วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

AEONTS กำไรจะตํ่าสุดใน 2Q21/22 และจะฟื้นตัวได้เร็วในไตรมาสถัดไป

ผลการดำเนินงานน่าจะกลับมาเป็นปกติใน 2H64/65 - การตั้งสำรองก้อนใหญ่ทำให้ผลประกอบการของ AEONTS ใน 2Q64/65 ต่ำกว่าที่เราคาดไว้

แต่เราคาดว่าน่าจะเป็นไตรมาสที่กำไรต่ำสุดแล้ว และผลประกอบการน่าจะฟื้นตัวได้เร็วในไตรมาสต่อไป ผู้บริหารของ AEONTS คาดว่าผลการดำเนินงานของบริษัทจะกลับเป็นปกติใน 2H64/65 (สิ้นสุดเดือนกุมภาพันธ์ 2565F) เนื่องจาก i) การผ่อนคลายมาตรการคุมโรคระบาดของรัฐบาล และแผนเปิดประเทศจะช่วยกระตุ้นกิจกรรมทางธุรกิจ และการจับจ่ายใช้สอยของผู้บริโภค ii) คาดว่า credit loss จะลดลงใน 2H64/65 ซึ่งจะช่วยหนุนกำไรสุทธิของบริษัท iii) กิจการในกัมพูชา และลาวดีขึ้นตามสถานการณ์ COVID-19 ที่คลี่คลายลง ในขณะที่จะเดินหน้าติดตามหนี้ในเมียนมาร์ต่อไป

 

ตั้งสำรอง Management overlay 1.5 พันล้านบาท

ค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองเพิ่มขึ้นอย่างมากเป็น 2.0 พันล้านบาทใน 2Q64/65 (จาก 1.2 พันล้านบาทใน 1Q64/65) เนื่องจากบริษัทตั้งสำรอง management overlay แบบอนุรักษ์นิยมสูงถึง 1.2 พันล้านบาท สำหรับตลาดในประเทศ เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ COVID-19 ในเดือนสิงหาคม และตั้งสำรองอีก 340 ล้านบาท สำหรับการดำเนินงานในเมียนมาร์ ส่งผลให้ credit cost พุ่งสูงขึ้นเป็น 9.2% ใน 2Q64/65 (จาก 5.7% ใน 1Q64/65) อย่างไรก็ตาม การตั้งสำรองในงวดนี้ใช้สมมติฐานว่าสถานการณ์อาจจะเลวร้ายลงใน 2H64/65 ดังนั้น เราจึงคาดว่ายอดกันสำรองของ AEONTS น่าจะลดลงใน 2H64/65 ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลประกอบการของบริษัท

 

 

พร้อมสำหรับการปล่อยกู้ผ่านช่องทางดิจิทัล (digital lending)

บริษัทอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายของการขออนุมัติจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เพื่อเปิดให้บริการ digital lending และน่าจะพร้อมเปิดบริการได้ภายในเดือนนี้ ในขณะเดียวกัน มาตรการช่วยเหลือของธปท. ซึ่งรวมถึงการเพิ่มวงเงินอนุมัติสินเชื่อส่วนบุคคลผ่านระบบดิจิทัลจากเดิม 20,000 บาท/บัญชี เป็น 40,000 บาท/บัญชี และการขยายกำหนดเวลาผ่อนชำระจากเดิม 6 เดือนเป็น 12 เดือน ซึ่งจะส่งผลดีกับ AEONTS ในแง่ของการช่วยยืดระยะยอดสินเชื่อคงค้างให้นานขึ้น ในขณะเดียวกัน ธปท. ยังอนุญาตให้ผู้กู้สามารถปล่อยกู้สินเชื่อส่วนบุคคลผ่านช่องทางดิจิทัลได้โดยใช้ข้อมูลทางเลือก (alternative data) ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เล่นรายใหม่ที่มีระบบ big data เข้ามาในตลาดได้ แต่บริษัทไม่ห่วงประเด็นนี้เพราะเน้นลูกค้าคนละกลุ่มกัน

 

ขยับไปสู่ระบบ online เพื่อลดต้นทุน

บริษัทสนับสนุนให้ลูกค้าใช้งาน online platform เพิ่มขึ้น โดยในปัจจุบัน มีลูกค้าของบริษัท 38% ที่ใช้บริการ cardless cash (บริษัทตั้งเป้าไว้ที่ 50% ของลูกค้าทั้งหมด) นอกจากนี้ บริษัทยังเตรียมเลิกใช้บัตรพลาสติกแบบเดิม แล้วเปลี่ยนมาใช้บัตรเสมือน (virtual card) แทนตั้งแต่เดือนกันยายน 2564 และคาดว่าจะสามารถยกเลิกบัตรพลาสติกทั้งหมด 956,000 ใบของลูกค้าเดิมที่ใช้บริการ AEON mobile app ได้ภายในเดือนธันวาคม 2564 นอกจากนี้ AEONTS ยังเดินหน้าย้ายสินค้าและบริการต่างๆ มาให้บริการผ่าน application มือถือเพิ่มขึ้นอีก อย่างเช่น การนำระบบ e-KYC และ e-Acquisition มาใช้ในเดือนพฤศจิกายน 2564 ซึ่งกลยุทธ์นี้จะส่งผลดีต่อบริษัทในระยะยาว โดยจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน และช่วยบริหารจัดการสัดส่วน C/I

 

 

 

Valuation and action

เราประเมินมูลค่าหุ้น AEONTS โดยอิงจาก P/E ที่ 12.5x ซึ่งสะท้อน PEG ที่ 0.8.x จากกำไรเฉลี่ยสองปีข้างหน้า โดยกำหนด discount จากหุ้นอื่นในกลุ่ม 45% เรายังคงคำแนะนำซื้อ โดยประเมินราคาเป้าหมายที่ 230 บาท

 

Risks

อุปสงค์สินเชื่อชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจที่ฟื้นตัวช้า, ความเสี่ยงด้านกฎเกณฑ์ของทางการกดดัน yield สินเชื่อ, NPL เพิ่มขึ้นจากกลุ่มลูกค้าระดับล่าง