหุ้น PTT, OR จากราคาน้ำมันดิบ ที่ปรับตัวลง ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,626.27 จุด +14.35 จุด +0.89% มูลค่าการซื้อขาย 85,650 ลบ.ต่างชาติ +4,396.30 ลบ. TFEX +7,483 สัญญา ตราสารหนี้ +3,219.93 ลบ.

 

ปัจจัยบวก  

+ WHO ได้ให้การอนุมัติวัคซีน "โควาซิน" (Covaxin) ของบริษัทภารัต ไบโอเทค ผู้ผลิตยาสัญชาติอินเดีย เพื่อใช้ในการป้องกันโรคโควิด-19 เป็นกรณีฉุกเฉิน
+ ครม.ให้เพิ่มวันหยุดราชการเป็นกรณีพิเศษ 4 วันในปี 65 เพื่อเป็นวันหยุดยาวกระตุ้นให้เกิดการเดินทางท่องเที่ยวและส่งผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจของประเทศ
+FETCO รายงานผลสำรวจในเดือน ต.ค.64 พบว่าดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index: ICI) ในอีก 3 เดือนข้างหน้าเพิ่มขึ้น 18.2%MoM แตะระดับสูงสุดตั้งแต่เริ่มจัดทำดัชนี โดยอยู่ในเกณฑ์ "ร้อนแรงอย่างมาก" มีปัจจัยหนุนจากคาดหวังการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว แผนการฉีดวัคซีน และการฟื้นตัวของศก.ในประเทศ ส่วนปัจจัยที่ฉุดความเชื่อมั่นนลท. ได้แก่ ความกังวลต่อสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่หลังเปิดประเทศ การถดถอยของศก.ในประเทศ และสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศ
+/- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 8,148 ราย มีผู้เสียชีวิต 80 ราย รักษาหาย 8,238 ราย

 

ปัจจัยลบ

- ดัชนีดาวโจนส์ปิด ลดลง 33.35 จุด หรือ -0.09% โดยถูกกดดันจากแรงขายหุ้นกลุ่มธนาคาร เนื่องจากการร่วงลงของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ ทำให้นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับความสามารถในการทำกำไรของภาคธนาคารในสภาวะอัตราดอกเบี้ยต่ำ
 

- ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 2.05 ดอลลาร์ หรือ 2.5% ปิดที่ 78.81 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากโอเปคพลัส มีมติเดินหน้าเพิ่มกาลังการผลิต 400,000 บาร์เรล/วันในเดือนธ.ค. นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังได้รับแรงกดดันจากการคาดการณ์ที่ว่า การผลิตน้ำมันของซาอุดีอาระเบียอาจพุ่งขึ้นเหนือระดับ 10 ล้านบาร์เรล/วันในไม่ช้านี้
- WHO ระบุเตือนว่า ยุโรปกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดระลอกใหม่ของไวรัสโควิด-19 และจำนวนผู้เสียชีวิตอาจพุ่งแตะ 500,000 ราย
- กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยในวันนี้ว่า ตัวเลขขาดดุลการค้าของสหรัฐพุ่งขึ้น 11.2% สู่ระดับ 8.09 หมื่นล้านดอลลาร์ในเดือนก.ย. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์
- PMI ภาคบริการขั้นสุดท้ายของยูโรโซน ปรับตัวลงสู่ระดับ 54.6 ในเดือนต.ค. ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 6 เดือน จากระดับ 56.4 ในเดือนก.ย.
- หนังสือพิมพ์ เดอะ นิวยอร์ก ไทมส์ รายงานผลการศึกษาฉบับใหม่เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา (2 พ.ย.) โดยระบุว่า กวางหางขาวจำนวนมากติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในรัฐไอโอวา เขตมิดเวสต์ของสหรัฐ

 

แนวโน้มตลาดวันนี้  

คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสแกว่งตัวออกข้างในลักษณะ Sideway หลังปรับตัวขึ้นแรงวันก่อน โดยมีแรงกดดันจากหุ้นกลุ่มพลังงาน ตามราคาน้ามันดิบ WTI ที่ปรับตัวลง ขณะนักลงทุนยังติดตามการประกาศงบของบริษัทจดทะเบียน มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1620-1,633 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน

• หุ้น Reopening Play : หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว MINT ERW CENTEL AWC SHR AOT AAV BA หุ้นกลุ่มขนส่ง BEM BTS หุ้นกลุ่มห้างสรรพสินค้า CPN CRC MBK หุ้นกลุ่มร้านอาหาร AU M ZEN หุ้นกลุ่มค้าปลีก CPALL BJC MAKRO
• หุ้นได้ประโยชน์จากธปท.คลายกฏ LTV เน้นลงทุนหุ้นอสังหาฯ P/E ต่ำ แนะนำ LH QH AP SPALI SIRI ORI LALIN PSH
• ยอดส่งออกเดือน ก.ย. เติบโต TU NER TWPC SKN HTECH
• หุ้นที่คาดว่าผลประกอบการ 3Q64 ออกมาดี GULF EKH KCE WICE SKN

