เราคาดว่ากำไรหลักของ ADVANC ใน 3Q64 จะอยู่ที่ 6.5 พันล้านบาท (-3% QoQ, -3% YoY) โดยกำไรที่ลดลง QoQ จะเป็นเพราะi) คาดว่ารายได้จะลดลงเหลือ 4.23 หมื่นล้านบาท (-1%QoQ)
เนื่องจากรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 3.28 หมื่นล้านบาท (+1% QoQ) ขณะที่ยอดขายเครื่องมือถือลดลงเหลือ 6.0 พันล้านบาท (-15% QoQ) ii) มาร์จิ้นของยอดขายเครื่องมือถือลดลงจาก 2.7% ใน 2Q64 เป็น -1.5% และ iii) ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 3% QoQ เป็น 5.3 พันล้านบาท เนื่องจากคาดจะมีค่าใช้จ่ายด้านการตลาดและตั้งสำรองหนี้เสียเพิ่มขึ้น ส่วนกำไรที่คาดจะลดลง YoY เนื่องจากต้นทุนเพิ่มขึ้น 4% YoY ตามค่าตัดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นหลังรับใบอนุญาตใหม่ในปี 2564 และมีค่าใช้จ่ายโครงข่ายเพิ่มขึ้น
แนวโน้มสดใสมากขึ้นใน 4Q64
เราคาดว่ากำไรสุทธิใน 4Q64 จะดีขึ้น QoQ เนื่องจาก i) สถานการณ์ COVID-19 ดีขึ้น น่าจะทำให้มีการจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น ทั้งในส่วนของการใช้บริการมือถือ และยอดขายเครื่องมือถือ ii) ปัจจัยฤดูกาลของธุรกิจมือถือ เพราะการใช้บริการมือถือมักจะเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปี ประกอบกับการเปิดตัวโทรศัพท์ไอโฟนรุ่นใหม่ (iPhone 13) และ iii) ยอดผู้ใช้บริการ 5G เพิ่มขึ้น เนื่องจากมีจำนวนเครื่องที่รองรับระบบ 5G เพิ่มขึ้น และบริษัทเริ่มขายเครื่อง 5G โดยใช้เฮ้าส์แบรนด์มาตั้งแต่ช่วงปลาย 3Q64
คงประมาณการกำไรหลักปี 2564-65 เอาไว้ตามเดิม
เนื่องจากเราคาดว่ากำไรหลักในงวด 9M64 จะคิดเป็นสัดส่วนราว 76.5% ของประมาณการกำไรทั้งปีนี้ของเรา และคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้นใน 4Q64 เราจึงมองว่าประมาณการของเรายังมี upside อีกเพียง 2% - 3% ดังนั้นเราจึงยังคงประมาณการกำไรเอาไว้เท่าเดิมที่ 2.62 หมื่นล้านบาท (-4% YoY) สำหรับปี 2564และ 2.70 หมื่นล้านบาท (+3% YoY) สำหรับปี 2565
Valuation & Action
เรายังคงคำแนะนำซื้อ ADVANC เนื่องจาก i) คาดว่ากำไรจะฟื้นตัวได้ดีกว่าหุ้นอื่นในกลุ่ม ii) อัตรา
ผลตอบแทนจากเงินปันผลปี 2564-65 ยังจูงใจที่ 3.2% - 3.3% และ iii) ยังมี upside ที่เรายังไม่ได้รวมเข้ามาในประมาณการอีกจากธุรกิจใหม่ (สินเชื่อดิจิทัล) ดำเนินการโดยบริษัทร่วมทุนที่ตั้งร่วมกับธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB.BK/SCB TB)*
Risks
รายได้ต่ำกว่าที่คาดไว้









