วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เปิดประเทศ (ประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564)

วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงเล็กน้อย เป็นภาพของดัชนีที่ซึมลงทั้งสัปดาห์ โดยมีแรงซื้อหุ้นในกลุ่มธนาคาร ในช่วงท้ายตลาด

หลังจากที่ศบค. ลดพื้นที่สีแดงเข้มเหลือ 7 จังหวัด พร้อมทั้งเพิ่มพื้นที่สีฟ้า ซึ่งเป็นพื้นที่นำร่องท่องเที่ยว 4 จังหวัด ได้แก่ กทม. กระบี่ พังงา และ ภูเก็ต ไม่มีเคอร์ฟิว และให้สามารถนั่งรับประทานเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในร้านได้ ทำให้หุ้นธนาคารที่อิงกับการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ปรับตัวบวก ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,623.43 จุด -0.88 จุด -0.05% มูลค่าการซื้อขาย 66,747 ลบ.ต่างชาติ -3,003.88 ลบ. TFEX -15,405 สัญญา ตราสารหนี้ -1,584.49 ลบ.


ปัจจัยบวก    

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิด +89.08 จุด +0.25% ได้แรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของหุ้นไมโครซอฟท์ช่วยชดเชยการร่วงลงของหุ้นแอมะซอนและหุ้นแอปเปิลหลังเปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวัง
+ ราคาน้ำมันดิบ WTI +76 เซนต์ +0.9% ปิดที่ 83.57 ดอลลาร์/บาร์เรล แต่ลดลง 0.2% ในรอบสัปดาห์นี้ โดยได้แรงหนุนจากการคาดการณ์ที่ว่ากลุ่มโอเปคพลัสจะยังคงลดการผลิตน้ำมันต่อไป
+ นายจง หนานชาน นักระบาดวิทยาชั้นนำของจีนเปิดเผยว่าจีนจะสามารถควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ระลอกล่าสุดได้อย่างมีประสิทธิภาพภายใน 1 เดือน
+ 1 พ.ย. เปิดประเทศวันแรกรับนักท่องเที่ยวต่างชาติและผ่อนคลายมาตรการป้องกันการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 เอื้อต่อการท่องเที่ยว คาดจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจช่วงปลายปี 64 และมีผลดีต่อเนื่องไปยังปี 65
+ สหรัฐเผยดัชนี PCE ซึ่งเป็นมาตรวัดอัตราเงินเฟ้อที่ FED ให้ความสำคัญพุ่ง 4.4% ในเดือนก.ย. สูงสุดรอบกว่า 30 ปีจากการพุ่งขึ้นของราคาอาหารและพลังงาน

 

ปัจจัยลบ   

- นางแนนซี เพโลซี ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐประกาศเลื่อนการโหวตร่างกม.การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานวงเงิน 1 ล้านล้านดอลลาร์ เนื่องจากสมาชิกสภาคองเกรสบางส่วนยังคงมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับร่างกม.ดังกล่าว
 

 

 

- ที่ประชุมกลุ่มผู้นำประเทศมหาอำนาจ G20 อนุมัติข้อตกลงครั้งสำคัญระดับโลกเห็นชอบข้อตกลงจัดเก็บภาษีกำไรของบริษัทที่มีขอบเขตในการทำธุรกิจขนาดใหญ่ในอัตราอย่างน้อย 15% มีผลบังคับใช้ในปี พ.ศ.2566
- WHO เปิดเผยว่า จำนวนผู้ติดเชื้อและผู้เสียชีวิตจากโควิด-19 ทั่วโลกเพิ่มขึ้นเป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน เนื่องจากการแพร่ระบาดพุ่งขึ้นทั่วยุโรป
- ดัชนี PMI ภาคการผลิตของจีนในเดือนต.ค. ขยับลงมาอยู่ที่ 49.2 จากระดับเดือนก.ย.ที่ 49.6 ซึ่งเป็นระดับต่ำกว่า 50 ที่บ่งชี้ถึงภาวะหดตัว
- แกนนำม็อบราษฎรเผยเตรียมรวบรวมรายชื่อค้านมาตรา 112 ยื่นรัฐบาลวันนี้
+/- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 8,859 ราย ATK 3,285 มีผู้เสียชีวิต 47 ราย รักษาหาย 8,253 ราย

 

แนวโน้มตลาดวันนี้  

คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดต่างประเทศ โดยมีแรงหนุนจากหุ้นกลุ่ม Reopening จากการเปิดประเทศวันนี้ ขณะที่นักลงทุนยังติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนอย่างใกล้ชิด มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1615-1,630 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน  

• ค่าการกลั่นปรับตัวขึ้นเป็นบวกต่อ : TOP SPRC ESSO PTTGC
• หุ้น Reopening Play : หุ้นกลุ่มท่องเที่ยว MINT ERW CENTEL AWC SHR AOT AAV BA หุ้นกลุ่มขนส่ง BEM BTS หุ้นกลุ่มห้างสรรพสินค้า CPN CRC MBK หุ้นกลุ่มร้านอาหาร AU M ZEN หุ้นกลุ่มค้าปลีก CPALL BJC MAKRO
• หุ้นได้ประโยชน์จากธปท.คลายกฏ LTV เน้นลงทุนหุ้นอสังหาฯ P/E ต่ำ แนะนำ LH QH AP SPALI SIRI ORI LALIN PSH LPN
• ยอดส่งออกเดือน ก.ย. เติบโต TU NER TWPC SKN HTECH
 

