ปัจจัยผสมผสาน คาดเงินดอลลาร์อ่อนยังหนุนการเก็งกำไรรายตัว

ปัจจัยผสมผสาน คาดเงินดอลลาร์อ่อนยังหนุนการเก็งกำไรรายตัว

เงินเฟ้อสหรัฐฯ ไม่สูงสุดก็น่าจะใกล้เคียง แม้สหรัฐฯ รายงานตัวเลขอัตราเงินเฟ้อสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ คือ 0.4% MoM และ 5.4% YoY (เทียบคาดการณ์ที่ 0.3% MoM และ 5.3% YoY)

และโดยหลักเป็นการปรับขึ้นจากราคาพลังงาน อย่างไรก็ตามอัตราเงินเฟ้อดังกล่าวถือว่าทรงตัวในระดับสูงเป็นเดือนที่ 4 ขณะที่แม้ราคาพลังงานอาจจะยังสูงต่อเนื่องในระยะสั้นจากภาวะขาดแคลนพลังงานในบางประเทศ และการเข้าสู่หน้าหนาว แต่ก็มีแนวโน้มที่เงินเฟ้อสหรัฐฯ น่าจะอยู่ในจุดสูงสุดที่น่าจะใกล้เริ่มที่จะชะลอตัวลง เรายังมองกลุ่มพลังงาน ปิโตรเคมี และหุ้นโภคภัณฑ์โดยรวมดี แต่การปรับขึ้นต่อเนื่องในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า อาจต้องเพิ่มความระวังความผันผวนจากแรงทำกำไร หรือการปรับลดน้ำหนักในเชิงแทคติค (tactical asset allocation)

IMF ปรับลดประมาณการปี 64 ปรับเพิ่มปี 65 รายงานแนวโน้มเศรษฐกิจ (World Economic Outlook:WEO) ฉบับล่าสุดของ IMF ที่ออกเมื่อ 12 ต.ค.มีการปรับคาดการณ์ GDP โลกปี 64-65 เป็น 5.9% และ 4.9% (จากรายงานฉบับก.ค.ที่ 6.0% และ 4.4%) ซึ่งสะท้อนถึงการปรับลดลงของ GDP ประเทศพัฒนาแล้วเนื่องจากการสะดุดของห่วงโซ่อุปทาน (supply disruption) และผลจากประเทศกำลังพัฒนาที่กระทบจากการระบาด แม้การฟื้นตัวจะมีความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตามภาพรวมยังเป็นการฟื้นตัวและ IMF ยังปรับเพิ่ม GDP ปี 65 ขึ้น สำหรับประเทศไทย IMF ปรับลดคาดการณ์ GDP ปี 64-65 เหลือ 1.0% และ 4.5% (จาก 2.1% และ 6.1%)

กลุ่มเช่าซื้ออาจได้รับจิตวิทยาลบจากคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา - ให้ธุรกิจเช่าซื้อรถยนต์ รถจักรยานยนต์ รถแทรกเตอร์และเครื่องจักรกลการเกษตร เป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา โดยสำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) เตรียมทำประชาพิจารณ์ ในวันที่ 20 ต.ค. 64  เวลา 12.00-16.30 น. สาระสำคัญของร่างประกาศฯ มีการแก้ไขรายละเอียดราว 15 ข้อ หลักๆ เช่น กำหนดเพดานดอกเบี้ยเช่าซื้อ 15%ต่อปี, ผู้เช่าซื้อใช้สิทธิ์บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ ด้วยการส่งมอบรถยนต์ โดยห้ามเรียกเก็บหนี้ส่วนขาด (คืนรถจบหนี้ ห้ามเรียกหนี้ส่วนขาด), กรณีชำระค่าเช่าซื้อก่อนครบกำหนดสัญญาหรือ ปิดบัญชีค่าเช่าซื้อ จะต้องให้ส่วนลดแก่ผู้เช่าซื้อไม่น้อยกว่า 80% ของดอกเบี้ยเช่าซื้อที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ หรือ ผู้เช่าซื้อหรือผู้ค้ำประกันอาจโอนสิทธิ์ให้บุคคลภายนอกซื้อรถคืนได้ สำหรับผลกระทบต่อบริษัทจดทะเบียน โดยหลักจะเกิดกับธุรกิจเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ มากกว่าจำนำทะเบียน โดยประเมินผลกระทบต่อ TK, S11, NCAP จะมีผลกระทบมากกว่า SAWAD, MTC, TIDLOR โดย SAWAD ที่มีสินเชื่อจำนำทะเบียนที่มีลักษณะเช่าซื้อมากกว่าคนอื่น อาจกระทบมากที่สุดในกลุ่มจำนำทะเบียน

