วันพุธที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวบวกเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนติดตามการประชุม FED ในคืนนี้ ถึงทิศทางการลดวงเงิน QE และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ
หุ้นกลุ่มที่ส่งผลบวกต่อดัชนี ได้แก่กลุ่มไอซีที พลังงาน และธนาคาร นำโดยหุ้น TRUE, PTT, ADVANC และ SCB ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,619.59 จุด +4.73 จุด +0.29% มูลค่าการซื้อขาย 79,028 ลบ. ต่างชาติ -1,025.19 ลบ. TFEX -4,691 สัญญา ตราสารหนี้ -2,719.43 ลบ.
ปัจจัยบวก
+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 338.48 จุด +1.00% หลังจาก FED ไม่ได้ระบุไทม์ไลน์ที่ชัดเจนในการปรับลดวงเงิน QE โดยส่งสัญญาณเพียงว่าจะปรับลด QE ในไม่ช้านี้ ซึ่งต่างจากที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ว่าเฟดจะส่งสัญญาณปรับลด QE ในเดือน พ.ย.
+ ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.74 ดอลลาร์ +2.5% ปิดที่ 72.23 ดอลลาร์/บาร์เรล ขานรับตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี และลดลงติดต่อกัน 7 สัปดาห์ ซึ่งบ่งชี้ว่าความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง
+ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว เพื่อสนับสนุนหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐให้มีงบประมาณใช้จ่ายไปจนถึงวันที่ 3 ธ.ค. และหลีกเลี่ยงไม่ให้หน่วยงานต้องถูกปิดการดำเนินงาน
+ IMF เปิดเผยว่าติดตามสถานการณ์ของบริษัทไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ปอย่างใกล้ชิด แต่เชื่อว่าจีนจะมีวิธีป้องกันสถานการณ์ดังกล่าวไม่ให้กลายเป็นวิกฤติเชิงระบบ
+ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ เตรียมแถลงว่า สหรัฐจะซื้อวัคซีนต้านโควิด-19 จำนวน 500 ล้านโดสเพื่อบริจาคให้แก่ประเทศยากจน
+เงินบาทเปิด 33.50 อ่อนค่าสุดในรอบ 3 ปีส่งผลดีต่อการส่งออก
+/- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 13,256 ราย มีผู้เสียชีวิต 131 ราย รักษาหาย 13,829 ราย
ปัจจัยลบ
- แบงก์ ออฟ อเมริกา (BofA) ปรับลดคาดการณ์ GDP ของจีนเนื่องจากปัญหาหนี้สินของบริษัทเอเวอร์แกรนด์ การแพร่ระบาดรอบใหม่ของโรคโควิด-19 และการคุมเข้มด้านกฎระเบียบในวงกว้าง ขณะที่วาณิชธนกิจอื่น ๆ ก็เตือนเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจของจีนเช่นกัน
- ADB ปรับลดคาดการณ์ GDP ของประเทศกำลังพัฒนาและประเทศอุตสาหกรรมใหม่ในเอเชียปีนี้ลงสู่ระดับ 7.1% จากเดิม 7.2% เนื่องจากวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมกับปรับลดประมาณการ GDP ของไทยในปี 64 เหลือ 0.8% จากเดิม 3% เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และเหลือ 3.9% จากเดิม 4.5% สำหรับปี 65
- สหรัฐเปิดเผยว่ายอดขายบ้านมือสองลดลง 2% สู่ระดับ 5.88 ล้านยูนิตในเดือนส.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.89 ล้านยูนิต
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดต่างประเทศ หลังจากเฟด ไม่ได้ระบุไทม์ไลน์ที่ชัดเจนในการปรับลดวงเงิน QE ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นแรง หนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,610-1,635 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• หุ้น Domestic Play ADVANC CPALL BTS BEM TNH
• เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3-ทัวร์เที่ยวไทย AOT MINT ERW CENTEL ASAP
• ค่าการกลั่นปรับตัวขึ้นเป็นบวกต่อ TOP SPRC PTTGC
• ตลท.จ่อปรับเกณฑ์คำนวณSET50 - SET100 หุ้นที่ได้รับผลเสีย DELTA NRF PSL INTUCH หุ้นที่ได้ประโยชน์ BBL SCB KBANK TISCO
• หุ้น Cyber Security SECURE AMR DITTO VCOM
หุ้นรายงานพิเศษ
