จะได้อานิสงส์จากธุรกรรมการโอนธุรกิจทั้งหมด (entire business transfer: EBT) ตามที่เราระบุเอาไว้ในบทวิเคราะห์ CPALL
ฉบับล่าสุดเรื่อง “การถ่ายโอนธุรกิจทั้งหมดของ C.P. Retail Holding” ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2564 เราคาดว่ากำไรของ CPALL จะมี upside อีกแม้ว่าสัดส่วนการถือหุ้นใน Siam Makro (MAKRO.BK/MAKRO TB)* จะลดลงจาก 93% เหลือ 55% หลัง EBT และ PO (ภายใต้สมมติฐานว่าไม่มีนักลงทุนนำหุ้น MAKRO มาทำ tender offer) ซึ่งจะทำให้สัดส่วนการถือหุ้นของ CPALL ใน Lotus’s เพิ่มขึ้นจาก 40% เป็น 55% เราคาดว่า CPALL จะได้อานิสงส์จาก i) ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจาก Lotus’s (มีประสิทธิภาพมากขึ้นภายใต้ MAKRO) และ ii) เงินสดที่ได้จากการขายหุ้น MAKRO ที่ถืออยู่ 363 หุ้นในการเสนอขายแบบ public offering (ใช้สมมติฐานว่าจะนำไปชำระหนี้ซึ่งจะทำให้ค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลง) ซึ่งตามผลการศึกษาของเรา (Figure 1 และ Figure 2) EPS ของCPALL จะมี upside เพิ่มอีก 4%-10% ในปี 2565-67F ดังนั้น เราจึงคาดว่าจะมีการ re-rate PER ขึ้นอีกเพื่อสะท้อนถึงอานิสงส์จากธุรกรรมนี้ ซึ่งจะทำให้ราคาเป้าหมายของ CPALL อยู่ที่ประมาณ 72.00 บาท (หลังทำธุรกรรมเสร็จเรียบร้อย) อิงจาก PER ที่ 35.0x และ EPS ปี 2565 (Figure 2)
ประมาณการ 3Q64: ยังอยู่บนหนทางสู่การฟื้นตัว
เราคาดว่ากำไรสุทธิของ CPALL ใน 3Q64 จะอยู่ที่ 2.7 พันล้านบาท (-33% YoY, +23% QoQ) เนื่องจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงเพราะมีค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวจากการกู้ bridge loan เพื่อมาทำดีล Lotus ซึ่งจะทำให้กำไรสุทธิในงวด 9M64 อยู่ที่ 7.5 พันล้านบาท (-40% YoY) และคิดเป็น 62% ของประมาณการกำไรปีนี้ของเรา เราคาดว่า SSSG ใน 3Q64 จะอยู่ที่ -2% (จาก -14.3% ใน 3Q63 และ 2.1%ใน 2Q64) จากจำนวนชั่วโมงที่เปิดบริการในแต่ละวันสั้นลง (70% ของสาขาร้านทั้งหมดต้องปิดบริการช่วงกลางคืน), ข้อจำกัดด้านการเดินทาง และ กิจกรรมทางเศรษฐกิจลดลงท่ามกลางการระบาดของ COVID-19 ทำให้ SSSG เฉลี่ยในงวด 9M64 อยู่ที่ -5.7% (เราใช้สมมติฐานที่ -3%) ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นใน 3Q64 น่าจะอยู่ที่ 21.7% (-0.3ppts YoY, -0.1ppts QoQ) เนื่องจากสัดส่วนยอดขายในธุรกิจ cash & carry เพิ่มขึ้นในขณะที่ผลการดำเนินของร้านสะดวกซื้ออ่อนแอ เราคาดว่าการดำเนินงานของร้านสะดวกซื้อจะฟื้นตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องจากการกลับมาเปิดประเทศ ดังนั้น เราจึงคงประมาณการกำไรเอาไว้เท่าเดิม โดยคาดว่ากำไรจะลดลง 25% YoY ในปี 2564F และเพิ่มขึ้น 47% YoY ในปี 2565F
Valuation & action
เรากลับมาศึกษาหุ้น CPALL โดยประเมินราคาเป้าหมายสิ้นปี 2565 ที่ 70.00 บาท อิงจาก PER ที่ 35.0x (ค่าเฉลี่ยในอดีตของ MAKRO และ CPALL +1.0 S.D.) ทั้งนี้ เนื่องจากราคาปิดล่าสุดยังเหลือ upside อีก 9% และยังบริษัทยังน่าจะได้อานิสงส์อีกหลังจากที่ทำธุรกรรม EBT และขายหุ้นผ่าน PO เรียบร้อยแล้ว เราจึงแนะนำ “ซื้อ” CPALL
Risks
เศรษฐกิจชะลอตัวลง, ขยายสาขาใหม่ได้ช้ากว่าแผนที่วางไว้, disruption จากเทคโนโลยีใหม่, ถูกยกเลิกการใช้เครื่องหมายการค้า 7-Eleven, ความเสี่ยงด้าน logistic









