เริ่มมองหาหุ้นที่ผลการดำเนินงานกำลังต่ำสุดและดีขึ้น

เริ่มมองหาหุ้นที่ผลการดำเนินงานกำลังต่ำสุดและดีขึ้น

กลุ่มโภคภัณฑ์มีแนวโน้มทำให้ภาพรวมระยะสั้นผันผวน แม้ภาพรวมกลุ่มโภคภัณฑ์ได้รับอานิสงค์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและปัญหาขาดแคลนพลังงานที่เป็นปัจจัยบวกต่อราคาน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ และถ่านหิน

อย่างไรก็ตามผลการดำเนินงานไตรมาส 3/64 ของหุ้นรายตัวอาจผันผวนหรือคาดเดาได้ยากเนื่องจากอาจมีรายการ ขาดทุนจากการประกันความเสี่ยง (hedging loss) ลดทอนกำไรปกติของหุ้น โดยเฉพาะกลุ่มถ่านหิน ซึ่งเราได้เตือนประเด็นดังกล่าวไว้ล่วงหน้า ดังนั้นช่วงสั้นเรายังอยากให้นักลงทุนระมัดระวังในหุ้นกลุ่มที่ตลาดตอบรับปัจจัยบวกไปมาก และอาจมาเริ่มสนใจหุ้นที่กำไรไตรมาส 3/64 ชะลอตัว ขณะที่ราคาก็ได้ตอบรับปัจจัยลบไปแล้ว ทำให้หุ้นในกลุ่มนี้มีแนวโน้มฟื้นตัวในช่วงต่อไปได้ดีกว่า ซึ่งหุ้นที่น่าสนใจ ได้แก่ SCC, FSMART, SFT

กลุ่ม Industrial REITs มีแนวโน้มรายงานกำไรที่ดีในไตรมาส 3/64 WHART และ FTREIT จะค่อนข้างโดดเด่น เนื่องจากกิจกรรมการผลิตไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด และมีอัตราการเช่าที่อยู่ในระดับสูง ทำให้กำไรเติบโตทั้ง QoQ และ YoY ขณะที่ Commercial REITs อย่าง CPNREIT แม้จะมีอัตราการเช่าทรงตัวในระดับสูง 91% แต่จะยังได้รับผลกระทบจากการปรับลดค่าเช่าเฉลี่ยในไตรมาส 3/64 ที่อัตรา 55% (จากไตรมาส 2/64 ที่ 41%) เราให้น้ำหนักการลงทุนที่เท่ากับตลาด (Market weight) โดยชอบกลุ่ม Industrial REITs ที่ยังเติบโตได้ดี และให้ผลตอบแทนปันผลในระดับ 5-6% และให้เป็นหุ้นเด่นทั้ง WHART และ FTREIT

 

 

ธีมการลงทุนระยะสั้น 1) กลุ่มโภคภัณฑ์ป้องกันเงินเฟ้อ PTTEP, PTTGC, IVL, TOP, BANPU 2) การเพิ่มเพดานหนี้เป็น 70% และแผนกู้เงินเพิ่ม จะทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรขยับขึ้น ซึ่งบวกกับกลุ่มธนาคารและประกัน อาทิ BBL, KBANK, SCB, BLA, TIPH, THRE (แต่อาจต้องระวังการเคลมประกันโควิด) 3) หุ้นธีมเปิดเมือง CPN, CRC, MINT, CENTEL, ERW, BA 4) เรามองทยอยสะสม สื่อสาร สาธารณูปโภค ADVANC, DTAC, FTREIT, WHART, GULF, GPSC, EGCO, RATCH, EASTW, WHAUP, TTW 5) ผ่อนคลายเกณฑ์ LTV ได้แก่ SPALI, QH, PSH, ORI, LPN, LH, AP (ตามลำดับ) 6) เก็งกำไรทางเทคนิค RAM, BCH, CHG, TQM, SCGP, JTS, CPN, AMATA, SVI

ภาพรวมกลยุทธ์: แกว่งตัวในกรอบ 1630-1650 โดยปลายทางยังเป็นการขึ้นทดสอบ 1,660-1,680 จุด โดยเป็นการสลับขึ้นลงของกลุ่มเปิดเมือง โรงกลั่น ปิโตรเคมี และอสังหาฯ //หุ้นแนะนำ: SCC*, SPALI*, WHART*, SFT*

แนวรับ: 1,627-1,639/ แนวต้าน : 1,650-1,660 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

 

 

 

 

ประเด็นการลงทุน

ประกันข้าว-มัน-ข้าวโพดปี3 - ครม.อนุมัติเดินหน้าโครงการประกันรายได้ปี 3 สินค้า "ข้าว มัน ข้าวโพด" วงเงินรวม 27,000 ล้านบาท

'คลัง' จ่อหั่นภาษีนำเข้าดันตลาด 'อีวี' 30% ปี 68 - คลังเล็งคลอดมาตรการส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้าปี 2565 เตรียมลดภาษีนำเข้า กดราคาขายในประเทศให้ถูกลงพร้อมอัดแพ็คเกจเพิ่มแรงจูงใจคนซื้อตอบสนองนโยบายรัฐบาล หนุนยอดผลิตอีวีให้ได้ 30% ภายในปี 2568

อสังหาฯชงรัฐต่ออายุลดค่าโอนฯ - ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ แนะรัฐบาลขยายเวลาลดค่าธรรมเนียมโอน-จดจำนอง พร้อมปรับเพดานราคามากกว่า 3 ล้านบาท คลุมตลาดบ้านมือสองมูลค่า 8 แสนล้าน เร่งกระตุ้นตลาด หวังปี 65 ฟื้น

EKH– บอร์ด EKH ไฟเขียวเพิ่มทุน 75 ล้านบาท พร้อมแถมวอร์แรนต์ฟรีให้กับผู้ถือหุ้น ในสัดส่วน 4 หุ้นเดิมต่อ 1 วอร์แรนต์ จำนวนไม่เกิน 150 ล้านหน่วย

ประมูลลูกค้าบัตร Citibank – สื่อตปท.รายงาน BBL, BAY และ TTB เป็น 3 ธนาคารในประเทศที่สนใจ ขณะที่ธนาคารในภูมิภาคที่เข้าประมูลคือ UOB

DTAC – รายงานกำไรไตรมาส 3/64 ที่ 832 ล้านบาท -45.6% QoQ และ 42.1% YoY ต่ำกว่าที่เราและตลาดคาด 12% และ 15% ตามลำดับ เนื่องจากต้นทุนในการให้บริการและเครื่องโทรศัพท์ (subsidy) ที่สูงกว่าคาด อย่างไรก็ตามสถานการณ์จากนี้น่าจะเริ่มดีขึ้น ทั้งจากกิจกรรมเศรษฐกิจและการเปิดประเทศ

APURE – ออกใบสำคัญแสดงสิทธิ์ APURE-W3 อายุ 3 ปี ราคาใช้สิทธิ์7 บาท ให้ผู้ถือหุ้นเดิมในอัตราส่วน 2:1 โดย XM 4 พ.ย. / ประชุม 8ธ.ค. / XW 16 ธ.ค.

 

ประเด็นติดตาม: -  27 ต.ค. – TH industrial production เดือน ก.ย., US oil inventories / 28 ต.ค. – BOJ meeting, ECB meeting, US GDP 3Q21, US initial jobless claimes

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)