เราคาดว่า CENTEL จะรายงานผลขาดทุนปกติเพิ่มขึ้นเป็น 742 ล้านบาท (-30% YoY, -14% QoQ) โดยภาพรวม เราคาดผลการดำเนินงานของธุรกิจโรงแรมคาดปรับตัวดีขึ้น QoQ
นำโดยโรงแรมในมัลดีฟส์ ในขณะที่ธุรกิจร้านอาหารคาดจะปรับตัวลดลงอย่างมาก QoQ จากมาตรการคุมการรับประทานอาหารในร้านช่วง 3Q64
เราคาดว่ารายได้รวมใน 3Q64F จะปรับตัวลดลง 14% QoQ เหลือ 2.2 พันล้านบาท โดยปัจจัยบวกจาก การฟื้นตัวของโรงแรมในมัลดีฟส์ (Figure 6) จะถูกหักล้างโดยผลการดำเนินงานของธุรกิจร้านอาหารที่อ่อนแอ ในขณะเดียวกัน เราคาดว่า EBIT margin จะติดลบเพิ่มขึ้นเป็น -26.3% (จาก -19.6% ใน 2Q64) เนื่องจากการประหยัดต่อขนาดลดลง
RevPar จะดีดตัวขึ้น 44% QoQ นำโดยโรงแรมในมัลดีฟส์
เราคาดว่า RevPar ใน 3Q64F จะเพิ่มขึ้น 3% YoY และ 44% QoQ เนื่องจาก i) คาดว่า ARR จะเพิ่มขึ้น 61% YoY และ 33% QoQ เนื่องจากรายได้จากโรงแรมในมัลดีฟส์มีสัดส่วนเพิ่มขึ้น (Figure 8) และ ii) คาดว่า occupancy rate จะดีขึ้นเล็กน้อยเป็น 12.9% (จาก 11.6% ใน 2Q64) ทั้งนี้หากพิจารณาตามทำเลที่ตั้ง เราคาดว่าผลการดำเนินงานของโรงแรมในมัลดีฟส์จะ outperform โดยคาด occupancy สูงถึง 65%เปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของโรงแรมใประเทศไทยที่มี occupancy อยู่ที่ 12% เท่านั้น
SSSG จะลดลง 35% YoY
เราคาดว่า Same-store-sales growth (SSSG) จะลดลง 35% YoY เนื่องจากมีการใช้มาตรการคุมการทานอาหารในร้านเกือบตลอด 3Q64 อย่างไรก็ตาม ยอดขายผ่านช่องทาง delivery ช่วยลดความเสี่ยงด้านdownside ไปได้ในระดับหนึ่ง
Valuation & action
เรายังคงมีมุมมองบวกในระยะยาวกับ CENTEL เนื่องจาก i) รายได้หลักของ CENTEL มาจากธุรกิจอาหาร ซึ่งน่าจะฟื้นตัวได้ดีกว่า ii) รายได้ประมาณ 20% ถูกกระจายออกไปที่มัลดีฟส์ และ iii) การเร่งกระจายวัคซีนในประเทศไทย เรายังคงคำแนะนำซื้อ และประเมินราคาเป้าหมายที่ 39.00 บาท อิงจาก EV/EBITDA กลางปี 2566F ที่ 17.0x เท่ากับค่าเฉลี่ยระยะยาว +1.5 S.D.
Risks
SSSG ฟื้นตัวช้า และจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติต่ำกว่าที่คาดไว้