 

ธีมการลงทุนระยะสั้น 1) กลุ่มโภคภัณฑ์ป้องกันเงินเฟ้อ PTTEP, PTTGC, IVL, TOP, BANPU 2) การเพิ่มเพดานหนี้เป็น 70% และแผนกู้เงินเพิ่ม จะทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรขยับขึ้น ซึ่งบวกกับกลุ่มธนาคารและประกัน อาทิ BBL, KBANK, SCB, TIPH, THRE, BLA 3) หุ้นธีมเปิดเมืองยังน่าสนใจแม้อาจย่อจากมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการผ่อนคลายกทม.ที่น่าจะล่าช้าไปจาก 15 ต.ค. CPN, CRC, MINT, CENTEL, ERW, BA 4) เรามองทยอยสะสม สื่อสาร สาธารณูปโภค ADVANC, DTAC, FTREIT, WHART, GULF, GPSC, EGCO, RATCH, EASTW, WHAUP, TTW 5) เก็งกำไรทางเทคนิค WIIK, FORTH, FSMART, TNP, TWPC, NER, HFT, BEC, CPI, TKS, SKN, MAJOR, CPN, ERWฟ

ภาพรวมกลยุทธ์: ระวังความผันผวนหุ้นกลุ่มการเงินจากการเปลี่ยนกฎเกณฑ์กำกับดูแล ขณะที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯที่อ่อนลง เป็นปัจจัยบวกหนุนการเลือกเก็งกำไรรายตัว ภาพรวมยังมองเป็นการเดินหน้าขึ้นทดสอบ 1,660-1,680 จุด โดยเป็นการสลับขึ้นลงของกลุ่มเปิดเมือง และกลุ่มอื่นๆ //หุ้นแนะนำ: KEX*, MAJOR*, DIF*, SFT*

แนวรับ: 1,635/ แนวต้าน : 1,650-1,660 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

 

ประเด็นการลงทุน

โอเปคปรับลดคาดการณ์ความต้องการน้ำมันทั่วโลกปีนี้ - โดยคาดว่าจะเพิ่มขึ้น 5.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ลดลงจากเดิมคาดการณ์ที่ 5.96 ล้านบาร์เรลต่อวัน ขณะที่คงมุมมองสำหรับปี 65 ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 4.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน

PTTGC - ปรับแผนรับมือราคาพลังงานแพง ใช้แนฟทาเป็นเชื้อเพลิงมากขึ้น พร้อมรับผลดีราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีทรงตัวสูง ขณะที่เทนเดอร์ VNT เสร็จสิ้นปลาย ต.ค. นี้

WHA - เผยลูกค้าจีนเข้าไทยเพียบหวังย้ายฐานลงทุนเพิ่ม ลุ้นยอดยายที่ดินปี 64 อาจสูงกว่าเป้าที่ 820 ไร่

Apple - เตรียมเปิดตัวสินค้าใหม่ 18 ต.ค. โดยตลาดคาดว่าน่าจะเป็น Macbook ใหม่ โดยเฉพาะ Macbook Pro M1 รวมถึงสินค้าตระกูล AirPods อย่างไรก็ตามข่าวการขาดแคลนชิป ทำให้อาจผลิตไอโฟนได้ต่ำกว่าเป้า และสินค้ารอบนี้ที่ไม่ใช่มือถือ อาจส่งผลบวกต่อกลุ่มค้าปลีกสินค้าไอทีไม่มากนัก

ประเด็นติดตาม: -  17 ต.ค. วันสุดท้ายทูลเกล้ารัฐธรมมนูญใหม่

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)