หุ้นไทย เปิดตลาดเช้านี้พุ่ง 8.96จุด รับแรงหนุนสหรัฐเพิ่มเพดานหนี้

หุ้นไทย เปิดตลาดเช้านี้พุ่ง 8.96จุด รับแรงหนุนสหรัฐเพิ่มเพดานหนี้

"หุ้นไทย" เปิดตลาดวันนี้ (8 ต.ค.) ดัชนีเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,642.68จุด เพิ่มขึ้น 8.96จุด หรือ 0.55% โบรกคาด แนวโน้มดัชนีหุ้นไทยเช้านี้รับ เซ็นทริเม้นต์เชิงบวกหลังสหรัฐโหวตผ่านเพิ่มเพดานหนี้ มองกรอบแนวรับที่ 1,630 จุด และแนวต้านที่ 1,645จุด

ความเคลื่อนไหวของตลาด "หุ้นไทย" เปิดภาคเช้าวันนี้ (8 ต.ค.2564) ดัชนีปรับขึ้นมาเคลื่อนไหวอยู่ที่ ดัชนีเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,642.68จุด เพิ่มขึ้น  8.96จุด หรือ 0.55%(ณ 10.00 น.) และยังมีแนวโน้มเคลื่อนไหวในแดนบวกต่อเนื่องรับเซ็นทริเม้นต์เชิงบวกหลังสหรัฐโหวตผ่านเพิ่มเพดานหนี้

นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยเช้าวันนี้ยังได้รับSentiment เชิงบวกหลังจากที่สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐฯ ได้โหวตขยายเพดานหนี้สหรัฐฯไปเป็นเดือนธ.ค.ได้ ซึ่งเป็นปัจจัยผ่อนคลายความกังวลของตลาดในระยะสั้น ส่งผลให้ตลาดภูมิภาคเอเชียเช้านี้ส่วนใหญ่เปิดเป็นบวก เพราะปัจจัยยลบเริ่มสะท้อนมาในตลาดค่อนข้างมากพอสมควรแล้ว และวันนี้ต้องติดตามการรายงานตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ ซึ่งถ้าออกมาดีกว่าคาด ตลาดหุ้นอาจจะตอบรับในเชิงบวกได้

สำหรับคำแนะนำการลงทุน ยังคงชอบหุ้น Value Play และ Cycle Play และอยากให้นักลงทุน ให้น้ำหนักการลงทุน70% ในหุ้นธีม Domestic play เช่น กลุ่มธนาคาร กลุ่ม ICT ส่วนที่เหลืออีก 30% ให้น้ำหนักไปยังกลุ่ม Global play โดยวันนี้แนะนำหุ้น MICRO และ AOT

 

พร้อมให้กรอบแนวรับที่ 1,630 จุด และแนวต้านที่ 1,645จุด

ประเด็นพิจารณาการลงทุน

– ตลาดหุ้นนิวยอร์กล่าสุด (7 ต.ค.) ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 34,754.94 จุด เพิ่มขึ้น 337.95 จุด หรือ + 0.98% ดัชนี S&P500 ปิดที่ 4,399.76 จุด เพิ่มขึ้น 36.21 จุด หรือ +0.83% ดัชนี Nasdaq ปิดที่ 14,654.02 จุด เพิ่มขึ้น 152.10 จุด หรือ +1.05%

– ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดวันนี้ ตลาดหุ้นจีนเปิดวันนี้ที่ 3,609.09 จุด เพิ่มขึ้น 40.92 จุด หรือ +1.15%, ดัชนี NIKKEI 225 ตลาดหุ้นญี่ปุ่นเปิดวันนี้ที่ 28,031.37 จุด เพิ่มขึ้น 353.16 จุด หรือ +1.28% และดัชนี HSI ตลาดหุ้นฮ่องกงเปิดวันนี้ที่ 25,064.80 จุด เพิ่มขึ้น 363.07 จุด หรือ +1.47%

– ราคาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือน พ.ย.ในตลาดไนเม็กซ์ปิดทำการล่าสุด (7 ต.ค.) ปิดที่ 78.30 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 87 เซนต์ หรือ 1.1% หลังจากกระทรวงพลังงานสหรัฐยืนยันว่า รัฐบาลสหรัฐไม่มีแผนที่จะระบายน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR)

– ค่าการกลั่นอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ปิดล่าสุด (7 ต.ค.) อยู่ที่ 6.92 ดอลลาร์/บาร์เรล

– เงินบาทเปิด 33.85/87 แนวโน้มแกว่งกรอบแคบ ตลาดรอดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐคืนนี้

– สธ.ส่งสัญญาณล็อกดาวน์ 4 จังหวัดชายแดนใต้หลังยอดติดเชื้อพุ่งต่อเนื่อง เกือบ 2 พันต่อวัน คิดเป็น 18% ยอดทั้งประเทศ สวนทางภาพรวมที่ลดลง เผยอัตราครองเตียงสูง 60% ต้องเร่งอัดวัคซีน 3 ยี่ห้อหลักแสนโดส ATK และ ยาฟาวิพิราเวียร์เพิ่ม 1 ล้านเม็ด ปลัดสธ.ชี้ โควิดไทยถึงทางแยกอาจพุ่งขึ้นแตะ วันละ 3 หมื่นราย เตือนคนไทยเคร่งครัด กรมควบคุมโรคระบุประชาชนแจ้งผลตรวจ ATK ไม่ถึง 10%

– ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน ก.ย.64 เพิ่มยกแผง และเพิ่มครั้งแรกในรอบ 7 เดือน หลังรัฐผ่อนคลายมาตรการคุมเข้มโควิด แต่กำลังซื้อผู้บริโภคยังไม่ฟื้น เหตุน้ำท่วม-การเมือง-น้ำมันแพงเข้ามาซ้ำเติม ขณะที่ดัชนีหอการค้ายังกู่ไม่กลับ ร่วงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 7

– ททท.ประเมินตัวเลขนักท่องเที่ยวปี 2564 ถือเป็นจุดต่ำสุดของการท่องเที่ยวไทย จากเป้า 3 ล้านคน ต่างชาติน่าจะเหลือแค่ 1 ล้านคน ส่วนคนไทยเที่ยวในประเทศจากเป้า 120 ล้านคน/ครั้ง เหลือ 60 ล้านคน/ครั้ง รายได้รวมอยู่ที่ 328,758 ล้านบาท เมื่อเทียบกับก่อนเกิดโควิด เคยมีรายได้แตะ 3 ล้านล้านบาท หวังฟื้นแบบ V Shape

– บริษัท ศูนย์วิจัยกสิกรไทย จำกัด รายงานว่าการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทั่วโลก แม้ด้านหนึ่งจะส่งผลกระทบต่อยอดการผลิตและยอดขายรถยนต์ใหม่ ทว่าในอีกด้านหนึ่งโควิดกลับสร้างมิติใหม่ให้กับตลาดรถมือสองโลกจากปัจจัยบวก 2 ด้านหลักที่เข้ามาสนับสนุน ได้แก่ ความต้องการใช้รถยนต์ส่วนตัวแทนการใช้บริการระบบขนส่งสาธารณะที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ปริมาณรถยนต์ที่ผลิตได้กลับสวนทางเมื่อโรงงานผลิตรถทั่วโลกต่างติดปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนสำคัญ โดยปัจจุบันได้ลามไปยังชิ้นส่วนอื่นนอกเหนือจากชิปอิเล็กทรอนิกส์ด้วย และปัญหาการขาดแคลนชิ้นส่วนดังกล่าวอาจจะส่งผลกระทบต่อการผลิตรถยนต์ใหม่ลากยาวไปจนถึงปี 2565 ปัจจัยดังกล่าวได้ก่อให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดรถมือสองโลก คือ การพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วสู่ระดับสูงสุดในรอบหลายปีหรือเป็นประวัติการณ์ของระดับราคารถมือสองในหลายประเทศจากปัญหาการขาดแคลนรถ

– ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ เผยตัวเลข การถือครองกรรมสิทธิ์ที่อยู่อาศัย ไทยต่างชาติตั้งแต่ปี 2561-ครึ่งแรก ปี 2564 แตะ 1.6 แสนล้าน ระบุต่างชาติถือกรรมสิทธิ์ห้องชุดแค่ 10% แนะขยายเกิน 49% เฉพาะพื้นที่หวังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ จากการที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 14 ก.ย.2564 เห็นชอบตามที่สำนักงาน สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) เสนอเรื่องมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนโดยการดึงดูดชาวต่างชาติ ที่มีศักยภาพสูง หลายฝ่ายต้องการทราบถึงข้อมูลการถือครองอสังหาฯ ของชาวต่างชาติว่าปัจจุบันเป็นอย่างไร

– ตลท.กำลังศึกษาเกณฑ์ควบคุมดูแลหุ้นที่ร้อนแรง นอกเหนือจากเกณฑ์ Cash Balance ที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ขณะที่กระดานซื้อขายสำหรับสตาร์ทอัพ หรือ เอสเอ็มอี คาดว่าจะเปิดดำเนินการได้ในสิ้นปีนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับ ก.ล.ต. ในรายละเอียดต่างๆ พร้อมคาดภาวะตลาดหุ้นไทยในไตรมาส 4/64 มีแนวโน้มที่ดี ตามภาวะเศรษฐกิจที่กลับมาฟื้นตัว หลังจากมีการฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้น แต่ก็แนะนำให้นักลงทุนติดตามข่าวสารจากต่างประเทศประกอบการตัดสินใจลงทุน

– ตลท.เล็งเปิดให้บริการกระดานซื้อ-ขายหุ้นเอสเอ็มอี “LiVE Exchange” ภายในสิ้นปีนี้ หวังดันเอสเอ็มอี-สตาร์ตอัพ เข้าระดมทุนในตลาดทุนมากขึ้น ฟากส.อ.ท.คาดจะมีสมาชิกไม่น้อยกว่า 100 บริษัทสนใจเข้าร่วม