สัมมนา “EEC Future: 5G ดันศักยภาพไทยแข่งขันเวทีโลก” โดยมีรมว.ดีอีเอส มาปาฐกถาพิเศษให้ความเชื่อมั่นว่า 5จี จะเป็นเรือธงสำคัญในการปลุกเศรษฐกิจไทย โดยคาดว่าภายใน 9 ปี จะมีคนไทยได้ใช้งาน 5 จี คิดเป็นสัดส่วนกว่า 75-80% และจะมีการจ้างงานใหม่จาก 5 จีกว่า 130,000 ตำแหน่ง
กรุงเทพธุรกิจ จัดสัมมนา “EEC Future: 5G ดันศักยภาพไทยแข่งขันเวทีโลก” โดยมีรมว.ดีอีเอส มาปาฐกถาพิเศษให้ความเชื่อมั่นว่า 5จี จะเป็นเรือธงสำคัญในการปลุกเศรษฐกิจไทย โดยคาดว่าภายใน 9 ปี จะมีคนไทยได้ใช้งาน 5 จี คิดเป็นสัดส่วนกว่า 75-80% และจะมีการจ้างงานใหม่จาก 5 จีกว่า 130,000 ตำแหน่ง
นายชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอีเอส) กล่าวว่า กระทรวงดีอีเอส มีนโยบายสนับสนุนให้เกิดการนำเทคโนโลยีโทรคมนาคมยุคใหม่ (Next Generation Telecom) หรือ 5จี มาประยุกต์ใช้ได้จริง จึงเป็นที่ผ่านมาของการเปิดประมูล 5จี และต่อมาได้มีการเริ่มทดสอบการใช้งาน 5จี ที่ 5จี เทสเบส มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา ซึ่งอยู่ในเขตส่งเสริมอุตสาหกรรมและนวัตกรรมดิจิทัล (EECd)
รวมทั้ง ได้จัดตั้งศูนย์ Thailand 5G Ecosystem Innovation Center (5G EIC) ขึ้นมา เพื่อให้ผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมดิจิทัลใช้ประโยชน์จาก 5จี ในการสร้างสรรค์นวัตกรรม พัฒนาบริการใหม่ๆ ผ่าน 5จี โดยรัฐบาลตั้งเป้าให้ไทยเป็นศูนย์กลางด้านดิจิทัลของอาเซียน
ทั้งนี้ เพื่อให้การขับเคลื่อน 5จี ทั้งระบบเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ จึงได้มีการจัดตั้งคณะกรรมการ 5จี ขึ้นมากำกับดูแลและได้จัดทำ แผนปฏิบัติการว่าด้วยการส่งเสริมการใช้ประโยชน์เทคโนโลยี 5จี โดยคาดว่าภายในปี 2573 จะมีประชากรไทยได้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยี 5จี กว่า 75-80% และ 5จี จะสร้างงานใหม่กว่า 130,000 ตำแหน่ง ทั้งในภาคอุตสาหกรรม การศึกษา การแพทย์และสาธารณสุข การเงิน การท่องเที่ยว เป็นต้น
นอกจากนี้ คาดการณ์ว่าภายในปี 2578 ตลาด 5จีของประเทศไทยจะมีมูลค่ากว่า 6.5 แสนล้านบาท และ 5จีจะช่วยเพิ่มมูลค่าจีดีพีให้ประเทศไทย 5.5 เท่า ในปีดังกล่าว ทั้งนี้ หากไม่สามารถใช้งาน 5จี ได้ในปี 2573ไทยจะเผชิญค่าเสียโอกาสประมาณ 2.3 ล้านล้านบาท
ด้านนายอาเบล เติ้ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า 5จี ไม่ได้เป็นเพียงการเปลี่ยนผ่านของเทคโนโลยีการสื่อสาร แต่เป็นรากฐานการพัฒนาดิจิทัลทุกอุตสาหกรรม เบื้องหลังความสำเร็จดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชั่นและการปรับใช้เทคโนโลยียุคใหม่ไม่ว่าจะเป็นคลาวด์ เอไอ รวมถึงการพัฒนาดิจิทัลอีโคซิสเต็มส์ในภาพรวม
โดยหัวเว่ยมีมุมมองว่า ไทยมีศักยภาพเป็นดิจิทัลฮับของอาเซียน หากมีการขับเคลื่อนอย่างถูกต้อง ภายใน 5 ปีจะทำให้ขีดความสามารถการแข่งขันของไทยเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยความสามารถทางดิจิทัลสามารถขยับจากอันดับที่ 39 ไปเป็น 30 การจ้างงานทางด้านไอทีจากอันดับที่ 58 ไปเป็น 40 ขณะที่คุณภาพแรงงานจะดีขึ้นจาก 55 เป็น 40









