‘ยูบีอี’ยกธุรกิจแป้งออร์แกนิค ขึ้นแท่นไอพีโอ ‘ดาวรุ่ง’สร้างรายได้โต

‘ยูบีอี’ยกธุรกิจแป้งออร์แกนิค  ขึ้นแท่นไอพีโอ ‘ดาวรุ่ง’สร้างรายได้โต

แนวโน้มพฤติกรรมผู้บริโภคทั่วโลกเปลี่ยน! เน้น“อาหารสุขภาพ” หนุนหุ้นน้องใหม่ บมจ. อุบล ไบโอ เอทานอล (UBE) ผู้ผลิตและแปรรูปมันสำปะหลังเพียงไม่กี่รายในโลกสามารถผลิตแป้งมันสำปะหลัง“ออร์แกนิค”จะเข้าตลาดหุ้น30 ก.ย. จำนวน 1,370 ล้านหุ้น ราคาหุ้น 2.40 บาทเงินระดมทุน3,288 ลบ.

ปัจจุบัน UBE ประกอบด้วย 1.ธุรกิจเอทานอล ผู้ผลิตเอทานอลรายใหญ่ของประเทศ และเป็นอันดับหนึ่งในกลุ่มผู้ผลิตเอทานอลจากมันสำปะหลัง ด้วยกำลังการผลิต 400,000 ลิตรต่อวัน หรือ 146 ล้านลิตรต่อปี

2.ธุรกิจผลิตและจำหน่ายแป้งมันสำปะหลังเกรดอาหารและเกรดอุตสาหกรรมมีผลิตภัณฑ์หลัก ได้แก่ แป้งมันสำปะหลังออร์แกนิค ซึ่งบริษัทถือเป็นผู้ส่งออกรายใหญ่ของโลก มีปริมาณการส่งออกมากกว่า 20,000 ตันต่อปี และ 3.ธุรกิจเกษตรอินทรีย์ เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายสินค้าเกษตรอินทรีย์ มีแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่สร้างมูลค่าเพิ่มจากวัตถุดิบทางการเกษตรประเภทต่างๆ ได้แก่ การผลิตกาแฟออร์แกนิค (Organic Coffee) และข้าวออร์แกนิค (Organic Rice) ที่ได้รับมาตรฐานออร์แกนิคสากล

“เดชพนต์ เลิศสุวรรณโรจน์” กรรมการผู้จัดการใหญ่ UBE เข้าระดมทุนในตลาดหุ้นเงินจากไอพีโอนำมาขยายการเติบโตใน 2 ธุรกิจหลัก นั่นคือ ธุรกิจผลิตและจำหน่ายแป้งมันสำปะหลัง และ ธุรกิจเกษตรอินทรีย์

สำหรับ แผนการเติบโต“ระยะสั้น” บริษัทเน้นเติบโตผ่านขยายการลงทุนในธุรกิจผลิตและจำหน่ายแป้งมันสำปะหลังโดยเฉพาะ “แป้งมันสำปะหลังออร์แกนิค” ซึ่งปัจจุบันมีการผลิต 40,000ตันต่อปี จะเพิ่มเป็น 1 แสนตันต่อปี ภายในระยะ 5 ปีข้างหน้า (2564-2568) จะลดการผลิตแป้งมันสำปะหลังแบบทั่วไป (Cassava Starch) ลงจากปัจจุบันอยู่ 1.1 แสนตันต่อปี เหลือเพียง 40,000-50,000ตันต่อปี เนื่องจากอัตรากำไรต่อหน่วยการขายจากธุรกิจผลิตแป้งมันสำปะหลังออร์แกนิคสูงกว่า 3 เท่า

และในปัจจุบันมีการวิจัยและพัฒนาสามารถสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ใหม่ ได้แก่ “แป้งฟลาว”ภายใต้แบรนด์“Tasuko”และ “Savvy”โดยบริษัทขยายกำลังผลิตแป้งฟลาว 200 ตัน/วัน (เป็น 300 ตัน/วัน) เดิม 100 ตัน/วัน โดยแป้งฟลาวสามารถใช้ทดแทนแป้งสาลีในอุตสาหกรรมขนม และเบเกอรี่ ซึ่งจำหน่ายในซูเปอร์มาร์เก็ตและร้านขายส่วนผสมวัตถุดิบสำหรับทำเบเกอรี่เปิดตัวสินค้ากลุ่มดังกล่าวไปเมื่อเดือนพ.ค.ที่ผ่านมา

นอกจากนี้ การลงทุนสร้างสายการผลิตสารให้ความหวานออร์แกนิค (Organic Sweetener) เช่น “ไซรัป” (Syrup) และ“มอลโทเดกซ์ทริน” (Maltodextrin)กำลังการผลิต 300 ตัน/วันโดยเน้นขายไปในตลาดต่างประเทศ เนื่องจากมีความต้องการสูงมาก

ขณะที่แผนการลงทุนระยะยาวภายใน 5 ปี (2565-2569) มุ่งเน้นการเติบโตจาก “ธุรกิจเกษตรอินทรีย์” ตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ 5% จากปัจจุบัน 1%

โดยบริษัทมีการบริหารจัดการครบวงจรตั้งแต่แปลงปลูกจนถึงมือลูกค้า โดยใช้เทคโนโลยีในการตรวจรับรอง และผลิตปัจจัยการเกษตรครบวงจร เช่น ปุ๋ยอินทรีย์ และสารชีวภัณฑ์ และคาดว่าจะมี R&D เพื่อพัฒนาสินค้าเกษตรอินทรีย์มูลค่าสูงอื่นๆ เพิ่มขึ้นในอนาคตปัจจุบันมีพื้นที่เกษตรอินทรีย์ในประเทศราว 7,000 ไร่ และมีเครือข่ายเกษตรกรที่เป็น Contract Farming 100%

ส่วน “ธุรกิจเอทานอล”บริษัทมีการลงทุนขยายกำลังการผลิตเอทานอลเกรดเชื้อเพลิง 40,000 ลิตรต่อวัน ผ่านการทำ De-bottlenecking Capacityโดยมีการกระจายฐานผู้ค้าน้ำมันให้หลากหลายมากขึ้นในการจำหน่ายเอทานอลเกรดเชื้อเพลิง และมีรายได้จากการจำหน่ายเอทานอลเกรดอุตสาหกรรมจากการได้รับอนุญาตเป็นการชั่วคราวจากภาครัฐให้สามารถจำหน่ายเอทานอลเกรดอุตสาหกรรม เพื่อนำไปใช้ผลิตผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดมือในช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19

โดยในแผนธุรกิจ 5 ปีข้างหน้า บริษัทมีเป้าหมายผลักดัน“สัดส่วนกำไร”ในธุรกิจผลิตและจำหน่ายแป้งมันสำปะหลังและธุรกิจเกษตรอินทรีย์แตะ 70% ยิ่งเฉพาะในผลิตภัณฑ์แป้งมันสำปะหลังที่มีมาร์จินระดับสูง และธุรกิจเอทานอล30%