วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ภาคประชาชนจี้รัฐจ่าย ’บำนาญ’ ผู้สูงอายุ

กระทรวง พม.รับ 5 ข้อเสนอเครือข่ายประชาชนเรื่องการพัฒนาเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นระบบบำนาญ เพื่อเป็นหลักประกันรายได้พื้นฐานของผู้สูงอายุ พร้อมเพิ่มวงเงินหลังไม่ได้ปรับตั้งแต่ปี 2554 เตรียมส่งต่อคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอครม.อนุมัติ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จุติ ไกรฤกษ์ ระบุ กระทรวงฯรับข้อเสนอการพัฒนาเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นระบบบำนาญประชาชน จากตัวแทนเครือข่ายสลัม 4 ภาค และเครือข่ายประชาชนเพื่อรัฐสวัสดิการ โดยจะส่งให้คณะอนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุพิจทรณาต่อไป ซึ่งคณะอนุกรรมการฯ อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดหลักเกณฑ์การจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ หลังจากนั้นจะเสนอให้คณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติพิจารณา ก่อนเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติต่อไป  

หากจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลงกฎหมายจะต้องเสนอกลับเข้าไปยังสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งกระบวนการนี้ กระทรวงฯไม่สามารถตัดสินใจเพียงผู้เดียวได้ 

รัฐมนตรีจุติ ย้ำว่าการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปัจจุบันยังคงจ่ายตามหลักเกณฑ์เดิม โดยทุกคนจะได้รับเหมือนเดิมจนกว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงใหม่ ผู้สูงอายุที่ได้รับเบี้ยยังชีพในปัจจุบันยังคงได้รับต่อไปโดยไม่มีการตัดสิทธิใดๆทั้งสิ้น

โดยมีผู้ร่วมชุมนุมเรียกร้อง จำนวน 300 คน ณ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ สะพานขาว ถนนกรุงเกษม กทม. 

สำหรับข้อเสนอของเครือข่ายภาคประชาชนที่รวมตัวกันมากว่า 300 คน ประกอบด้วย

1.ให้รัฐบาลยกระดับและพัฒนานโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นระบบบำนาญประชาชน เพื่อเป็นหลักประกันรายได้พื้นฐานและเป็นสิทธิสวัสดิการถ้วนหน้าขั้นพื้นฐานของประชาชน อายุ 60 ปีขึ้นไป โดยใช้อัตราไม่ต่ำกว่าเส้นความยากจน ผู้สูงอายุจะมีความเสี่ยงน้อยจากการตกหล่นจากระบบคัดกรองความยากจน  

2.การกำหนดอัตราเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุในปัจจุบัน ไม่สอดคล้องกับเกณฑ์รายได้ที่เพียงพอแก่การยังชีพ ซึ่งต่ำกว่าเส้นความยากจน 3 - 5 เท่า จากข้อมูลเฉลี่ยทั่วประเทศ 2,763 บาทต่อคนต่อเดือน ปี 2,562 และอัตราเบี้ยยังชีพ ทั้งนี้ ผู้สูงอายุไม่มีการปรับขึ้นมานับตั้งแต่ ปี 2554  

3.ให้คณะกรรมการผู้สูงอายุนำ ร่าง พ.ร.บ.บำนาญแห่งชาติ พ.ศ.... ฉบับประชาชน และ ผู้สูงอายุ
และบำนาญพื้นฐานแห่งชาติ ฉบับที่... พ.ศ... ของคณะกรรมาธิการการสวัสดิการสังคม มาพิจารณา เพื่อให้เกิดการพัฒนานโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุเป็นกฎหมายบำนาญประชาชน 

4.ให้คณะอนุกรรมการกำหนดนโยบายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ ยกเลิกแนวทางการกำหนดการจ่ายเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุแบบกำหนดกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งมีแนวโน้มว่าจะให้จัดสรรเบี้ยยังชีพเฉพาะกลุ่มคนยากจน หรือพิจารณาจากเกณฑ์รายได้ขั้นต่ำ โดยผู้ที่ได้รับต้องแสดงตัวตนและรายได้ และประกาศรายชื่อให้สาธารณชนรับรู้  

และ 5.ให้เปิดเผยการประชุมคณะกรรมการผู้สูงอายุแห่งชาติ  และคณะอนุกรรมการที่เกี่ยวข้อง ให้สาธารณชนได้รับทราบ