EGCO ก้าวถัดไปของการลงทุนในสหรัฐ (8 ต.ค. 64)

EGCO ประกาศว่าจะเข้าลงทุนใน Apex โดยผ่าน EGCO Plus (บริษัทย่อยที่ EGCO ถือหุ้นทั้งหมด) โดยเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2564 EGCO Plus ได้ลงนามสัญญาขั้นสุดท้ายเพื่อลงทุนทางอ้อมในสัดส่วน 17.46%ใน Apex
โดยเป็นผู้ลงทุนร่วมในบริษัทร่วมลงทุน ซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารจัดการของกลุ่มกลยุทธ์โครงสร้างพื้นฐานและพลังงานของ Ares Management Corporation (NYSE: ARES) โดยคาดว่าธุรกรรมการร่วมลงทุนจะแล้วเสร็จใน 4Q64 หลังจากดำเนินการตามเงื่อนไขบังคับก่อนแล้วเสร็จ ธุรกรรมนี้จะทำให้ Apex มีเงินทุนเพิ่มขึ้นและมีศักยภาพในการเป็นผู้ผลิตพลังงานหมุนเวียนแบบ Independent Power Producer (IPP) ได้
Apex ดำเนินธุรกิจด้วยการพัฒนาโครงการพลังงานหมุนเวียน (พลังงานลม, solar, และแหล่งกักเก็บไฟฟ้า, ทรัพยากรการจัดส่งไฟฟ้า และ เทคโนโลยีเชื้อเพลิงที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม) ตั้งแต่เริ่มโครงการจนถึงเริ่มดำเนินการก่อสร้าง (Notice to Proceed: NTP) หรือเดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (Commercial Operation Date: COD) แล้วขายโครงการที่พัฒนาดังกล่าวให้แก่นักลงทุนอื่นในภายหลัง ทั้งนี้ consortium ของผู้ร่วมลงทุนประกอบด้วย EGCO, Varma Mutual Pension Insurance Company, Clal Insurance & Finance, Menora Mivtachim Group, ST International Corporation, กลุ่มนักลงทุนที่มี Portfolio Solutions Group ของ Morgan Stanley Investment Management เป็นตัวแทน, The Hartford, Poalim Equity, และ IMM Investment Global ซึ่งร่วมในธุรกรรมนี้โดยผ่านเงินทุน และบัญชีร่วมลงทุนที่บริหารจัดการโดย Ares ในปัจจุบัน Apex พัฒนาโครงการพลังงานสะอาดหลากหลายประเภทกว่า 30,000 MW โดยเป็นโครงการที่ secured แล้ว 11,687MW คิดเป็น 6.4% ของเป้าอัตราการเติบโตของ
พลังงานหมุนเวียนตามแผน PDP ของประเทศสหรัฐในช่วงปี 2563-68 จึงถือเป็นหนึ่งในผู้พัฒนา
โครงการพลังงานสะอาดที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ทั้งนี้ ตารางสรุปโครงการที่ secured แล้วของ Apex แสดงอยู่ที่ Figure 1
ตลาดพลังงานหมุนเวียนในสหรัฐ
สัดส่วนของพลังงานหมุนเวียนในสหรัฐอยู่ที่ 15% ในปี 2563 แบ่งเป็น พลังงานลม 9%, solar 4% และ ชีวมวล 2% ในขณะเดียวกัน สหรัฐตั้งเป้าจะเพิ่มสัดส่วนของพอร์ตพลังงานหมุนเวียนของประเทศเป็น 27% ภายในปี 2568 ซึ่งเมื่ออิงตามนโยบายของสหรัฐ จะมีกำลังการผลิตเพิ่มขึ้นอีกอย่างมาก แบ่งเป็นทั้ง solar (+116GW, 28%CAGR) และพลังงานลม (+67GW, +11% CAGR) ระหว่างปี 2563-68 ทั้งนี้ ตารางสรุปแผน PDP ของสหรัฐแสดงอยู่ใน Figure 2
Valuation & Action
ถึงแม้ว่าบริษัทจะไม่ได้เปิดเผยต้นทุนการลงทุน และ สมมติฐานทางการเงินที่ใช้ในธุรกรรมนี้ แต่เรามองบวกกับดีลนี้ เนื่องจากจะเป็นการขยายบทบาทใหม่ของ EGCO ในฐานะผู้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียน รวมถึงการแสวงหาโอกาสใหม่ ๆ ในธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในตลาดสหรัฐด้วย นอกจากนี้ เราเชื่อว่าดีลนี้จะเป็นประโยชน์กับ EGCO ในแง่ของ i) การเข้าไปลงทุนในโรงไฟฟ้าของสหรัฐผ่าน Apex และ ii) การแปลงสภาพของ Apex จากผู้พัฒนาโครงการเป็น platform ด้านพลังงานหมุนเวียน สำหรับการวิเคราะห์ Sensitivity เนื่องจากมีตัวแปรที่ไม่ทราบหลายปัจจัย เราจึงคำนวนบนพื้นฐานของกำลังการผลิตที่สร้างเสร็จแล้วจำนวน 6,067MW และมูลค่าโครงการทั้งหมดที่ Apex ได้ขายมูลค่ารวม US$9bn กับสมมุติฐานแปรผันของ net profit margin 5%-20% และ PE 5-20x รวมทั้งสมมติฐานหลักที่ว่า Apex ต้องพัฒนาทุกโครงการที่ secured แล้วจน COD และขายให้กับผู้ซื้อในปีที่ COD เช่นกัน ตารางสรุปวิเคราะห์ Sensitivity อยู่ใน Figure 4 เรายังคงคำแนะนำซื้อ และประเมินราคาเป้าหมาย DCF ปี 2565 ที่ 314 บาท (ยังไม่รวมมูลค่าที่จะเพิ่มขึ้นจาก Apex)
Risks
ความล่าช้าในการจัดสรรกำลังการผลิตใหม่, การเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของทางการ, โรงไฟฟ้าหยุดผลิตไฟฟ้า, ความล่าช้าในการก่อสร้างโครงการใหม่







