Sideway ออกข้าง (ประจำวันที่ 14 ตุลาคม 2564)

Sideway ออกข้าง (ประจำวันที่ 14 ตุลาคม 2564)

วันอังคารที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวขึ้นในช่วงเช้าประมาณ +13 จุด ปัจจัยบวกจากการที่นายกแถลงเปิดประเทศให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าแบบไม่ต้องกักตัว(ภายใต้เงื่อนไขการฉีดวัคซีน)

ในวันที่ 1 พ.ย. ส่งผลให้หุ้น Domestic Play ปรับตัวขึ้นโดดเด่น ทั้งหุ้นขนส่ง สายการบิน โรงแรม AOT, AAV, BA, MINT, ERW รวมไปถึงหุ้นกลุ่มค้าปลีก ธนาคาร และหุ้นกลุ่มพยาบาลที่ปรับตัวขึ้น ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,643.64 จุด +10.20 จุด +0.62% มูลค่าการซื้อขาย 93,081 ลบ. ต่างชาติ +5,069.23 ลบ. TFEX -677 สัญญา ตราสารหนี้ +138.51 ลบ.

 

ปัจจัยบวก    

+ จีนรายงานยอดส่งออกเดือนก.ย.พุ่งขึ้น 28.1%YoY แข็งแกร่งกว่าในเดือนส.ค.ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 25.6% นอกจากนี้ ยอดส่งออกเดือนก.ย.ของจีน สวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะลดลง 21% ได้แรงหนุนจากอุปสงค์ทั่วโลกที่ฟื้นตัวดีขึ้น
+ อังกฤษเปิดเผยว่านายจ้างในอังกฤษรับพนักงานเพิ่ม 207,000 คนในเดือนก.ย. ทำให้มีจำนวนพนักงานสูงเป็นประวัติการณ์ ก่อนที่จะสิ้นสุดโครงการอุดหนุนค่าจ้างของรัฐบาลในเร็ว ๆ นี้
+ โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยโคเปนเฮเกน (Rigshospitalet) ของเดนมาร์กออกแถลงการณ์ว่า การรักษาผู้ป่วยโรคโควิด-19 แบบสูดดมรูปแบบใหม่ได้รับการอนุมัติให้ทดลองทางคลินิกในมนุษย์แล้ว
+ ศบค.ชุดใหญ่ พิจารณาปรับโซนพื้นที่สีแดง-ขยับเคอร์ฟิว-แนวทางเปิดประเทศ วันนี้
+/- ดัชนีดาวโจนส์ปิด ลดลง 0.53 จุด -0.00% หลังจากที่ร่วงลงกว่า 100 จุดในช่วงแรกเนื่องจากตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐที่พุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนก.ย. +0.4%MoM จากที่คาด +0.3%MoM ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดตลาดพุ่งขึ้นจากแรงซื้อหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและการสื่อสาร

 

ปัจจัยลบ

- ราคาน้ำมันดิบ WTI ลดลง 20 เซนต์ -0.3% ปิดที่ 80.44 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังจากกลุ่มโอเปค ปรับลดคาดการณ์ความต้องการน้ำมันทั่วโลกในปีนี้เหลือ 5.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน จากเดิม 5.96 ล้านบาร์เรลต่อวัน นลท.จับตารายงานสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่จะเปิดเผยวันนี้
 

- ผู้ถือหุ้นกู้บางรายของไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป ยังไม่ได้รับดอกเบี้ยหุ้นกู้ 2 ชุดที่ครบกำหนดจ่ายเมื่อ 11 ต.ค. เป็นสัญญาณที่บ่งชี้ว่าวิกฤตหนี้สินของไชน่า เอเวอร์แกรนด์ทวีความรุนแรงขึ้น
- IMF ปรับลดตัวเลขคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีนี้ลงจากเดิมที่เมื่อเดือนก.ค.คาดว่าจะขยายตัว 6.0% เหลือเป็นขยายตัว 5.9% ขณะที่ยังคงตัวเลขคาดการณ์เศรษฐกิจโลกปีหน้าไว้ว่าจะขยายตัว 4.9%
- กรมอุตุฯ ประกาศเตือนภัย พายุโซนร้อน "คมปาซุ" ฉบับที่ 9 ไทยรับมือฝนตกหนัก
- ตลท.อยู่ระหว่างประมวลผล หลังปิดเฮียริ่งปรับปรุงเกณฑ์คำนวณดัชนี ฟรีโฟลท.-ไม่นำวอลุ่มเทรดช่วงติดแคชบาลานซ์มาคำนวณ
- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 11,276 ราย มีผู้เสียชีวิต 112 ราย รักษาหาย 10,407 ราย

 

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีในวันนี้แกว่งตัวผันผวนในลักษณะ Sideway ออกข้าง โดยคาดว่ากลุ่ม Reopening จะยัง Outperform นักลงทุนยังจับตาสถานการณ์ของพายุโซนร้อน "คมปาซุ" อย่างใกล้ชิด และติดตามการประชุมศบค.ชุดใหญ่ พิจารณาปรับโซนพื้นที่-ขยับเคอร์ฟิว-แนวทางเปิดประเทศวันนี้ มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1635-1,650 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน

