เกษตรกร ’เจนใหม่’ ปลูกผักไร้สารขายห้างฯ

เกษตรกรหนุ่ม-สาวรุ่นใหม่ หัวใส คิดใหม่ ทำใหม่ อย่างเป็นระบบ หันผลิตพืชผักปลอดสารพิษ รวมทั้งผักพื้นบ้าน เป็นธุรกิจส่งป้อนตลาดสด และห้างสรรพสินค้า ทำให้มีรายได้เข้ากระเป๋าเป็นกอบเป็นกำทุกวัน
เนชั่นทีวีลงพื้นที่อำเภอปะเหลียน จังหวัดตรัง พาไปดูตัวอย่างเกษตรกรหนุ่ม – สาว รุ่นใหม่ไฟแรง ที่คิดใหม่ ทำใหม่ ปรับตัวตามสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปของสังคม ที่คิดว่าการปลูกยางพาราในขณะนี้ไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ เพราะความไม่แน่นอนด้านราคา และต้องขึ้นอยู่กับลมฟ้าอากาศ ประกอบกับยุคปัจจุบันคนหันมาเอาใจใส่ดูแลสุขภาพกันมากขึ้น โดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน จึงจับมือกันปลูกพืช ผัก ที่นิยมของตลาด รวมทั้งผักพื้นบ้านปลอดสารพิษ เพื่อป้อนตลาดสด ตลาดนัด ตลาดเพื่อสุขภาพ และห้างสรรพสินค้า โดยวางแผน และคิดอย่างเป็นระบบ ให้สามารถมีผลผลิตที่หลากหลายออกสู่ตลาด มีเงินรายได้เข้ากระเป๋าอย่างมั่นคง ทุกวัน
เจ้าของแบรนด์ บ้านสวนนายเฮ็ก หทัยรัศ หยงสตาร์ บอกว่า ผลิตสินค้าจากสวนตนเองและรวบรวมผลผลิตจากลูกฟาร์มส่งป้อนห้างสรรพสินค้าและตลาดนัดสุขภาพ โดยใช้พื้นที่ว่างกลางร่องสวนยางพารา และพื้นที่ว่างรอบๆบริเวณบ้านปลูกสับปะรด 4 สายพันธุ์ และปลูกอ้อย 2 สายพันธุ์ รวมทั้งสารพัดผักพืชบ้าน เช่น มะเขือพวง มะนาว พริกไทยพันธุ์ปะเหลียน ยอดมะม่วงหิมพานต์
หทัยรัตน์ บอกว่า ครอบครัวทำอาชีพเกษตรกรรมมานาน และยังเป็นเกษตรกรรุ่นใหม่ หรือ Young Smart Farmer ตั้งแต่ปี 2559 โดยมีการรวบรวมผลผลิตกับพี่ในกลุ่มแล้วติดต่อจำหน่ายผลผลิตในห้างสรรพสินค้า ช่วงนั้นมีแค่สับปะรดและน้ำอ้อยสด แต่มีปัญหาเรื่องการบริหารจัดด้านตลาด ทำให้กลุ่มต้องเลิกไป แต่ตนเองมองเห็นโอกาส จึงทำต่อมา และเพิ่มผลผลิตเป็นผักปลอดสารพิษ และผักพื้นบ้านที่หลากหลายข้างบ้าน แต่ปรากฎว่าทำคนเดียวไม่ได้ ไม่มีผักเพียงพอที่จะป้อนตลาด จึงต้องวางแผนการตลาดเป็นระบบ เพื่อให้สามารถมีผักป้อนตลาดสดใหม่จากสวนได้ทุกวัน จึงต้องหาลูกฟาร์ม ขณะนี้มีรวมกันประมาณ 5-6 ราย ที่ผลิตพืชผัก โดยแบ่งกันปลูก เช่น บางรายปลูกผักเหมียง ผักกูด ผักหวาน ผักพื้นบ้านอื่นๆ และผักที่นิยมโดยทั่วไปในตลาด แต่ต้องปลอดสารพิษเท่านั้น และส่งจำหน่ายในห้างสรรพสินค้าจังหวัดตรังและที่กรุงเทพฯ
สาเหตุที่ทำธุรกิจนี้ เพราะเป็นคนใต้อาชีพหลักคือทำสวนยางพารา แต่ปัจจุบันไม่สามารถอยู่ได้ เพราะรายได้ไม่แน่นอน ประกอบกับกระแสรักสุขภาพมาแรง จึงเปลี่ยนอาชีพ และต้องวางแผนการตลาดให้มีสินค้าส่งจำหน่ายได้ทุกวัน ซึ่งราคาพืชผักปลอดสารพิษที่ส่งขายในห้างสรรพสินค้าจะสูงกว่าราคาในท้องตลาดประมาณ 30 -50% สามารถทำรายได้เป็นอย่างดี