SCB –เตรียมเดินทางใหม่ด้วยโฮลดิ้ง SCBX
(ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 118 บาท)
•ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ใช้ชื่อ “SCBX” เป็นโฮลดิ้งถือหุ้นในธุรกิจ 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มธุรกิจใหม่ในกลุ่มเทคโนโลยีการเงินที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดยมีแผนดันเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น แทน SCB
•ประกาศดีลพันธมิตรที่สำคัญ ได้แก่ AIS จัดตั้ง AISCB ทำธุรกิจปล่อยสินเชื่อ Digital และกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการจัดตั้งกองทุน Venture Capital ขนาด 600-800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท) เพื่อลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินด้านต่างๆ เช่น เทคโนโลยีบล็อกเชน
•บอร์ดมีมติจ่ายปันผลกรณีพิเศษให้กับผู้ถือหุ้น SCB ที่สวอป(อัตรา 1:1) ไปเป็นหุ้น SCBX ในอนาคต วงเงิน 70,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 70% ใช้ในการโอนธุรกิจและจัดตั้งธุรกิจต่าง ๆ ส่วนที่เหลือจะพิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในปี 2565
•กำหนดการ พ.ย. 64 ขออนุมัติผู้ถือหุ้นวาระพิเศษ 4Q64 ยื่นไฟลิ่ง SCBX ม.ค. 65 tender offer ก.พ. 65 SCBX เข้าจดทะเบียนในตลท.แทน SCB และ 2Q65 พิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลและการโอนถ่ายสินทรัพย์
•ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อดีลนี้ในการกำจัดจุดอ่อนเรื่อง bank disruption และเดินหน้าต่อธุรกิจในยุคเทคโนโลยีการเงินที่ธนาคารจะสามารถเข้าถึงผู้บริโภครายย่อยด้วยเครือข่ายของพันธมิตร ราคาหุ้นซื้อขายที่ PBV 0.88 เท่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 0.66 เท่าแต่ต่ำกว่าระดับสูงสุด PBV ที่ระดับ 1.38 เท่าในช่วงที่เศรษฐกิจดี แนะนำ ทยอยซื้อสะสมเพื่อแลกเป็นหุ้น SCBX ในอนาคต
หุ้นมีข่าว
(+) AJ ( Bloomberg Consensus 25.00 บาท) AJ อนาคตสดใส แพ็กเกจจิ้งดีมานด์ดีต่อเนื่อง ดันยอดขายแผ่นฟิล์มพุ่ง พร้อมเข้าไฮซีซันขาย BOPA ในต่างประเทศ ปักธงปีนี้ปริมาณขายโต 10% พร้อมทุ่ม 1,400 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตแผ่นฟิล์ม BOPET ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้านโบรกมองแวลูเอชันน่าสนใจ ขณะที่การร่วมมือกับ SCG Chemicals หนุน Upside และ Synergy เพิ่มเติม ด้าน PTL ประเมินไตรมาส 2/2564 ได้แรงหนุนจากการปรับขึ้นราคาขาย และเป็นไฮซีซันของธุรกิจ PET (ที่มา ทันหุ้น)
(+) ACE - TPCH ( Bloomberg Consensus 4.70 , 14.00 บาท) สิ้นสุดการรอคอย วันนี้ประกาศผลโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก โครงการนำร่อง 150 เมกะวัตต์ อย่างเป็นทางการ หลังเปิดซองพิจารณาด้านราคาไปแล้ว จับตา ACE-TPCH คว้าโครงการเข้าพอร์ตจำนวนมาก พร้อมติดตามโครงการต่อเนื่องโรงไฟฟ้าชุมชนครั้งใหม่ ตามแผน "แผนพลังงานชาติ“ (ที่มา ทันหุ้น)
(+) EE ( Bloomberg Consensus - บาท) เตรียมรับเงินขายโรงไฟฟ้า 1,200 ล้านบาท ลุยธุรกิจกัญชง แย้มมีเจรจา “แคนนาบิซ เวย์” หรือ “นางฟ้ากัญชา” คาดประกาศการร่วมลงทุนกับพันธมิตรได้ไม่เกินต้นไตรมาส 4/64 ฟากโบรกฯ ชี้นักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรดันราคาหุ้นพุ่ง รับการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหญ่ (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) DITTO ( Bloomberg Consensus 23.50 บาท) “ดิทโต้” คงเป้ารายได้ปีนี้โต 20-30% หลังผลงานครึ่งปีแรกออกมาน่าพอใจ พร้อมโชว์แบ็กล็อกกว่า 910 ล้านบาท รับรู้รายได้ในปีนี้ 50% แถมลุยประมูลงานเพิ่มช่วงที่เหลือของปีนี้อีก 1,200 ล้านบาท มั่นใจโอกาสได้งานสูง 80% (ที่มา ข่าวหุ้น)