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

                             ONEE - บมจ. เดอะ วัน เอ็นเตอร์ไพรส์ (IPO 8.5 บาท)

•ประกอบธุรกิจโดยการถือหุ้นในบริษัทอื่น ซึ่งประกอบธุรกิจด้านสื่อและความบันเทิงที่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่คุณค่า ตั้งแต่การเป็นผู้สร้างสรรค์และผลิตรายการ ไปจนถึงการเป็นเจ้าของช่องทางเผยแพร่ที่ครอบคลุมทั้งช่องทางออฟไลน์ และออนไลน์

•สัดส่วนรายได้ในปี 63 แบ่งเป็น (1)รายได้จากการบริการโฆษณาและการประชาสัมพันธ์ 67.7% (2)รายได้จากการบริหารลิขสิทธิ์ 20.6% (3)รายได้จากธุรกิจรับจ้างผลิตและบริการ 7.5% ช่วงปี 61-63 บริษัทมีรายได้จากการดำเนินงาน 2,692 ลบ. 2,692 ลบ. และ 3,127 ลบ. ตามลำดับ คิดเป็น 3-Yr CAGR 7.8% ต่อปี โดยมีกำไรสุทธิในปี 61-63 ที่ 29 ลบ. 178 ลบ. และ 634 ลบ. ส่วนช่วง 1H64 มีรายได้ 2,737 ลบ. +100% มีกำไรสุทธิที่ 455 ลบ. กำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทฯเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ มาจากการเติบโตของรายได้รวม การเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น การลดลงของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร และการลดลงของสัดส่วนค่าใช้จ่ายทางการเงินต่อรายได้รวม

•เสนอขายหุ้นจำนวน 496.25 ล้านหุ้น คิดเป็นร้อยละ 20.8 ของหุ้นทั้งหมด คิดเป็นมูลค่าการเสนอขาย 4,218 ลบ. ราคา Par 2.0 บาท มีวัตถุประสงค์การใช้เงินดังนี้ 1.การลงทุนพัฒนาศักยภาพในการผลิตรายการและเพิ่มงบประมาณผลิตรายการ 500 ลบ. 2.การลงทุนพัฒนาขีดความสามารถของระบบสารสนเทศ 130 ลบ. 3.การปรับโครงสร้างเงินทุนโดยการชำระคืนหนี้เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน 2,200 ลบ. 4.เงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินกิจการ โดยมีหุ้นที่ไม่ติด Silent Period เท่ากับ ร้อยละ 23.1

•P/E เสนอขายที่ 23.2x เมื่อเทียบกับ P/E ของบริษัทที่ประกอบธุรกิจคล้ายกันที่ระดับ 32.9 -75.1 เท่า

 

หุ้นมีข่าว

(+) HTECH ( ฺBloomberg Consensus 8.70 บาท) ลั่นความต้องการ Cutting Tools ถล่มทลายตามฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ รับแห่ใช้ Cloud, IOT และ 5G ไม่รวมอีวี แย้มลูกค้ามีแผนเดินหน้าชิ้นส่วนอีวีมากขึ้น พร้อมลุยลูกค้าใหม่ เดินหน้าอัพกำลังผลิตขยายตลาดสหรัฐ-เวียดนาม จับตาไตรมาส 3/2564 (ที่มา ทันหุ้น)

(+) ETE ( ฺBloomberg Consensus - บาท) ชูแผนงานปี 65 โฟกัสธุรกิจพลังงานเต็มที่ เตรียมกดปุ่มเดินเครื่องโรงไฟฟ้าไบโอแมสต้นปีหน้า ปั๊มกำลังผลิตแตะ 17.64 เมกะวัตต์ ส่งซิกเตรียมลงทุนอีกหลายโครงการ พร้อมลุยโรงงานไม้สับ ดันมาร์จิ้น พร้อมเดินหน้าประมูลงาน 5 พันล้านบาทเติมพอร์ต (ที่มา ทันหุ้น)

(+) KBANK ( ฺBloomberg Consensus 161.00 บาท) แบงก์กสิกรไทย (KBANK) ส่ง KVision เข้าลงทุนใน Seedcom ยักษ์ค้าปลีกเวียดนาม รุกบริการการเงินด้านฟินเทค เผย Seedcom มีลูกค้า SMEs อยู่กว่า 2 แสนราย และลูกค้าผู้บริโภคอีกกว่า 2 ล้านราย ส่วนความเคลื่อนไหวราคาหุ้น KBANK ล่าสุด NVDR ซื้อสุทธิอีกกว่า 2.6 พันล้านบาท ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) LALIN ( ฺราคาเหมาะสม 12.30 บาท) “ลลิล” เผย 10 เดือนแรกกวาดยอดขายสะสม 6,200-6,300 ล้านบาท โต 10-12% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็น 90% ของเป้าทั้งปีที่ตั้งไว้ 7,000 ล้านบาท มั่นใจรายได้ปีนี้มาตามนัด 6,000 ล้านบาท หลังตุนแบ็กล็อก 1,300 ล้านบาท (ที่มา ทันหุ้น)