AAV ปรับแผนเพิ่มทุน 8 พันล้านหุ้น ระดมเงิน 1.4 หมื่นล้าน เพิ่มสภาพคล่อง-ซื้อหุ้นไทยแอร์เอเชีย 100% "บล.ทิสโก้" ชี้ระยะยาวหนุนฐานะการเงินแกร่ง จากแผนเดิมได้เงินเพียง 6 พันล้าน คาดปี 64-66 ยังขาดทุน เชื่อพลิกกำไรปี 67 "บล.กสิกรไทย" อัพเป้าราคาเหมาะสมปี 65 เป็น 3.51 บาทต่อหุ้น
นายธรรศพลฐ์ เเบเลเว็ลด์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV เปิดเผยว่า บริษัทได้ทบทวนแผนการปรับโครงสร้างกิจการและทุนใหม่ เนื่องจากแผนเดิมที่บอร์ดอนุมัติไว้เมื่อวันที่ 26 เม.ย.2564 นั้นมีความซับซ้อน และใช้เวลาในการดำเนินการค่อนข้างมาก
ทั้งนี้แผนใหม่คือ บริษัทจะเพิ่มทุนจดทะเบียน จำนวน 8,000 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท ที่ราคาหุ้นละ 1.75 บาท มูลค่า 14,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ไม่เกิน 5,028.57 ล้านหุ้น เสนอขายแก่บุคคลในวงจำกัด (PP), จำนวน 1,714.28 ล้านหุ้น เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัท (RO) และอีกไม่เกิน 1,257.14 ล้านหุ้น เพื่อรองรับการแปลงสภาพ
สำหรับสาเหตุการเพิ่มทุนเนื่องจากบริษัทฯ ขาดสภาพคล่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เป็นระยะเวลายาวนาน และเพื่อปรับโครงสร้างการถือหุ้นในไทยแอร์เอเชีย (TAA)เป็น 100% จากเดิม 55% คาดว่าแผนการเพิ่มทุนดังกล่าวเสร็จอย่างช้าไม่เกินไตรมาส 1 ปี 2565
นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บล.ทิสโก้ กล่าวว่า ในระยะสั้น แผนการปรับโครงสร้างใหม่เป็นปัจจัยลบต่อบริษัท เนื่องจากการเพิ่มทุนในครั้งนี้ส่งผลให้เกิดผลกระทบต่อราคาหุ้น (Dilution Effect) เพิ่มขึ้น จากแผนเดิมสิทธิของผู้ถือหุ้นเดิม (ความเป็นเจ้าของ) ลดลงเหลือ 73% ขณะที่แผนใหม่สิทธิของผู้ถือหุ้นเดิมลดลงเหลือ 37% เพราะมีการเพิ่มทุน PP การออกหุ้นกู้แปลงสภาพ ฯลฯ เข้ามาร่วมด้วย
ทั้งนี้ในระยะยาวมองเป็นปัจจัยบวก เพราะแผนเดิมบริษัทจะได้รับเงินเพียง 6,000 ล้านบาท ขณะที่แผนใหม่ได้เงิน 14,000 ล้านบาท รวมถึงกรอบเวลาที่ตั้งเอาไว้ในไตรมาส 1 ปี 2565 ก็เป็นกรอบเวลาที่ทำได้เร็วกว่าแผนเดิม โดยคาดว่าผู้ถือหุ้นมีแนวโน้มจะอนุมัติแผนเพิ่มทุนดังกล่าวในการประชุมวันที่ 26 พ.ย.
สำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานของ AAV คาดว่ายังต้องใช้เวลาอีกนาน กว่าจะกลับมาทำกำไร โดย บล.ทิสโก้ คาดว่าในปี 2564-2566 บริษัทจะยังเผชิญผลขาดทุนอยู่ที่ 14,000 ล้านบาท 6,700 ล้านบาท และ 930 ล้านบาท ตามลำดับ ก่อนจะพลิกกลับมาทำกำไรในปี 2567
ขณะที่คำแนะนำลงทุน แนะนำ “ขาย” เพราะราคาหุ้นปัจจุบันเต็มมูลค่าแล้ว จากราคาเหมาะสม 2.60 บาท
นายพชระ เลิศวิราม นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า สำหรับแผนการปรับโครงสร้างของ AAV ล่าสุด มองเป็นปัจจัยบวก เพราะมีความซับซ้อนน้อยกว่าแผนการปรับโครงสร้างเดิม อีกทั้งสามารถสะท้อนมูลค่าของ AAV ที่อยู่ใน TAA ได้ดีกว่า จากแผนการเข้าถือหุ้นใน TAA 100%
ขณะที่ภายหลังชำระคืนเงินกู้ธนาคารพาณิชย์ 3,900 ล้านบาท และซื้อหุ้น TAA 3,900 ล้านบาท บริษัทจะเหลือเงินทุนหมุนเวียนอีก 6,200 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ลดลงเหลือ 1.36 เท่า จากปัจจุบันที่ 3.63 เท่า ซึ่งจะช่วยเพิ่มศักยภาพของบริษัทในการขยายส่วนแบ่งตลาด (Market Share) ของธุรกิจการบินหลังโควิด-19
ทั้งนี้ บล.กสิกรไทย คาดการณ์ AAV จะเผชิญผลขาดทุนในปี 2564-2565 ที่ 6,100 ล้านบาท และ 2,800 ล้านบาท ตามลำดับ โดยคาดว่าจะกลับมามีกำไรในปี 2566 ที่ 846 ล้านบาท โดยปรับคำแนะนำเป็น “มากกว่าตลาด” (Outperform) รวมถึงปรับเพิ่มราคาเหมาะสมปี 2565 จาก 2.97 บาทต่อหุ้น มาอยู่ที่ 3.51 บาทต่อหุ้น









