ตัวเลขส่งออก ก.ย. +17.10% ดีกว่าตลาดคาดที่ 11.75% ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7 ขณะที่แนวโน้มก.ย.แข็งแกร่งกว่าค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี (ซึ่งมักจะเห็นการส่งออกชะลอตัวลงไปจนสิ้นปี)
ขณะที่ ก.ย.64 ตัวเลขส่งออกสูงกว่า ก.ค.และส.ค. โดยสินค้าที่ผลักดันการส่งออก 5 อันดับแรก ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป (+114.4%), คอมพิวเตอร์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ (+22.6%), เคมีภัณฑ์ (+55.8%), เม็ดพลาสติก (+40.3%), ยางพารา (+83.6%) //สินค้าที่กดดันการส่งออก 5 อันดับได้แก่ ทองคำยังไม่แปรรูป (-52.6%), ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็ง (-22.0%), อาหารทะเลกระป๋อง (-18.2%), ไก่แปรรูป (-26.4%), สินค้าปศุสัตว์อื่นๆ (-66.3%) // จะเห็นว่าสินค้าโภคภัณฑ์และอิเล็กทรอนิกส์ ยังได้อานิสงค์จากการส่งออกที่ฟื้นตามเศรษฐกิจโลก ขณะที่กลุ่มอาหาร ยังคงโดนผลกระทบทั้งจากราคาเนื้อสัตว์ที่ลดลง และต้นทุนอาหารสัตว์ที่สูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมา
ภาพรวมที่เราน่าจะเห็นจากงบไตรมาส 3/64 และปัจจัยที่ต้องติดตาม 1) ผลการดำเนินงานในหลายอุตสาหกรรมจะได้รับผลกระทบจากการปิดเมือง 2) รายได้ค่าเช่ามีแนวโน้มต่ำกว่าคาด เพราะการให้ส่วนลดเพื่อช่วยเหลือผู้ค้า 3) หุ้นส่วนใหญ่จะได้ประโยชน์จากการปลับมาเปิดเมืองในช่วงไตรมาส 4/64 4) กลุ่มเปิดเมืองที่ได้ประโยชน์จากกำลังซื้อในประเทศมีแนวโน้มฟื้นตัวได้เร็วกว่าที่ต้องอาศัยนักท่องเที่ยวต่างชาติ 5) การค้นพบผู้ติดเชื้อสายพันธ์เดลต้าพลัส และข่าวจีนเริ่มกลับมาใช้มาตรการเข้มข้นในการควบคุมการระบาดระลอกใหม่ที่เกิดในหลายมณฑล อาจเป็นปัจจัยกดดันภาพรวมการลงทุนระยะสั้น โดยเฉพาะกลุ่มท่องเที่ยวที่แนวโน้มผลประกอบการน่าจะยังขาดทุนอีกหลายไตรมาส
ธีมการลงทุนระยะสั้น 1) กลุ่มโภคภัณฑ์ป้องกันเงินเฟ้อ PTTEP, PTTGC, IVL, TOP, BANPU 2) การเพิ่มเพดานหนี้เป็น 70% และแผนกู้เงินเพิ่ม จะทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรขยับขึ้น ซึ่งบวกกับกลุ่มธนาคารและประกัน อาทิ BBL, KBANK, SCB, BLA, TIPH, THRE (แต่อาจต้องระวังการเคลมประกันโควิด) 3) หุ้นธีมเปิดเมือง CPN, CRC, MINT, CENTEL, ERW, BA 4) เรามองทยอยสะสม สื่อสาร สาธารณูปโภค ADVANC, DTAC, FTREIT, WHART, GULF, GPSC, EGCO, RATCH, EASTW, WHAUP, TTW 5) ผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ได้แก่ SPALI, QH, PSH, ORI, LPN, LH, AP (ตามลำดับ) 6) เก็งกำไรทางเทคนิค RAM, BCH, CHG, TQM, SCGP, JTS, CPN, AMATA, SVI
ภาพรวมกลยุทธ์: แกว่งตัวในกรอบ 1,630-1,650 โดยปลายทางยังเป็นการขึ้นทดสอบ 1,660-1,680 จุด โดยเป็นการสลับขึ้นลงของกลุ่มเปิดเมือง โรงกลั่น ปิโตรเคมี และอสังหาฯ //หุ้นแนะนำ: SCC*, NEX*, WHART*, VPO*
แนวรับ: 1,627-1,630/ แนวต้าน : 1,650-1,660 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%
ประเด็นการลงทุน
สหรัฐออกระเบียบวัคซีนใหม่แก่ผู้เดินทางต่างชาติ - ไบเดน กำหนดระเบียบวัคซีนใหม่สำหรับชาวต่างชาติที่จะเดินทางทางอากาศเข้าสหรัฐ และยกเลิกข้อจำกัดในการเดินทางอย่างรุนแรงในก่อนหน้านี้ที่มีต่อจีน อินเดีย และประเทศส่วนใหญ่ในยุโรป โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 8 พฤศจิกายนนี้
ไฮสปีด อีอีซีสะดุด แบงก์ยันโครงการมีความเสี่ยง - ไฮสปีดเทรนอีอีซีจ่อสะดุด โควิดฉุดความเชื่อมั่นโครงการลดลง สถาบันการเงินเมินปล่อยกู้ หลังเจ้าของโปรเจ็กต์เครือซีพีขอผ่อนจ่ายค่าสิทธิบริหารแอร์พอร์ต เรลลิงก์ ติดขัดวงเงินกู้เกินเพดาน ต้องดิ้นขอขยายระยะเวลาโครงการ
น้ำท่วมภาคเกษตรอ่วม 5.5 ล้านไร่ - น้ำท่วมกระทบหนักภาคเกษตรกว่า 5.5 ล้านไร่ ข้าวมากสุด 3.8 ล้านไร่ พืชผักใช้แปรรูปส่งออกเสียหายรง.แปรรูปลดผลิต 50% เร่งเจรจาคู่ค้าขอชะลอส่งมอบ ชวดโอกาสรับออร์เดอร์ใหม่
ร.ฟ.ท.เปิดแผนพัฒนา คลองสานมูลค่า 839 ล. – ร.ฟ.ท. จัด Market Sounding เอกชน เปิดแผนพัฒนาพื้นที่ตลาดคลองสาน เป็นโรงแรม-ร้านอาหาร มูลค่าลงทุนกว่า 839 ล้านบาท คาดเปิดประมูลได้ปี 65
ประเด็นติดตาม: - 27 ต.ค. – TH industrial production เดือน ก.ย., US oil inventories / 28 ต.ค. – BOJ meeting, ECB meeting, US GDP 3Q21, US initial jobless claimes
(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)









