เข้าสู่ไตรมาสแห่งการฟื้นตัวในรอบปีนี้ - เราคิดว่าผลกระทบจากสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทยจะหนักสุดใน 3Q64 และสถานการณ์น่าจะดีขึ้นใน 4Q64
แม้ว่ายอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันในเดือนตุลาคมจะยังอยู่ที่ประมาณ 10,000 ราย โดยสถานการ์ที่ดีขึ้นใน 4Q64 จะมาจาก i) อัตราการกระจายวัคซีนที่เพิ่มขึ้น (>40% ของประชากรไทยที่ได้รับวัคซีน 1 เข็มเมื่อวันที่ 26 กันยายน และเป้าหมาย 70% สำหรับ 2 เข็ม ณ สิ้นปี) และ ii) คาดว่าผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงจะมีจำนวนลดลง ดังนั้น สถานการณ์ที่ดีขึ้นจึงน่าจะทำให้รัฐบาลคลายข้อกำหนดต่าง ๆ ลง และทำให้หลายธุรกิจกลับมาเปิดดำเนินการตามปกติได้ในอีกสองสามเดือนข้างหน้า เราได้ระบุเอาไว้ในบทวิเคราะห์ฉบับที่แล้วว่า ยอดผู้ติดเชื้อใหม่ที่ลดลงในเดือนกันยายนจะทำให้ความกังวลเกี่ยวกับการผ่อนคลายมาตรการ lockdown ลดลง และจะเห็นแนวทางการเปิดประเทศใน 4Q64 เราคาดว่าสถานการณ์จะยังคงเป็นบวกต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้บางกองทุนที่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญจากการที่ COVID-19 กลับมาระบาดระลอกสามมีโอกาสที่จะฟื้นตัวขึ้น ดังนั้น เราจึงเลือก CPN Retail Growth Leasehold (CPNREIT.BK/CPNREIT TB) และ BTS Rail Mass Transit Growth Infrastructure Fund (BTSGIF.BK/BTSGIF TB) เป็นกองเด่นในธีมนี้
CPNREIT ดูน่าสนใจในเชิงศักยภาพของการฟื้นตัวในอีกสองสามปีข้างหน้า
เมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ระบาดระลอกสามของ COVID-19 เราคิดว่าผลการดำเนินงานของ
CPNREIT ใน 3Q64 น่าจะแย่ที่สุดในรอบปีนี้แล้ว เพราะยอดขายของผู้เช่าพื้นที่จะถูกกระทบจาก
มาตรการที่เข้มงวดของรัฐบาลในการคุมโรคระบาดในช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม ทั้งนี้โครงสร้างค่าเช่าของ CPNREIT ในปี 2563 แบ่งเป็นค่าเช่าแบบคงที่ และค่าเช่าที่คิดตามยอดขายของผู้เช่า 40:60 โดยสินทรัพย์ในกองนี้ได้แก่ CentralPlaza พระราม 2, CentralPlaza พระราม 3, CentralPlaza ปิ่นเกล้า, ปิ่นเกล้า ทาวเวอร์ A และ B, CentralPlaza สนามบินเชียงใหม่, Central พัทยา, โรงแรม Hilton พัทยา,อาคารสำนักงาน The Ninth Towers และอาคารสำนักงาน Unilever House
ดังนั้น มาตรการของรัฐบาล จะทำให้ยอดขายของผู้เช่าพื้นที่ลดลง รวมถึงมีการให้ส่วนลดแก่ผู้เช่าพื้นที่ในช่วง 3Q64 ด้วย อย่างไรก็ตาม ผลการดำเนินงานมีแนวโน้มจะดีขึ้นใน 4Q64 เนื่องจากมีการผ่อนคลายข้อจำกัดลงหลังจากที่ยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ใหม่รายวันลดลงตั้งแต่เดือนกันยายน
BTSGIF จะได้อานิสงส์จากการที่ผู้โดยสารรถไฟฟ้ากลับมาใช้บริการอีกครั้ง
เราคาดว่าผลการดำเนินงานของ BTSGIF น่าจะดีขึ้น จากการที่ผู้โดยสารรถไฟฟ้ากลับมาใช้บริการ BTS อีกครั้ง เราคิดว่าผลการดำเนินงานของกองทุนจะติดลบอย่างแน่นอนใน 3Q64 เพราะจำนวนผู้โดยสารต่ำมากอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากมีหลายบริษัทที่ใช้นโยบายให้พนักงานทำงานจากที่บ้าน ทำให้สถิติผู้โดยสารรถไฟฟ้ารายเดือนอยู่ที่ 3.4 ล้านเที่ยว (-35.5% MoM, -71.1% YoY) ในเดือนกรกฎาคม และ 2.8 ล้านเที่ยว (-19.8% MoM, -79.2% YoY) ในเดือนสิงหาคม ในขณะที่จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ยในเดือนเมษายน-มิถุนายนอยู่ที่ 5.4 ล้านเที่ยว อย่างไรก็ตาม แนวโน้มผู้ติดเชื้อ COVID-19 ใหม่ที่ลดลงจะส่งผลดีต่อจำนวนผู้โดยสารของ BTSGIF ในระยะยาว เนื่องจากเราคาดว่าช่วงที่สถานการณ์เลวร้ายที่สุดได้ผ่านพ้นไปแล้วใน 3Q64 และคาดว่าจะฟื้นตัวได้อย่างต่อเนื่องจาก 4Q64 เป็นต้นไป
Recommendation
เรายังคงเลือก i) JASIF ii) DIF iii) HREIT iv) ALLY และ v) GROREIT เป็นกองเด่นของเรา เนื่องจาก i) อัตราผลตอบแทนน่าสนใจ (>8% ต่อปี) ii) กำไรไม่ค่อยผันผวน และ iii) ทั้งผลประกอบการและการจ่ายเงินปันผลมีแนวโน้มดีขึ้นทั้งคู่ในปี 2564 นอกจากนี้ เรายังคาดว่า CPNREIT และ BTSGIF เป็นตัวเลือกการลงทุนที่ดีในธีมการฟื้นตัวจากแนวโน้มสถานการณ์ COVID-19 ที่ดีขึ้น
Risks
COVID-19 ระบาด, เศรษฐกิจชะลอตัวลง, การเมืองขาดเสถียรภาพ









