SINGER ผนึก กลุ่ม BTS ผุดบริการใหม่ รายได้โตระดับ 50%

SINGER ผนึก กลุ่ม BTS ผุดบริการใหม่ รายได้โตระดับ 50%

“ซิงเกอร์” ผนึก “เครือบีทีเอส” สร้างการเติบโตใหม่ หลัง “ปลดล็อก” โครงสร้างเงินทุนครั้งสำคัญแล้ว ทั้งเพิ่มทุน-ส่งบริษัทลูกระดมทุน สตาร์ทโมเดลแรกเล็งจับมือ “วีจีไอ-เคอรี่” ผุดบริการใหม่ ตั้งเป้า 3 ปี (65-67) รายได้เพิ่มขึ้นเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 50%

ใช้เวลา 3 เดือน ! จบดีลความร่วมมือกับบริษัทในเครือของ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS สะท้อนผ่านการเข้าซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุน บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER ของ บริษัท ยูซิตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ U (BTS ถือหุ้น U จำนวน 36.22%) จำนวน 197.10 ล้านหุ้น คิดเป็นสัดส่วน 24.90% ราคาหุ้นละ 36.3005 บาท คิดเป็นมูลค่า 7,155.14 ล้านบาท  

และการได้มาซึ่งใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ SINGER ครั้งที่ 3 (SINGER-W3) จำนวน 11,557,681 หน่วย โดยไม่คิดมูลค่าการเสนอขาย อัตราการใช้สิทธิ 1:1 ที่ราคา 36.3005 บาทต่อหุ้น ซึ่งหากบริษัทได้มีการใช้สิทธิครบจำนวนจะคิดเป็นมูลค่าการลงทุนเท่ากับ 419.54 ล้านบาท  

หากย้อนไปเมื่อกลางปี 2558 บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เข้าซื้อกิจการ “ซิงเกอร์” ธุรกิจจำหน่ายสินค้าเงินผ่อน อันดับต้นๆ ในไทยมาครองได้สำเร็จ ด้วยการประกาศซื้อหุ้น SINGER กว่า 67 ล้านหุ้น คิดเป็น 24.99% มูลค่า 945 ล้านบาท จากกลุ่ม SINGER (THAILAND) B.V. ของสหรัฐอเมริกา บริษัทแม่ของซิงเกอร์ประเทศไทย ทำให้ “เจ มาร์ท” กลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ของ “ซิงเกอร์ประเทศไทย” 

SINGER ผนึก กลุ่ม BTS ผุดบริการใหม่ รายได้โตระดับ 50% ถือเป็นอีก “จิ๊กซอว์สำคัญ” ในการรุกสู่ธุรกิจ “รีเทล” เติมเต็มให้อาณาจักร “เจ มาร์ท” โดยเฉพาะการได้มาซึ่ง “ฐานข้อมูลลูกค้าต่างจังหวัด” จำนวนมหาศาล และปัจจุบันซิงเกอร์ (ประเทศไทย) ที่มีจุดแข็งที่ฐานลูกค้าต่างจังหวัดมาเชื่อมต่อฐานลูกค้ากับ “ธุรกิจเดิม” และ “ธุรกิจใหม่” ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคตอย่างลงตัว 

“กิตติพงศ์ กนกวิไลรัตน์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซิงเกอร์ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SINGER ให้สัมภาษณ์พิเศษ “หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ” ว่า บริษัทใช้เวลาปรับโครงสร้างภายในเกือบ 5 ปี ! ให้องค์กร 132 ปี กลายเป็นองค์กรแห่งความทันสมัย ซึ่งปัจจุบันกำลังทรานส์ฟอร์มธุรกิจไปอีกหนึ่งสเต็ป สะท้อนผ่านบริษัท “ปลดล็อก” (Unlock) เรื่องโครงสร้างเงินทุนครั้งสำคัญ ทั้งการเพิ่มทุนของพันธมิตร (U) และการอนุมัติให้นำบริษัท เอส จี แคปปิตอล จำกัด (SGC) เข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น (SpinOff) 

