เราคาดว่ากำไรสุทธิของ BEC ใน 3Q64 จะอยู่ที่ 168 ล้านบาท (-9% QoQ, +180% YoY) โดยปัจจัยสำคัญที่จะกดดันผลประกอบการใน 3Q64 คือรายได้ลดลงเหลือ 1.34 พันล้านบาท (-11% QoQ, +2% YoY) เนื่องจาก
i) อัตราการขายเวลาโฆษณาลดลงจาก 70% ใน 2Q64 เหลือ 63% ใน 3Q64 ในขณะที่อัตราค่าโฆษณายังทรงตัว QoQ และ ii) คาดรายได้จากการขายคอนเทนท์ไปต่างประเทศ (Global Content Licensing -GCL) ลดลง เพราะไม่มีการออกอากาศละครแบบคู่ขนานในประเทศไทย และจีน จากที่เคยมี 2 เรื่องใน 2Q64 ทั้งนี้ เมื่อเทียบ YoY คาดกำไรจะโตได้แรง เมื่อเทียบกับฐานต่ำ ใน 3Q63 ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทยังมีต้นทุนสูงตามโครงสร้างธุรกิจเก่า
คาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น QoQ ใน 4Q64
เราคาดว่ากำไรสุทธิของ BEC ใน 4Q64 จะเพิ่มขึ้น QoQ เนื่องจาก i) ธุรกิจโฆษณากลับมาโตได้อีกครั้งจากปัจจัยฤดูกาล และสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลายลงไป ซึ่งจะทำให้การจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้นรวมถึงยอดซื้อเวลาโฆษณาด้วย ii) คาดรายได้จากบริการดิจิทัลของบริษัท (การออกอากาศผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์) จะเพิ่มขึ้นตามจำนวนละครใหม่ที่เพิ่มขึ้น ทั้งนี้ BEC ได้เลื่อนการออกอากาศละครแบบคู่ขนานพร้อมกับประเทศจีนจาก 4Q64 เป็นปี 2565 ขณะเดียวกันเราคาดว่ากำไรในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ไม่น่าจะเพิ่มขึ้น YoY ได้เนื่องจากฐานกำไรที่สูงใน 4Q63 เพราะมีการออกอากาศละครแบบคู่ขนานพร้อมกับประเทศจีน จำนวน 2 เรื่อง
ยังคงประมาณการกำไรปี 2564F-2565F เอาไว้ตามเดิม
เนื่องจากเราคาดว่ากำไรสุทธิในงวด 9M64 จะอยู่ที่ 492 ล้านบาท คิดเป็น 74% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา ในขณะที่คาดว่ากำไรน่าจะเพิ่มขึ้น QoQ ใน 4Q64 ดังนั้น เราจึงยังคงประมาณการกำไรสุทธิปี 2564F เอาไว้ที่ 664 ล้านบาท ซึ่งจะฟื้นตัวขึ้นจากขาดทุนสุทธิ 214 ล้านบาทในปี 2563 นอกจากนี้ เรายังคาดว่ากำไรสุทธิจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งเป็น 889 ล้านบาท (+34% YoY) ในปี 2565F จากยอดโฆษณาที่คาดจะโตแข็งแกร่งตามการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ และรายได้ GCL ที่เพิ่มขึ้นจากการออกอากาศรายการละครแบบคู่ขนานพร้อมกับในประเทศจีน ซึ่งถูกเลื่อนจาก 4Q64 ไปเป็นปี 2565F รวมถึงรายได้ที่เพิ่มขึ้นจากบริการดิจิทัลที่มีฐานผู้ชมมากขึ้นตามจำนวนละครใหม่ที่เพิ่มขึ้น
Valuation and action
เรายังคงราคาเป้าหมายปี 2565 เอาไว้ที่ 14.40 บาท (PER ที่ 32.3 เท่า) และยังคงคำแนะนำ ซื้อ BEC
Risks
รายได้ค่าโฆษณาและ GCL ต่ำกว่าที่คาดไว้









