ธปท.ขยับ ตั้งเป้าทดลองใช้เงินดิจิทัล CBDC ในภาคประชาชน ไตรมาส 2/65

ธปท.ขยับ ตั้งเป้าทดลองใช้เงินดิจิทัล CBDC ในภาคประชาชน ไตรมาส 2/65

แบงก์ชาติจ่อเปิดให้ทดลองใช้งานเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง “CBDC” ไตรมาส 2/65 ชี้ปลอดภัย-ไม่ผันผวน ยันแตกต่างจากบิตคอยน์ พร้อมเปิดให้ผู้เล่นทั้งแบงก์-นอนแบงก์เข้ามาเชื่อมต่อนวัตกรรม

นายกษิดิศ ตันสงวน รองผู้อำนวยการ กลุ่มงานยุทธศาสตร์องค์กร ธนาคารกลางแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ธปท.ตั้งเป้าหมายเปิดให้ประชาชนในวงจำกัดทดลองใช้เงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง (CBDC) ภายในไตรมาส 2 ปี 2565 และตั้งเป้าเปิดใช้งานเป็นการทั่วไปภายใน 5 ปีต่อจากนี้ โดย CBDC ที่ออกโดย ธปท.จะมีความปลอดภัยสูง เพราะเปรียบเสมือนการออกเงินบาทเป็นโทเคน แตกต่างจากสกุลเงินดิจิทัลอื่นๆ เข่น บิตคอยน์ ที่มีความผันผวนสูงและไม่มีสินทรัพย์มารองรับ

ทั้งนี้ CBDC จะกระจายผ่านสถาบันการเงินเช่นเดิม เพื่อให้สถาบันการเงินทำหน้าที่นำไปกระจายสู่ประชาชนต่อไป เบื้องต้นจะเปิดให้ฝาก ถอน โอน จ่าย เช่นเดียวกับเงินกระดาษ แต่ยังไม่พิจารณาจ่ายดอกเบี้ย เพื่อไม่ให้ตัวกลางอย่างสถาบันการเงินถูกผลกระทบ

อย่างไรก็ดี ภายหลังการออก CBDC คาดว่าบทบาทของผู้เล่นในอุตสาหกรรมการเงินจะมีความหลากหลายมากขึ้น และผู้เล่นเดิมอย่างธนาคารจะต้องปรับตัวมากขึ้น เพราะจะมีผู้เล่นรายใหม่เข้ามาแข่งขันเป็นตัวกลาง อีกทั้งสามารถยังต่อยอดนวัตกรรมจากข้อมูลที่แต่ละบริษัทมีอยู่ในมือได้ ขณะที่ผลบวกต่อประชาชน แม้ว่าการใช้งานจะเปลี่ยนไป แต่ ธปท.จะออกแบบเพื่อให้มั่นใจได้ว่าต้นทุนในการเข้าถึงจะไม่สูงเกินไป เช่น ต้นทุนการซื้อโทรศัพท์มือถือ เป็นต้น โดยอยู่ระหว่างศึกษาการออก CBDC ในรูปแบบที่เป็นการ์ด รวมถึงศึกษารูปแบบออฟไลน์อื่นๆ เพื่อให้เท่าเทียมกับเงินสด

นอกจากนี้ ธปท.ยังให้ความสำคัญกับประเด็นความเป็นส่วนตัว เพราะมองว่าเป็นประเด็นสำคัญมากที่ประชาชนจะชั่งน้ำหนักเพื่อใช้งาน เช่น การใช้งานส่วนตัวแต่จ่ายในจำนวนมาก ซึ่งอาจมีความกังวลถูกเก็บภาษี เป็นต้น อย่างไรก็ดี ธปท.ยังต้องดูแลอีกด้านหนึ่งเพื่อไม่ให้เงินดิจิทัลถูกใช้ทำธุรรรมผิดกฎหมายอีกด้วย เบื้องต้นข้อมูลส่วนบุคคลที่เกิดจากการใช้ CBDC จะอยู่กับตัวกลางที่เป็นสถาบันการเงิน ทางการจะมีหน้าที่ดูแลความถูกต้องและความปลอดภัยเท่านั้น

สำหรับการพัฒนานวัตกรรมต่อยอด ซึ่งเป็นจุดแข็งของ CBDC เมื่อเทียบกับเงินอิเล็กทรอนิสก์ในปัจจุบัน ธปท.เปิดให้ผู้เล่นต่างๆ เข้ามาพัฒนานวัตกรรมเพื่อนำไปเชื่อมต่อกิจกรรมทางการเงินต่างๆ และการให้บริการทางการเงินแก่ประชาชนในหลากหลายรูปแบบ หากมีรูปแบบการใช้งาน (Use Case) ที่น่าสนใจ และมีความปลอดภัยของระบบ ธปท.จะนำเข้ามารวมกับ Foundation Track (บริการพื้นฐาน ฝาก ถอน โอน จ่าย) ในระยะถัดไป

เมื่อสอบถามถึงจำนวนของสถาบันการเงินที่เข้ารวม ปัจจุบันสถาบันการเงินต่างๆ แสดงความสนใจเพื่อเข้ามาเชื่อมต่อค่อนข้างเยอะ เพราะต้องารเข้ามาทดสอบระบบเพื่อนำไปต่อยอดพัฒนานวัตกรรมต่างๆ โดยเชื่อว่าผู้บริโภคจะได้รับประโยชน์จากต้นทุนการให้บริการที่ลดลงในอนาคต รวมถึงได้ประโยชน์ผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่คาดว่าจะมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น