ทำให้ตอนนี้ฐานทุนเปลี่ยนไปกลายเป็นยุคใหม่ของซิงเกอร์ ซึ่งหลังจากนี้จะเห็นภาพบริษัทเติบโตรวดเร็ว ยิ่งเฉพาะการเป็นพันธมิตรกับ “กลุ่มบีทีเอส” ช่วยทำให้บริษัทเปิดช่องทางทำตลาดใหม่ๆ โดยไตรมาส 4 ปี 2564 หลังการเพิ่มทุนเรียบร้อย จะเห็นโมเดลร่วมมือกับกลุ่มบีทีเอสคาดว่าจะเห็นร่วมมือกับ บริษัท วีจีไอ จำกัด (มหาชน) หรือ VGI ด้วยการนำสินค้าใหม่ๆ ของ บริษัท แฟนสลิ้งค์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด ผู้นำเข้าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และอีคอมเมิร์ซชั้นนำของจีน มาวางจำหน่ายผ่านช่องทางซิงเกอร์ 

SINGER ผนึก กลุ่ม BTS ผุดบริการใหม่ รายได้โตระดับ 50% และกำลังเจรจากับ บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX เพื่อจับมือเปิดบริการรับ-ส่งพัสดุทั่วประเทศไทย(ExpressDrop)โดยลูกค้าสามารถนำพัสดุไปฝากส่งผ่านหน้าร้านของซิงเกอร์ได้ ซึ่งซิงเกอร์มีจุดแข็งที่มีสาขากระจายอยู่ในพื้นที่ท้องถิ่นจำนวนมาก และอนาคตจะกลายเป็นจุดรับบริการฝากส่งพัสดุ 

“แม้เราได้เงินเพิ่มทุนจาก U แต่เวลาเราทำธุรกิจเราสามารถไปซินเนอร์ยี่ได้กับทั้งกลุ่มของบีทีเอสได้คาดว่าจะได้เห็นอะไรๆ สนุกๆ จะนำจุดแข็งของซิงเกอร์ที่มีสาขาและทีมขายทั่วประเทศไปผนึกกับพันธมิตรเดิมทำกับกลุ่มเจมาร์ททำให้เราก็จะมีแขนขาที่แข็งแกร่งต่อไป”

เขา แจกแจงว่า เมื่อมีเงินเพิ่มทุนประมาณ 1.1 หมื่นล้านบาท โดยเงินจะเข้ามาในปี 2565 ดังนั้นตั้งแต่ปีหน้าเป็นต้นไปบริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโตในช่วง 3 ปีข้างหน้า (2565-2567) เฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 50% ทั้งจากเงินเพิ่มทุน และ การนำบริษัทลูกเข้าตลาดหุ้น 

สำหรับปี 2564 คาดว่าผลประกอบการของบริษัทจะเติบโตที่สุดในรอบ 132 ปี หรือนับตั้งแต่ก่อตั้งธุรกิจจากการขยายพอร์ตสินเชื่อตามเป้าหมาย “10,000 ล้านบาท” ปัจจุบันอยู่ที่ 8,569 ล้านบาท มาจากพอร์ต “สินเชื่อรถทำเงิน” (C4C) 4,636 ล้านบาท ส่วนพอร์ต “สินเชื่อเช่าซื้อ” (HP) 3,933 ล้านบาท การขยายสาขาเพิ่มเป็น 4,000 สาขา จากปีก่อนมี 2,000 สาขา และปีหน้าขยายสาขา 7,700 สาขา การบริหารจัดการต้นทุนการเงินที่ดี โดยตั้งเป้ามีหนี้ไม่ก่อรายได้ (NPL) ต่ำกว่า 4% 

