MINT มั่นใจผลงานไตรมาส 4/64 ดีต่อเนื่องจากไตรมาส 3/64 ได้ปัจจัยหนุนจากธุรกิจท่องเที่ยวในประเทศฟื้น อานิสงส์รัฐบาลเปิดพื้นที่แซนด์บ็อกซ์-ลดวันกักตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติ-เข้าสู่ไฮซีซันธุรกิจ จ่อบุ๊คกำไรพิเศษขายโรงแรม ไตรมาส 3/64 ดันผลดำเนินงานปีนี้ดีกว่าปีก่อน
นายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาเชิงกลยุทธ์ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เปิดเผยว่า บริษัทคาดการณ์แนวโน้มธุรกิจไตรมาส 4 ปี 2564 จะดีขึ้นต่อเนื่องจากไตรมาส 3 ปี 2564 และจะส่งผลให้ผลการดำเนินงานปี 2564 ดีกว่าปี 2563 ที่มีรายได้ 58,695 ล้านบาท และมีผลขาดทุนสุทธิ 21,407 ล้านบท ซึ่งได้ปัจจัยหนุนจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในประเทศ ภายหลังประเทศไทยมีการกระจายวัคซีนที่ดีขึ้น ส่งผลให้ประชาชนมีความมั่นใจกลับมาเดินทางมากขึ้นรวมถึงได้ปัจจัยหนุนจากนโยบายของภาครัฐ ได้แก่ การเปิดประเทศในลักษณะแซนด์บ็อกซ์ และการลดจำนวนวันกักตัวจาก 14 เป็น 7 วัน
นอกจากนี้ ในไตรมาส 4 ปี 2564 ยังเป็นไฮซีซันของธุรกิจท่องเที่ยว จึงคาดว่าจะเห็นอุปสงค์การท่องเที่ยวที่สะสมจากช่วงก่อน (Pent-up Demand) กลับมา โดยคาดว่าการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมในประเทศจะมาจากทั้งนักท่องเที่ยวในประเทศและนักท่องเที่ยวต่างประเทศ ส่วนพอร์ตโรงแรมในภูมิภาคยุโรปคาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวต่อเนื่องจากไตรมาส 3 ปี 2564
ส่วนธุรกิจอาหาร คาดว่าจะเห็นการฟื้นตัวเช่นเดียวกัน จากการคลายล็อกดาวน์และอนุญาตให้ลูกค้าสามารถนั่งทางอาหารในร้านได้ นอกจากนี้ บริษัทมีการลดต้นทุนมาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงมีการปรับเปลี่ยนช่องทางการขายให้เหมาะกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในช่วงการแพร่ระบาดของโรค เช่น การส่งอาหารผ่านดิลิเวอรี่ การนำเสนอเมนูที่เหมาะกับการซื้อกลับ (Takeaway) และการให้บริการแบบไดร์ฟทรู
สำหรับแนวโน้มธุรกิจในไตรมาส 3 ปี 2564 ที่ผ่านมา พบว่า ผลการดำเนินงานปรับตัวดีขึ้นทุกธุรกิจ โดยเฉพาะธุรกิจโรงแรมที่คาดว่าจะมีการบันทึกกำไรพิเศษเข้ามา ภายหลังบริษัทขายโรงแรมในประเทศโปรตุเกส มูลค่ารวม 5.7 พันล้านบาท นอกจากนี้ ยังได้ปัจจัยหนุนจากธุรกิจโรงแรมในยุโรปที่ฟื้นตัว เนื่องจากเข้าสู่ช่วงไฮซีซันของภูมิภาค และการกระจายวัคซีนที่อยู่ในระดับสูง สะท้อนจากอัตราการเข้าพัก (Occupancy Rate) และราคาห้องพัก (Room Rate) ที่สูงขึ้น








