คลายกังวลเฟด (ประจำวันที่ 23 กันยายน 2564)

คลายกังวลเฟด (ประจำวันที่ 23 กันยายน 2564)

วันพุธที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวบวกเล็กน้อย เนื่องจากนักลงทุนติดตามการประชุม FED ในคืนนี้ ถึงทิศทางการลดวงเงิน QE และแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐ

หุ้นกลุ่มที่ส่งผลบวกต่อดัชนี ได้แก่กลุ่มไอซีที พลังงาน และธนาคาร นำโดยหุ้น TRUE, PTT, ADVANC และ SCB ที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,619.59 จุด +4.73 จุด +0.29% มูลค่าการซื้อขาย 79,028 ลบ. ต่างชาติ -1,025.19 ลบ. TFEX -4,691 สัญญา ตราสารหนี้ -2,719.43 ลบ.

ปัจจัยบวก    

+ ดัชนีดาวโจนส์ปิดเพิ่มขึ้น 338.48 จุด +1.00% หลังจาก FED ไม่ได้ระบุไทม์ไลน์ที่ชัดเจนในการปรับลดวงเงิน QE โดยส่งสัญญาณเพียงว่าจะปรับลด QE ในไม่ช้านี้ ซึ่งต่างจากที่นักลงทุนคาดการณ์ไว้ว่าเฟดจะส่งสัญญาณปรับลด QE ในเดือน พ.ย.
+ ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.74 ดอลลาร์ +2.5% ปิดที่ 72.23 ดอลลาร์/บาร์เรล ขานรับตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐที่ลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 3 ปี และลดลงติดต่อกัน 7 สัปดาห์ ซึ่งบ่งชี้ว่าความต้องการใช้น้ำมันในสหรัฐยังคงแข็งแกร่ง
+ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐมีมติผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราว เพื่อสนับสนุนหน่วยงานของรัฐบาลกลางสหรัฐให้มีงบประมาณใช้จ่ายไปจนถึงวันที่ 3 ธ.ค. และหลีกเลี่ยงไม่ให้หน่วยงานต้องถูกปิดการดำเนินงาน
+ IMF เปิดเผยว่าติดตามสถานการณ์ของบริษัทไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ปอย่างใกล้ชิด แต่เชื่อว่าจีนจะมีวิธีป้องกันสถานการณ์ดังกล่าวไม่ให้กลายเป็นวิกฤติเชิงระบบ
+ ประธานาธิบดีโจ ไบเดน ผู้นำสหรัฐ เตรียมแถลงว่า สหรัฐจะซื้อวัคซีนต้านโควิด-19 จำนวน 500 ล้านโดสเพื่อบริจาคให้แก่ประเทศยากจน
+เงินบาทเปิด 33.50 อ่อนค่าสุดในรอบ 3 ปีส่งผลดีต่อการส่งออก
+/- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 13,256 ราย มีผู้เสียชีวิต 131 ราย รักษาหาย 13,829 ราย

 

 

ปัจจัยลบ 

- แบงก์ ออฟ อเมริกา (BofA) ปรับลดคาดการณ์ GDP ของจีนเนื่องจากปัญหาหนี้สินของบริษัทเอเวอร์แกรนด์ การแพร่ระบาดรอบใหม่ของโรคโควิด-19 และการคุมเข้มด้านกฎระเบียบในวงกว้าง ขณะที่วาณิชธนกิจอื่น ๆ ก็เตือนเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจของจีนเช่นกัน
- ADB ปรับลดคาดการณ์ GDP ของประเทศกำลังพัฒนาและประเทศอุตสาหกรรมใหม่ในเอเชียปีนี้ลงสู่ระดับ 7.1% จากเดิม 7.2% เนื่องจากวิตกเกี่ยวกับการแพร่ระบาดของโควิด-19 พร้อมกับปรับลดประมาณการ GDP ของไทยในปี 64 เหลือ 0.8% จากเดิม 3% เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา และเหลือ 3.9% จากเดิม 4.5% สำหรับปี 65
- สหรัฐเปิดเผยว่ายอดขายบ้านมือสองลดลง 2% สู่ระดับ 5.88 ล้านยูนิตในเดือนส.ค. ต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 5.89 ล้านยูนิต

แนวโน้มตลาดวันนี้

คาดดัชนีตลาดหุ้นไทยมีโอกาสปรับตัวขึ้นตามทิศทางตลาดต่างประเทศ หลังจากเฟด ไม่ได้ระบุไทม์ไลน์ที่ชัดเจนในการปรับลดวงเงิน QE ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ปรับตัวขึ้นแรง หนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน คาดดัชนีเคลื่อนไหวในกรอบ 1,610-1,635 จุด

กลยุทธ์การลงทุน    

• หุ้น Domestic Play ADVANC CPALL BTS BEM TNH
• เราเที่ยวด้วยกันเฟส 3-ทัวร์เที่ยวไทย AOT MINT ERW CENTEL ASAP
• ค่าการกลั่นปรับตัวขึ้นเป็นบวกต่อ TOP SPRC PTTGC
• ตลท.จ่อปรับเกณฑ์คำนวณSET50 - SET100 หุ้นที่ได้รับผลเสีย DELTA NRF PSL INTUCH หุ้นที่ได้ประโยชน์ BBL SCB KBANK TISCO
• หุ้น Cyber Security SECURE AMR DITTO VCOM
 