โดยการเติบโตของพอร์ตสินเชื่อรถทำเงิน (C4C) บริษัทยังเน้นขยายในสินเชื่อรถบรรทุกที่เป็นลูกค้ารายใหญ่ระดับ 5-20 ล้านบาทต่อราย ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นลูกค้าที่ประกอบธุรกิจมีกองรถบรรทุกราว 20 คันขึ้นไป และมีรายรับที่เป็นเชิงบวก ตลาดรถบรรทุกถือเป็นตลาดที่มีขนาดใหญ่มาก จากมูลค่าตลาดสินเชื่อทะเบียนรถมูลค่าตลาดเกือบ “แสนล้านบาท” ผู้เล่นส่วนใหญ่จะปล่อยสินเชื่อให้รถบ้าน-มอเตอร์ไซค์

SINGER ผนึก กลุ่ม BTS ผุดบริการใหม่ รายได้โตระดับ 50% แต่หากดูในตลาดรถบรรทุกที่มีจดทะเบียนประมาณ 1 ล้านคัน ดังนั้น คาดว่าตลาดรถบรรทุกทุกปีจะมีมูลค่าประมาณ “หมื่นล้านบาท” ซึ่งบริษัทก็เป็นหนึ่งในผู้ประกอบการรายใหญ่ ปัจจุบันมีสัดส่วนรายได้ปล่อยสินเชื่อรถบรรทุก 60% และ รถบ้าน (เก๋ง-กระบะ) 40% 

ขณะที่ พอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อ (HP) ปัจจุบันผลดำเนินงานเติบโต โดยมียอดขายเฉลี่ยต่อเดือนถือว่าสูงขึ้นกว่าเดิม คาดว่ายอดขายจะเติบโตเฉลี่ยไม่ต่ำกว่า 30% เทียบกับปีก่อน เนื่องจากบริษัทมีทีมขายที่ใหญ่ขึ้น และมีโปรดัสท์ที่มากขึ้น ล่าสุดบริษัทได้จับมือกับบริษัท ออโรร่า ดีไซน์ จำกัด หรือ Aurora ผู้ประกอบธุรกิจค้าทองคำและเครื่องประดับเพชร เปิดตัวบริการ CLICK2GOLD ผ่อนทองสะดวก รับทองสบาย บนแพลตฟอร์มไลน์ (LINE) และได้รับกระแสตอบรับที่ดีมาก 

โดยอนาคตภาพของซิงเกอร์จะมีการจับมือกับพันธมิตรในรูปแบบดังกล่าวอีก ซึ่งจะเป็นทั้งช่องทางออฟไลน์ (Offline) และ ออนไลน์ (Online) เต็มรูปแบบ เนื่องจากคนในต่างจังหวัดยังต้องการพนักงานในการให้บริการ สอดคล้องกับแนวทางที่บริษัทจะขยายหน้าบ้านอีก 7,700 แห่งทั่วประเทศ 

SINGER ผนึก กลุ่ม BTS ผุดบริการใหม่ รายได้โตระดับ 50% “ธุรกิจประกัน” ครึ่งปีแรกมีการเติบโตมากกว่าปีที่แล้ว โดยปีนี้คาดว่าจะมีเบี้ยรับ 120 ล้านบาท จากปีก่อน 60 ล้านบาท เติบโต 100% ซึ่งเป็นการเติบโตไปกับสินเชื่อทะเบียนรถทำเงินด้วย 

“อนาคตรูปแบบ Offline to Online จะมีให้เห็นมายิ่งขึ้น เราจะไม่ขายผ่านสาขา ผ่านตัวแทนอย่างเดียวแล้ว แต่จะนำเทคโนโลยีและออนไลน์เข้ามาช่วย ซึ่งจะเริ่มเห็นกิจกรรมดังกล่าวชัดเจนในปีหน้า ตอนนี้อยู่ระหว่างการพัฒนาแพลตฟอร์มของบริษัทที่จะทำให้ลูกค้าสะดวกมากขึ้น” 

“กิตติพงศ์” ทิ้งท้ายไว้ว่า ต่อไปการเติบโตของซิงเกอร์มาจากการบริหาร Product Mix และ การเปิดตัวสินค้าใหม่เติมพอร์ต รวมทั้งการเติบโตของสินเชื่อ C4C ในอัตราเร่งต่อเนื่อง และควบคู่การขยายธุรกิจประกัน