• ค่าการกลั่นปรับตัวขึ้นเป็นบวกต่อ : TOP SPRC ESSO PTTGC
• เปิดรับนักท่องเที่ยวแบบไม่ต้องกักตัว : MINT ERW CENTEL AWC SHR ASAP AOT AAV BA
• ครม.ไฟเขียวจัดตั้งเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษเพิ่มเติม 6 แห่ง : ROJNA WHA EGCO
• ราคาถ่านหินปรับตัวขึ้นอยู่ในระดับสูง : LANNA BANPU AGE TCC
 

 

 

หุ้นรายงานพิเศษ  

                                                           GULF
                                บันทึกบัญชี INTUCH แบบ Equity Method

• GULF ถือหุ้น INUCH 42.5% ทำให้บันทึกบัญชีแบบ Equity Method ทั้งนี้จะมีการบันทึกส่วนต่างระหว่างราคา INTUCH ณ วันที่ 1 ต.ค. 64 ที่ราคา 79 บาทเข้าในส่วนของผู้ถือหุ้นส่งผลให้ D/E จะลดลงจาก 2.5 เท่าเหลือ 2.0 เท่า ขณะที่ ADVANC จะเป็นบริษัทร่วมของ GULF แต่ THCOM จะเป็นบริษัทย่อยของ GULF

•ความเห็น มุมมองเชิงลบต่อ INTUCH เนื่องจากคาดว่า GULF จะไม่ซื้อ INTUCH เพิ่มให้ถึง 50% จากที่ก่อนหน้านี้หลายฝ่ายคาดไว้ เพราะไม่ต้องการ Consolidate งบการเงิน INTUCH เข้ามาเนื่องจากจะมีค่าตัดจำหน่ายใน ADVANC ราว 2 พันลบ.ต่อปีส่งผลกระทบต่อกำไรของ GULF

 

หุ้นมีข่าว

(+) WHA ( Bloomberg Consensus 3.86 บาท) ยิ้มรับรัฐเตรียมเปิดประเทศเดินทาง 1 พฤศจิกายนนี้ แย้มลูกค้าจีนเดินทางเข้าไทยล้น หวังย้ายฐานลงทุนเพิ่ม ลุ้นยอดขายที่ปี 2564 อาจยืนเหนือเป้า 820 ไร่ เผยอยู่ระหว่างรอเซ็นสัญญาอีกหลายร้อยไร่ มองกระแสปรับลดใช้พลังงานถ่านหินในจีนหนุนลูกค้าย้ายฐานทุนเข้าไทยเพิ่ม ชี้ปีหน้ายอดขายที่ดินบูม พร้อมคง EBITDA มากกว่า 40% (ที่มา ทันหุ้น)

(+) COMAN ( Bloomberg Consensus - บาท) เกาะกระแสคริปโท-เงินดิจิทัล ล่าสุดบอร์ดไฟเขียวตั้งบริษัทย่อย "โคแมน คริปโต จากัด" ลุยซื้อขายแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัล คาดเริ่มธุรกิจได้ทันทีในไตรมาส 4 นี้ พร้อมติดตามประเด็นเปิดประเทศอย่างใกล้ชิด เตรียมขายซอฟต์แวร์โรงแรม ลั่นแบ็กล็อกปัจจุบันอยู่ที่ 24-25 ล้านบาท ลุยติดตั้งตุลาคมนี้เป็นต้นไป (ที่มา ทันหุ้น)

(+) PTTGC ( Bloomberg Consensus 74.00 บาท) ปรับแผนรับมือราคาพลังงานแพง สวิตช์โหมดใช้แนฟทาเป็นเชื้อเพลิงมากขึ้น พร้อมรับผลดีราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีทรงตัวสูง ขณะที่คาดกระบวนการสุดท้ายเทนเดอร์ VNT เสร็จสิ้นภายในปลาย ต.ค.นี้ เล็งตั้งโต๊ะซื้อหุ้นสัดส่วน 16.24% ภายใน พ.ย.-ธ.ค.64 คาดใช้เงิน 7.5-8 พันล้านบาท (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) BGC ( Bloomberg Consensus 13.40 บาท) รับอานิสงส์ความต้องการใช้ขวดแก้วเพิ่มขึ้น หลังรัฐไฟเขียวร้านค้าสามารถขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2564 หนุนผลประกอบการไตรมาส 4/2564 กลับมาเติบโตใกล้เคียงกับไตรมาสแรกปีนี้ ต่อเนื่องถึงปี 2565 ผลประกอบการจะเติบโต ตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ และบริษัทมีการขยายกาลังการผลิตเพิ่ม (ที่มา ทันหุ้น)

 

 

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้องแนวโน้มตลาด บล.โกลเบล็ก