วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ยังสามารถเก็งกำไรรายตัว แม้อาจผันผวนในช่วงสหรัฐฯ ขยับเพดานหนี้

กนง.คงดอกเบี้ยนโยบายตามคาด - กนง.มีมติเอกฉันท์ คงดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.5% ซึ่งเป็นไปตามที่เราคาด และหักล้างคาดการณ์ส่วนน้อยของตลาดที่ประเมินมีโอกาสปรับลดดอกเบี้ย

ซึ่งเราเชื่อว่าเกิดจากความถ่างของนโยบายการเงินของประเทศต่างๆ (Policy divergence) อันเนื่องมาจากการฟื้นตัวเร็วช้าที่ไม่เท่ากัน อย่างไรก็ตามเรายังให้น้ำหนักบวกกับการที่ กนง.ยืนยันการเติบโตเศรษฐกิจ (GDP) ปีนี้ไม่ติดลบ และน่าจะเติบโตที่ 0.70% และปี 2564 โต 3.9% (จาก 3.7%) โดยเศรษฐกิจจะต่ำสุดในช่วงไตรมาส 3 และจะเริ่มฟื้นตัว ในเชิงเก็งกำไรเราประเมินหุ้นกลุ่มโภคภัณฑ์ช่วงสั้นยังได้แรงหนุนจากเงินเฟ้อและผลประกอบการรายตัว ขณะที่มองทยอยสะสสมหุ้น Theme หุ้นเปิดเมืองที่อาจอ่อนตัวช่วงสั้นจากแรงกดดันผลประกอบการไตรมาส 3 ที่ได้รับผลกระทบจากการล็อคดาวน์ แต่จะเริ่มฟื้นตัวได้ดีตั้งแต่ไตรมาส 4 เป็นต้นไป

ตลาดโลกอาจผันผวนบ้างจากค่าเงินสหรัฐฯ ในช่วงรอยต่อของการดำเนินนโยบาย ค่าเงินสหรัฐฯ แข็งค่าสะท้อนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่อาจจะนานกว่าคาด และสะท้อนความเสี่ยงในช่วงรอยต่อการดำเนินนโยบายการเงินที่น่าจะเห็นการลดการผ่อนคลายทางการเงิน (QE tapering) ในเร็วๆนี้ อย่างไรก็ตามในระยะสั้นค่าเงินสหรัฐฯ อาจอ่อนค่าหากคืนนี้วุฒิสมาชิกหรัฐฯ ลงมติร่างงบประมาณชั่วคราว ที่จะทำให้มีงบประมาณฉบับชั่วคราวไปจนถึง 3 ธ.ค. และใช้เวลาในช่วง 3 สัปดาห์จากนี้พิจารณาการขยายเพดานหนี้สหรัฐฯ ไปจนถึงปี 2565 ทั้งนี้ผลตอบแทนพันธบัตรช่วงที่ผ่านมาอยู่ในระดับต่ำเกินจริงจากการเข้าใกล้เพดานหนี้ ทำให้มีการประมูลพันธบัตรสหรัฐ ในอัตราที่น้อยลง ดังนั้นการขยายเพดานหนี้ ซึ่งจะทำให้กลไกต่างๆกลับสู่ปกติ น่าจะส่งผลให้ผลตอบแทนพันธบัตรขยับขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ตลาดผันผวนในระยะสั้นได้

 

 

ธีมการลงทุนระยะสั้น 1) กลุ่มโภคภัณฑ์ป้องกันเงินเฟ้อ PTTEP, PTTGC, IVL, TOP, BANPU 2) การเพิ่มเพดานหนี้เป็น 70% และแผนกู้เงินเพิ่ม จะทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรขยับขึ้น ซึ่งบวกกับกลุ่มธนาคารและประกัน อาทิ BBL, KBANK, SCB, TIPH, THRE, BLA 3) หุ้นธีมเปิดเมืองยังน่าสนใจแม้อาจย่อจากมีความไม่แน่นอนเกี่ยวกับการผ่อนคลายกทม.ที่น่าจะล่าช้าไปจาก 15 ต.ค. CPN, CRC, MINT, CENTEL, ERW, BA 4) เรามองทยอยสะสม สื่อสาร สาธารณูปโภค ADVANC, DTAC, FTREIT, WHART, GULF, GPSC, EGCO, RATCH, EASTW, WHAUP, TTW 5) เก็งกำไรทางเทคนิค WIIK, FORTH, FSMART, TNP, TWPC, NER, HFT, BEC, CPI, TKS, SKN, TPS, CTW, DEMCO

ภาพรวมกลยุทธ์: การไม่สามารถฟื้นกลับไปยืนเหนือ 1,620 จุด ทำให้ SET ยังมีโครงสร้างที่เป็นลบ และอาจเคลื่อนไหวในเชิงแกว่งลง (sideways down) โดยมีแนวรับ 1,605 และ 1,585 ตามลำดับ แต่ไม่กระทบกับจิตวิทยาการเก็งกำไรรายตัว ขณะที่ SET Index อาจเคลื่อนไหวดีกว่าคาด หากกลุ่มพลังงานสามารถทะลุแนวต้านสำคัญขึ้นไปได้ //หุ้นแนะนำ: KBANK*, BANPU*, UVAN*, AJ*

แนวรับ: 1,585-1,605/ แนวต้าน : 1,623-1,630 จุด สัดส่วน : เงินสด 50% : พอร์ตหุ้น 50%

 

 

 

 

ประเด็นการลงทุน

สถานการณ์โควิดในประเทศ – ศบค. พบผู้ติดเชื้อ 11,6466 ราย หายป่วย 10,554 ราย เสียชีวิต 107 ราย

ยาต้านโควิดทุกสายพันธ์ – เมอร์ค แอนด์ โค บริษัทยารายใหญ่ในสหรัฐฯ แถลงผลการทดลองว่ายา โมลนูพิราเวียร์ (molnupiravir) ซึ่งเป็นยาเม็ดสำหรับรักษาโรคโควิด 19 มีประสิทธิภาพในการต้านไวรัสโควิด 19 หลายสายพันธ์ ซึ่งรวมถึงเดลต้า ปัจจุบันอยู่ในการศึกษาในระยะที่ 3 ซึ่งคาดว่าจะเสร็จสิ้นช่วงต้น พ.ย.

เศรษฐกิจไทยเดือน ส.ค. ชะลอตัว – สศค.เผยเศรษฐกิจไทยเดือน ส.ค. ชะลอตัวลงจากเดือนก่อนหน้าตามการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนที่ชะลอตัวเนื่องจากยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 อย่างไรตามการส่งออกสินค้ายังคงขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 6

GULF – คาดได้เซ็นต์สัญญาแหลมฉบังเฟส 3 มูลค่า 8.4 หมื่นล้านบาทภายในเดือน ต.ค. 64 พร้อมลุยงานทันที

RATCH - ทุ่ม 3.1 หมื่นล้านบาท ปิดดีลกำลังการผลิตใหม่สิ้นปีนี้ 1,000 เมกะวัตต์

 

ประเด็นติดตาม: -  1 ต.ค.: EU CPI เดือน ก.ย. / 5 ต.ค.: TH CPI เดือน ก.ย.

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)ฟ