หุ้นรายงานพิเศษ  

                               SCB –เตรียมเดินทางใหม่ด้วยโฮลดิ้ง SCBX
                           (ราคาเหมาะสม Bloomberg Consensus 118 บาท)

•ประกาศปรับโครงสร้างองค์กรใหม่ใช้ชื่อ “SCBX” เป็นโฮลดิ้งถือหุ้นในธุรกิจ 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ ธุรกิจธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มธุรกิจใหม่ในกลุ่มเทคโนโลยีการเงินที่มีศักยภาพเติบโตสูง โดยมีแผนดันเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น แทน SCB

•ประกาศดีลพันธมิตรที่สำคัญ ได้แก่ AIS จัดตั้ง AISCB ทำธุรกิจปล่อยสินเชื่อ Digital และกลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ในการจัดตั้งกองทุน Venture Capital ขนาด 600-800 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 2.6 หมื่นล้านบาท) เพื่อลงทุนในธุรกิจเทคโนโลยีทางการเงินด้านต่างๆ เช่น เทคโนโลยีบล็อกเชน

•บอร์ดมีมติจ่ายปันผลกรณีพิเศษให้กับผู้ถือหุ้น SCB ที่สวอป(อัตรา 1:1) ไปเป็นหุ้น SCBX ในอนาคต วงเงิน 70,000 ล้านบาท แบ่งเป็น 70% ใช้ในการโอนธุรกิจและจัดตั้งธุรกิจต่าง ๆ ส่วนที่เหลือจะพิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลในปี 2565

•กำหนดการ พ.ย. 64 ขออนุมัติผู้ถือหุ้นวาระพิเศษ 4Q64 ยื่นไฟลิ่ง SCBX ม.ค. 65 tender offer ก.พ. 65 SCBX เข้าจดทะเบียนในตลท.แทน SCB และ 2Q65 พิจารณาจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลและการโอนถ่ายสินทรัพย์

•ความเห็น ฝ่ายวิจัยมีมุมมองบวกต่อดีลนี้ในการกำจัดจุดอ่อนเรื่อง bank disruption และเดินหน้าต่อธุรกิจในยุคเทคโนโลยีการเงินที่ธนาคารจะสามารถเข้าถึงผู้บริโภครายย่อยด้วยเครือข่ายของพันธมิตร ราคาหุ้นซื้อขายที่ PBV 0.88 เท่าสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 0.66 เท่าแต่ต่ำกว่าระดับสูงสุด PBV ที่ระดับ 1.38 เท่าในช่วงที่เศรษฐกิจดี แนะนำ ทยอยซื้อสะสมเพื่อแลกเป็นหุ้น SCBX ในอนาคต

 

หุ้นมีข่าว

(+) AJ ( Bloomberg Consensus 25.00 บาท) AJ อนาคตสดใส แพ็กเกจจิ้งดีมานด์ดีต่อเนื่อง ดันยอดขายแผ่นฟิล์มพุ่ง พร้อมเข้าไฮซีซันขาย BOPA ในต่างประเทศ ปักธงปีนี้ปริมาณขายโต 10% พร้อมทุ่ม 1,400 ล้านบาท ขยายกำลังการผลิตแผ่นฟิล์ม BOPET ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ด้านโบรกมองแวลูเอชันน่าสนใจ ขณะที่การร่วมมือกับ SCG Chemicals หนุน Upside และ Synergy เพิ่มเติม ด้าน PTL ประเมินไตรมาส 2/2564 ได้แรงหนุนจากการปรับขึ้นราคาขาย และเป็นไฮซีซันของธุรกิจ PET (ที่มา ทันหุ้น)

(+) ACE - TPCH ( Bloomberg Consensus 4.70 , 14.00 บาท) สิ้นสุดการรอคอย วันนี้ประกาศผลโรงไฟฟ้าชุมชนเพื่อเศรษฐกิจฐานราก โครงการนำร่อง 150 เมกะวัตต์ อย่างเป็นทางการ หลังเปิดซองพิจารณาด้านราคาไปแล้ว จับตา ACE-TPCH คว้าโครงการเข้าพอร์ตจำนวนมาก พร้อมติดตามโครงการต่อเนื่องโรงไฟฟ้าชุมชนครั้งใหม่ ตามแผน "แผนพลังงานชาติ“ (ที่มา ทันหุ้น)

(+) EE ( Bloomberg Consensus - บาท) เตรียมรับเงินขายโรงไฟฟ้า 1,200 ล้านบาท ลุยธุรกิจกัญชง แย้มมีเจรจา “แคนนาบิซ เวย์” หรือ “นางฟ้ากัญชา” คาดประกาศการร่วมลงทุนกับพันธมิตรได้ไม่เกินต้นไตรมาส 4/64 ฟากโบรกฯ ชี้นักลงทุนเข้ามาเก็งกำไรดันราคาหุ้นพุ่ง รับการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นใหญ่ (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) DITTO ( Bloomberg Consensus 23.50 บาท) “ดิทโต้” คงเป้ารายได้ปีนี้โต 20-30% หลังผลงานครึ่งปีแรกออกมาน่าพอใจ พร้อมโชว์แบ็กล็อกกว่า 910 ล้านบาท รับรู้รายได้ในปีนี้ 50% แถมลุยประมูลงานเพิ่มช่วงที่เหลือของปีนี้อีก 1,200 ล้านบาท มั่นใจโอกาสได้งานสูง 80% (ที่มา ข่าวหุ้น)

 

แท็กที่เกี่ยวข้องแนวโน้มตลาด บล.โกลเบล็ก