อัตราผลตอบแทนพันธบัตรส่งสัญญาณผสมผสานของแนวโน้มเศรษฐกิจ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรระยะสั้นขยับขึ้นต่อเนื่องสะท้อนมุมมองของเงินเฟ้อ
และการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลกที่มีแนวโน้มจะเกิดขึ้นเร็วกว่าคาดการณ์เดิมของตลาด (ล่าสุดธนาคารกลางแคนาดา ส่งสัญญาณมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด) ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวขยับลง สะท้อนถึงมุมมองเศรษฐกิจระยะยาวที่อาจช้ากว่าคาด หรือได้รับผลกระทบจากเงินเฟ้อและการติดขัดของห่วงโซ่อุปทาน (supply disruption) ทำให้ภาพรวมของ Yield curve นั้นแบนราบลง (flat) ซึ่งในระยะสั้นจะกระตุ้นให้มีแรงขายทำกำไรในกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ได้ โดยเฉพาะถ่านหิน ซึ่งเรายังคงมุมมองระมัดระวังตามที่ได้เตือนในรายงานกลยุทธ์ช่วงเช้า 19 และ 26 ต.ค. ให้ระวังความไม่แน่นอนของผลประกอบการและผลกระทบจากการคุมการใช้พลังงานในจีน และแนะนำให้รอหลังรายงานผลประกอบการก่อนตัดสินใจกลับเข้าลงทุน
กลยุทธ์ยังเน้นไม่ไล่หุ้นที่ขึ้นเยอะ ขณะที่มองหาหุ้นที่ราคาสะท้อนผลประกอบการที่อ่อนตัวไปแล้ว แม้กลุ่มโภคภัณฑ์หลายตัวมีแนวโน้มรายงานกำไรไตรมาส 3/64 ที่ดี ไม่ว่าจะเป็น ถ่านหิน, ปาล์ม และโรงกลั่น แต่ส่วนใหญ่ตลาดรับรู้ไปพอสมควรแล้ว ทำให้อัพไซด์ระยะสั้นอาจจำกัด เรามองหุ้นที่ราคาและผลประกอบการชะลอระยะสั้นจากการปิดเมือง ขณะที่มีแนวโน้มฟื้นตัวจากการเปิดเมือง จะเป็นเป้าหมายการลงทุนที่น่าสนใจกว่า ซึ่งหุ้นในกลุ่มนี้ได้แก่ SCC, FSMART, SFT, HMPRO เป็นต้น ขณะที่หุ้นในกลุ่มเปิดเมืองระยะสั้นอาจผันผวนจากข่าวการระบาดของสายพันธ์เดลต้าพลัสในบางประเทศ โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยวที่แนวโน้มผลประกอบการน่าจะยังขาดทุนอีกหลายไตรมาส
ธีมการลงทุนระยะสั้น 1) กลุ่มโภคภัณฑ์ป้องกันเงินเฟ้อ PTTEP, PTTGC, IVL, TOP, BANPU 2) การเพิ่มเพดานหนี้เป็น 70% และแผนกู้เงินเพิ่ม จะทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรขยับขึ้น ซึ่งบวกกับกลุ่มธนาคารและประกัน อาทิ BBL, KBANK, SCB, BLA, TIPH, THRE (แต่อาจต้องระวังการเคลมประกันโควิด) 3) หุ้นธีมเปิดเมือง CPN, CRC, MINT, CENTEL, ERW, BA 4) เรามองทยอยสะสม สื่อสาร สาธารณูปโภค ADVANC, DTAC, FTREIT, WHART, GULF, GPSC, EGCO, RATCH, EASTW, WHAUP, TTW 5) ผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ได้แก่ SPALI, QH, PSH, ORI, LPN, LH, AP (ตามลำดับ) 6) เก็งกำไรทางเทคนิค RAM, BCH, CHG, TQM, SCGP, JTS, CPN, AMATA, SVI
ภาพรวมกลยุทธ์: แกว่งตัวในกรอบ 1,630-1,650 โดยปลายทางยังเป็นการขึ้นทดสอบ 1,660-1,680 จุด โดยเป็นการสลับขึ้นลงของกลุ่มเปิดเมือง โรงกลั่น ปิโตรเคมี และอสังหาฯ //หุ้นแนะนำ: NEX*, WHART*, ILINK*, FSMART*
แนวรับ: 1,627/ แนวต้าน : 1,635-1,650 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
ประเด็นการลงทุน
สหรัฐถอนใบอนุญาต 'ไชน่าเทเลคอม' - เอฟซีซี สหรัฐลงมติเมื่อวันอังคาร ถอนใบอนุญาตการดำเนินงานในสหรัฐต่อบริษัทในเครือของไชน่า เทเลคอม อ้างกังวลเรื่องความมั่นคงของประเทศ
คาด ECB คงนโยบายเงินหลังประชุมวันนี้ - คาดธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายหลังการประชุมวันนี้ และไม่น่าจะเปิดเผยการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของแผนกระตุ้นเศรษฐกิจฉุกเฉินจนกว่าจะถึงเดือนธันวาคม
ศบค.ประชุม 29 ต.ค. ถกแผนเปิดประเทศ 1 พ.ย. – เคาะแผนรองรับเปิดประเทศ-การระบาดในปี 65-เตรียมปรับพื้นที่สี-มาตรการป้องกันโควิดแบบบูรณาการ โฆษกรัฐบาลเผยทุกฝ่ายขานรับเปิดประเทศ 1 พ.ย. นี้ สธ. เตรียมรองรับ 5 ด้าน กต. เปิดตัว Thailand Pass สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ
'แรบบิท แคช' บุกสินเชื่อ - "กลุ่มบีทีเอส" ส่ง "แรบบิท แคช" ลุยตลาดปล่อยสินเชื่อดิจิทัล ตั้งเป้า 5 ปี พอร์ตสินเชื่อแตะ 1.5 หมื่นล้าน เล็งเข้าจดทะเบียนตลาดหลักทรัพย์ปี 69 คาดเปิดบริการเต็มรูปแบบไตรมาส/65
จีนมีโอกาสเก็บภาษีทรัพย์สิน – คาดส่งผลให้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์กระทบในระยะยาวและเป็นปัจจัยถ่วงการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและอาจรวมถึงโภคภัณฑ์
SCC – กนอ.ออกคำสั่งให้บริษัท มาบตาพุด แทงค์ เทอร์มินัล จำกัด (บ.ย่อยของ SCC) หยุดประกอบกิจการโรงงานในกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับหน่วยถังเก็บแนฟทา เป็นเวลา 30 วัน เป็นถังที่อยู่ระหว่างซ่อมบำรุงและไม่กระทบกับการผลิตของ SCC
ประเด็นติดตาม: - 28 ต.ค. – BOJ meeting, ECB meeting, US GDP 3Q21, US initial jobless claimes
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









