ประธานสมาคมผู้ค้าปลีกไทย ญนน์ โภคทรัพย์ ระบุ นโยบายการเปิดประเทศในวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 ถือเป็นสัญญาณที่ดีจากภาครัฐ ในการเปิดรับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนต่างชาติให้เข้าประเทศไทยโดยไม่ต้องกักตัว เพื่อร่วมผลักดันเศรษฐกิจไทยเข้าสู่การฟื้นฟูอย่างเต็มรูปแบบ
สมาคมฯมองว่าการกระตุ้นกำลังซื้อภายในประเทศยังเป็นวาระเร่งด่วนที่รัฐต้องเจาะตรงกลุ่มเป้าหมายผู้ที่มีกำลังซื้อสูง โดยนำโครงการช้อปดีมีคืนกลับมาอีกครั้ง และเพิ่มวงเงินเป็น 2 แสนบาท เพื่อกระตุ้นความเชื่อมั่นให้กลับมาโดยเร็ว
สมาคมฯยังได้จัดทำ TRA Poll “ภาคการค้าปลีกและบริการพร้อมเปิดประเทศ ภายใต้เงื่อนไขมิติเศรษฐกิจและสาธารณสุข” โดยสำรวจความเห็นผู้บริหารกลุ่มค้าปลีก ค้าส่ง และบริการ 283 ราย คลุมทุกภาคของประเทศ พบว่า 62.1% มองว่ามาตรการสาธารณสุขที่เข้มข้น และจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่ค่อย ๆ ลดลง จึงเห็นควรที่รัฐจะเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวต่างชาติตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายนเป็นต้นไป
อย่างไรก็ตาม รัฐบาลจะต้องเตรียมความพร้อมเพื่อควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด 19 อย่างจริงจังและเข้มข้น เนื่องจากผู้บริหารยังมีความกังวลต่อการเปิดประเทศ โดย 73.2% เห็นว่าประชาชนยังไม่ได้รับวัคซีนตามเกณฑ์ที่เพียงพอต่อการเปิดประเทศ และ 60.9% เห็นว่าผู้ติดเชื้อยังอยู่ในเกณฑ์สูง
รัฐจึงต้องเร่งการฉีดวัคซีนให้ครอบคลุม 70% ของประชากรทั้งประเทศภายในปีนี้ เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ รวมทั้งต้องจัดหาวัคซีนที่มีคุณภาพ และมีจำนวนที่เพียงพอจนถึงปี 2565 และการเพิ่มช่องทางการเข้าถึงชุดตรวจ ATK ที่สะดวกและราคารับได้
นอกเหนือจากการดำเนินมาตรการทางสาธารณสุขอย่างเข้มงวดแล้ว รัฐบาลต้องเร่งวางแนวทางกระตุ้นเศรษฐกิจในด้านต่างๆ เพื่อให้ประเทศฟื้นตัวได้รวดเร็ว เข้มแข็ง และยั่งยืน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่เป็นฟันเฟืองและเชื่อมโยงการฟื้นตัวในภาคธุรกิจอื่น ๆ การส่งเสริมการลงทุน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับนิวอีโคโนมี การพัฒนาศักยภาพประชากรทางด้านการศึกษาต่าง ๆ การลดความเหลื่อมล้ำอย่างเป็นรูปธรรม
ขณะที่ผู้ประกอบการ โดยเฉพาะกลุ่มเอสเอ็มอีเห็นว่าการจัดหาสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำเพื่อเพิ่มสภาพคล่องยังคงสำคัญและจำเป็นเร่งด่วนเพื่อเป็นแต้มต่อให้ผู้ประกอบการไทยสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้









