พอร์ตหุ้นเดือนตุลาคมขยับขึ้นมา 5.3% และ outperform ดัชนี SET ในเดือนตุลาคม ดัชนี SET พักฐานเป็นส่วนใหญ่ตามที่เราคาดไว้ในบทวิเคราะห์กลยุทธ์รายเดือน
โดยในช่วงครึ่งแรกของเดือน ความคาดหวังด้านบวกต่อการเร่งกระจายวัคซีน COVID-19 และแผนการกลับมาเปิดเศรษฐกิจไทยอีกครั้งช่วยขับเคลื่อนให้ตลาดปรับตัวสูงขึ้น แต่เริ่มมีแรงขายออกมามากขึ้น เมื่อดัชนี SET ขยับขึ้นไปทดสอบแนวต้านจิตวิทยาที่ 1,650 จุด ซึ่งตรงกันพอดีกับเป้าดัชนีปีนีของ consensus ในขณะเดียวกัน ภาวะตลาดพลิกกลับมาเป็นลบเล็กน้อยในช่วงครึ่งหลังของเดือนจากความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับภาวะเงินเฟ้อโลก และ ความเป็นได้ที่ Fed อาจจะขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้านี้ ซึ่งเป็นประเด็นที่ฉุดตลาดเอเชีย นอกจากนี้ สถานการณ์ COVID-19 ที่เลวร้ายลงในประเทศจีน และการระบาดของเชื้อสายพันธุ์ใหม่ ‘delta plus’ ยังส่งผลกระทบด้านลบต่อหุ้นท่องเที่ยว และหุ้นในธีมการเปิดประเทศอีกด้วย
ผลตอบแทนของพอร์ตหุ้นของเราในเดือนตุลาคมอยู่ที่ 5.3% outperform ดัชนี SET ที่ขยับขึ้นเพียง 1.0% ในขณะเดียวกัน หุ้น ORI* วิ่งขึ้นมาแรงถึง 13% จากการที่ ธปท. ประกาศผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ไปจนถึงสิ้นปี 2565 ซึ่งจะส่งผลดีต่อบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ระดับกลาง ส่วนหุ้น CPN* ขยับขึ้นถึง 11.8% ซึ่งสะท้อนถึงการผ่อนคลายมาตรการทางสังคม และธีมการเปิดเศรษฐกิจอีกครั้ง ทั้งนี้ อัตราผลตอบแทนสะสมของพอร์ตหุ้นของเราอยู่ที่ 17.8% YTD สูงกว่าดัชนี SET ที่ขยับขึ้นมา 11.8%
มุมมองตลาดเดือนพฤศจิกายน: ความชัดเจนในประเด็นมหภาคโลกจะช่วยขับเคลื่อนเงินทุนไหลเข้าเรามองว่าดัชนี SET น่าจะขยับขึ้นได้บ้างในเดือนพฤศจิกายน โดยธีมการลงทุนที่สำคัญอยู่ที่ความชัดเจนของปัจจัยมหภาคโลก ซึ่งจะทำให้มีกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาด EM และหุ้นไทยแข็งแกร่งมากขึ้น ทั้งนี้ ตลาดจะทราบการตัดสินใจของ FOMC เกี่ยวกับการลดขนาด QE และรายละเอียดที่เกี่ยวข้องว่า Fed จะลดการซื้อสินทรัพย์เร็วแค่ไหนในวันที่ 3 พฤศจิกายน
นอกจากนี้ สภา Congress ของสหรัฐน่าจะได้ข้อสรุปเกี่ยวกับกฎหมายการใช้จ่ายด้านการคลังในกรอบเวลา 10 ปี และแผนการจัดหาเงินทุนรองรับในเร็ว ๆ นี้
ซึ่งเรามองว่ายิ่งกฎหมายฉบับนี้มีวงเงินน้อยเท่าไหร่ ก็จะทำให้อัตราการขึ้นภาษีของสหรัฐน้อยลงเท่านั้น ซึ่งน่าจะเป็นสัญญาณที่ดีต่อตลาดการเงินโลก สำหรับปัจจัยภายในประเทศ เราคาดว่าทั้ง GDP และผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนไทยใน 3Q64 น่าจะได้รับผลกระทบจากมาตการ lockdown เพื่อคุม COVID-19 แต่ตลาดการเงินน่าจะรับรู้ประเด็นนี้ไปมากแล้ว และน่าจะหันไปให้ความสนใจกับจังหวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ รวมถึงอัตราการติดเชื้อ COVID-19 หลังเปิดประเทศในวันนี้มากกว่า
ธีมหุ้นเดือนพฤศจิกายน: เน้นหุ้นธนาคารใหญ่, หุ้นที่ผูกกับเศรษฐกิจในประเทศ และหุ้นพลังงานบางตัว เนื่องจากเรามองบวกมากขึ้นกับแนวโน้มตลาดหุ้นไทย และคาดว่ากระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นจะแข็งแกร่งมากขึ้น เราจึงแนะนำให้นักลงทุนเน้นหุ้นดังต่อไปนี้ กลุ่มแรกคือ ธนาคารขนาดใหญ่ซึ่งอาจจะเป็นเป้าหมายการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติ และยังได้อานิสงส์จากแนวโน้มเศรษฐกิจที่สดใสมากขึ้นในระยะต่อไปด้วย สำหรับหุ้นกลุ่มนี้ เราชอบ BBL* และ KBANK* กลุ่มที่สอง คือ หุ้นที่มีความเชื่อมโยงกับภาวะกับเศรษฐกิจไทยในกลุ่ม commerce และอสังหาริมทรัพย์ อย่างเช่น CPALL*, HMPRO*, LH* และ ORI* ซึ่งหุ้นสามตัวหลังจะยังได้อานิสงส์จากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ดีขึ้นจากการผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ด้วย กลุ่มที่สามคือหุ้นบางตัวในกลุ่มโรงกลั่น อย่างเช่น SPRC* ซี่งจะได้อานิสงส์จาก GRM ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง









