ประมาณการ 3Q64: SSSG จะยังคงเป็นบวก เราคาดว่ากำไรสุทธิของ GLOBAL ใน 3Q64 จะอยู่ที่ 689 ล้านบาท (+51% YoY, -29% QoQ)
ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิในงวด 9M64 อยู่ที่ 2.6 พันล้านบาท (+66% YoY) คิดเป็น 89% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา โดยเราคาดว่ากำไรที่เพิ่มขึ้น YoY จะมาจาก SSSG ที่แข็งแกร่ง และอัตรากำไรที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่กำไรที่ลดลง QoQ จะเป็นผลมาจากปัจจัยฤดูกาล เราคาดว่ายอดขายจะอยู่ที่ 7.5 พันล้านบาท (+16%YoY, -16% QoQ) จาก SSSG ที่ +10% SSSG ใน 3Q64 และมีการเปิดสาขาใหม่อีกหกสาขา YoYหลังจากที่รายได้ภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 7% YoY ในเดือนสิงหาคม 2564 เราคาดว่า SSSG เฉลี่ยในงวด 9M64 จะอยู่ที่ +19.6% (ดีกว่าสมมติฐานปีนี้ของเราที่ +10%) และคาดว่า GLOBAL จะเปิดสาขาร้านใหม่เพิ่มอีกหนึ่งสาขาใน 3Q64 ทำให้จำนวนสาขาทั้งหมดเพิ่มขึ้นเป็น 74 สาขา ในขณะเดียวกัน เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นใน 3Q64 จะอยู่ที่ 24.8% (+2.1ppts YoY, -1.1ppts QoQ) สะท้อนถึงราคาเหล็กที่เพิ่มขึ้น YoY แต่ลดลง QoQ (ดัชนีราคาเหล็กเพิ่มขึ้น 36% YoY แต่ลดลง 2% QoQ) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นในงวด 9M64 อยู่ที่ 25.4% (+1.8ppts YoY) ดีกว่าสมมติฐานปีนี้ของเราที่ 24.8%
ปรับเพิ่มประมาณการกำไรปี 2564-65F แต่ de-rate PER เพื่อสะท้อนอัตราการเติบโตที่ชะลอตัวลง
ราคาเหล็กที่ทรงตัวจะจำกัดอัตรากำไรขั้นต้นของ GLOBAL เอาไว้ ซึ่งเราได้นำประเด็นนี้เข้ามาใส่ไว้ในประมาณการของเราแล้ว อย่างไรก็ตาม การที่กลยุทธ์การขายสินค้า house brand ของบริษัทได้ผลดีเกินคาด ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นมี upside เพิ่มอีก ในขณะเดียวกัน บริษัทอาจจะได้รับผลกระทบในวงจำกัดจากสถานการณ์น้ำท่วม (มีห้าสาขาในสามจังหวัดที่อาจจะได้รับผลกระทบบ้าง คิดเป็นสัดส่วนไม่ถึง 5%ของยอดขายรวม) ดังนั้น เราจึงปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2564-65F ขึ้นอีก 7% และ 5%ตามลำดับ หลังจากที่เราปรับสมมติฐานใหม่ (Figure 2) เราคาดว่ากำไรของ GLOBAL จะเพิ่มขึ้น 55%YoY ในปี 2564 และ 10% YoY ในปี 2565 ทั้งนี้ เนื่องจากเราคาดวว่าอัตราการเติบโตของกำไรจะแผ่วลงในปีหน้า เราจึง de-rate PER จากเดิม 38.0x (ค่าเฉลี่ยระหว่าง GLOBAL และ Home Product Center (HMPRO.BK/HMPRO TB)* +1.5 S.D.) เหลือ 36.0x (+1.0 S.D.)
Valuation & action
เรายังคงราคาเป้าหมายสิ้นปี 2565 ที่ 27.00 บาท อิงจาก PER ที่ 36.0x (+1.0 S.D) ทั้งนี้ เนื่องจากกำไรมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น YoY ใน 4Q64 และน่าจะโตต่อเนื่องในปี 2565 ในขณะที่ราคาหุ้นยังมี upside ถึงราคาเป้าหมายของเราอีก 31% เราจึงยังคงคำแนะนำ “ซื้อ”
Risks
เศรษฐกิจชะลอตัวลง, ขยายสาขาได้น้อยกว่าที่วางแผนเอาไว้, ราคาพืชผลอ่อนแอ, ภัยธรรมชาติ, สินค้าค้างสต็อกเป็นจำนวนมาก