 

 

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

                              EKH - “คาดกำไร 3Q64 ทำ New High”
                                (Bloomberg Consensus 8.75 บาท)

 

•(+) คาดแนวโน้มรายได้และกำไรงวด 3Q64 เติบโตแรงทำนิวไฮ ได้แรงหนุนจาก High Season และยอดผู้ป่วยโควิด-19 ภายในประเทศที่เร่งสูงขึ้น ทำให้ยอดผู้ป่วย IPD โดดขึ้นกว่า 3 เท่าตัว ซึ่งเดิมเฉลี่ย 140 ราย/วัน สู่กว่า 500 ราย/วัน หากนับเฉพาะยอดแอดมิดสำหรับผู้ป่วยโควิด-19 ในเดือน 7 เพียงเดือนเดียวเพิ่มกว่า 1,000 ราย เทียบกับช่วง 2Q64 ทั้งไตรมาสที่ 885 ราย ส่วน %GPM คาดเร่งสูงขึ้นเช่นกันตามจำนวนเคสการรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่มีมาร์จิ้นสูง โดย ผบห.ปรับเป้าการเติบโตของรายได้ทั้งปี 64 เพิ่มขึ้นเป็น 40%YoY จากเดิมคาดโต 20%YoY

•(+) ความเห็น เรามีมุมมองบวกต่อการเติบโตในช่วง 2H64 จากสถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงมีความรุนแรง อย่างไรก็ดี หากสถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลายลง EKH ยังมีปัจจัยบวกจากธุรกิจอื่น อาทิ 1) ธุรกิจ IVF (การทำเด็กหลอดแก้ว) 2) ธุรกิจใหม่ “ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ” ที่ปัจจุบันอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง คาดจะแล้วเสร็จช่วงกลางปีหน้ามารองรับการเติบโต และ 3) ล่าสุดบริษัทเข้าลงทุนใน บมจ. เดอะคลีนิกค์ คลินิกเวชกรรม (CLINIC) (สัดส่วนการลงทุน 10%) ประกอบธุรกิจให้บริการด้านผิวพรรณ ศัลยกรรมความงาม และการดูสุขภาพ ปัจจุบันมีสาขาทั้งหมด 29 สาขา และอยู่ระหว่างการขยายสาขาเพิ่มเติมในอนาคต ทั้งนี้ Bloomberg Consensus คาดกำไรปี 64 ราว 248.5 ลบ. +245%YoY (กำไร 1H64 เท่ากับ 99.4 ลบ. คิดเป็น 40% ของประมาณการทั้งปี 64) EKH-W1 XW วันที่ 2 พ.ย. 64

 

หุ้นมีข่าว

(+) ICN ( ฺBloomberg Consensus - บาท) ICN ชี้คลายล็อกหนุนโครงการขนาดใหญ่ไซซ์พันล้านจ่อคลอด คาดเริ่มเห็นเดือนพฤศจิกายนนี้ ปักเป้าดันแบ็กล็อกสิ้นปีชน 2.5 พันล้านบาท จากปัจจุบัน 1.2-1.3 พันล้านบาท จ่อบุ๊กรายได้ปีนี้ 700-800 ล้านบาท เชื่อปี 64 ผลงานโตตามนัด 40% พร้อมใส่เกียร์ลุยดิจิทัล เล็งเซ็นสัญญาธุรกิจใหม่มูลค่า 500 ล้านบาท ในไตรมาส 4 นี้ (ที่มา ทันหุ้น)

(+) M ( ฺBloomberg Consensus 60.00 บาท) กลับมาเปิดครบ 476 สาขา ดันยอด SSSG ไตรมาส 4/2564 ฟื้นตัวชัด หลังภาครัฐเดินหน้าเปิดประเทศหนุนโอกาสใช้บริการร้านเอ็มเคสุกี้มากขึ้น เตรียมจัดโปรโมชันกระตุ้นยอดเพิ่ม ชูยอดขายออนไลน์ยังดีต่อเนื่อง ลุ้นปีหน้าโต (ที่มา ทันหุ้น)

(+) ORI ( ฺBloomberg Consensus 11.40 บาท) “ออริจิ้น” แตกไลน์ธุรกิจร้านอาหาร ส่ง “วัน ออริจิ้น” เปิดตัว “ออริจิ้น ฟู้ด” บุกธุรกิจร้านอาหารผ่าน 3 แกนหลัก สร้าง Owned Brand-ทา JV-ซื้อแฟรนไชส์ หวังตอบโจทย์อีโคซิสเท็ม นำร่องเปิดตัวร้าน Gin Kitchen-ปั้นแบรนด์ร้านอาหารแบบ All Day Dining ในไตรมาส 4 นี้ (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) SVT ( ฺBloomberg Consensus 3.10 บาท) SVT ส่งซิกผลงานไตรมาส 4/64 แจ่ม! หลังภาครัฐเปิดประเทศ เดินหน้าเพิ่มเครื่องเวนดิ้ง แมชชีน คาดสิ้นปีนี้แตะ 14,300-14,400 เครื่อง พร้อมซุ่มเจรจาพันธมิตรผลิตเครื่องดื่มชูกาลัง เจาะฐานลูกค้ากลุ่มโรงงานอุตสาหกรรม ลุ้นวางจำหน่ายช่วงปลายไตรมาส 1/65 นอกจากนี้เตรียมขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 3 สาขาในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ เริ่มที่ภาคเหนือที่จังหวัดลำพูน (ที่มา ข่าวหุ้น)