IIG ไม่ดีตรงไหนเอาปากกามาวง (21 ก.ย. 64)

IIG ไม่ดีตรงไหนเอาปากกามาวง (21 ก.ย. 64)

มีมุมมองเชิงบวกต่อพัฒนาการเชิงธุรกิจ  ในช่วงที่ผ่านมา IIG ได้เปิดเผย ความคืบหน้าเชิงธุรกิจสามเรื่อง ได้แก่

i) การตั้ง Joint Venture ร่วมกับ“วิริยะ” ในเดือนมิถุนายน 2564 ii) เปิดตัว cloud software ใหม่อย่างเป็นทางการในเดือนสิงหาคม 2564 ได้แก่ Coupa และ Vonage iii) เข้าลงทุนใน DigiNative ในเดือนกันยายน 2564 (ถือหุ้น 60%) เรามีมุมมองเชิงบวกต่อความคืบหน้าสามเรื่องดังกล่าว เพราะการขยายธุรกิจทั้งสามด้านจะช่วยให้ IIG มี ความได้เปรียบในการแข่งขันมากขึ้น, ก่อให้เกิด synergy และช่วยหนุนแนวโน้มการเติบโตในระยะยาว

 

ประเทศไทยอยู่ในช่วงต้นของ digital transformation

สำนักงานส่งเสริมเศรษฐกิจดิจิทัล (depa) ประกาศผลการศึกษาต่อห้าอุตสาหกรรมในประเทศไทย ซึ่งได้แก่ เครื่องจักรกล, อิเล็กทรอนิกส์, อาหาร, สิ่งทอ และ ยานยนต์ โดยผลการศึกษาชี้ว่า 78.5% ของบริษัทที่ทำการศึกษามี industrial age อยู่แค่ 1.0 ถึง 2.0 เท่านั้น ในขณะที่มีบริษัทเพียง 4.2% เท่านั้นที่อยู่ในระดับ 3.0 ถึง 4.0 ซึ่งสะท้อนว่ามุมมองของเราว่าการทำ Digital transformation ยังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมาก และ IIG จะได้ประโยชน์เต็ม ๆเนื่องจากเป็นบริษัทที่มีขนาดใหญ่ในด้านนี้ และเคยร่วมงานกับผู้ให้บริการ cloud software ระดับแนวหน้าส่วนใหญ่มาแล้ว อย่างเช่น Salesforce และ Oracle

 

ปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2564-65F ขึ้นอีก 4%/11%

เราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2564-65F ขึ้นจากเดิมอีก 4%/11% เพื่อสะท้อนถึงประมาณการรายได้จากธุรกิจหลักที่เพิ่มขึ้น, รายได้ที่เพิ่มขึ้นจากการใช้ software ดังกล่าวข้างต้น, และการลงทุนใน DigiNative

 

Valuation & action

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศไทยจะยังยืดเยื้อ แต่ธุรกิจหลักของ IIG ได้ประโยชน์
ทางอ้อมจากการที่กิจการขนาดใหญ่ปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐานทางด้าน IT ให้ทันสมัยมากขึ้น เรายังคงมองว่าแนวโน้มกำไรของ IIG ยังคงแข็งแกร่งในช่วงปี 2564-65F หลังจากที่รายได้ในงวด 1H64 พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่ากระแส digital transformation ในประเทศยังคงมีแนวโน้มสดใส (+37% YoY ใน 1H64) เรายังคงคำแนะนำซื้อ และประเมินราคาเป้าหมายใหม่ที่ 45.00 บาท อิงจาก P/E ปี 2565F ที่ 37.0x เท่ากับค่าเฉลี่ยระยะยาวของหุ้นประเภทนี้ในภูมิภาค +1.0 S.D.

 

Risks

ความเสี่ยงด้านเทคโนโลยี และปัญหาขาดแคลนแรงงานTechnology risks and a labor shortage.

 

 

ยังคงมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องในระยะยาวจาก digital transformation

เรามั่นใจว่ากำไรของ IIG มีแนวโน้มจะเติบโตในระยะยาว จากการเติบโตแบบ organic ของธุรกิจในปัจจุบันเนื่องจากเป็นยุค digital transformation ในประเทศไทย ในขณะที่บริษัทพยายามจะพัฒนาและหา software ใหม่ ๆ ที่จะทำให้สามารถให้บริการ solution แบบ end-to-end ได้ดียิ่งขึ้น

ดังนั้น ผลการดำเนินงานของ IIG ที่ผ่านมาจึงแข็งแกร่งเนื่องจากสามารถหาลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง โดยรายได้โตถึง 39% YoY ในปี 2563 และ 37% YoY ใน 1H64 ในขณะเดียวกัน ผู้บริหารได้กำหนดวิสัยทัศน์ในการสร้างการเติบโตระยะยาว ด้วยการใช้กลยุทธ์สร้างการเติบโตแบบ inorganic ด้วยผ่านการทำ Joint Venture หรือการทำดีล M&A โดยมุ่งเป้าไปที่การสร้าง synergy ร่วมกับธุรกิจหลักของบริษัท

สำหรับแนวโน้มของธุรกิจ depa ประเมินว่ามูลค่าตลาด software ในประเทศไทยจะสูงเพิ่มขึ้นเป็น 1.50 แสนล้านบาทในปี 2566F จาก 1.31 แสนล้านบาทในปี 2563 คิดเป็นอัตราการเติบโตที่ 5% CAGR ในช่วงสามปี อย่างไรก็ตาม จาก digital transformation ประเทศไทยเพิ่งจะอยู่ในระยะแรก เราจึงมองว่า cloud-based software มีแนวโน้มจะ outperform ระบบ IT แบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นสัญญาณว่ารายได้ของ IIG มีแนวโน้มจะยังคง โตได้มากกว่าค่าเฉลี่ยอุตสาหกรรม (Figure 5).
 

 

 

แท็กที่เกี่ยวข้องวิเคราะห์หุ้น บล.เคจีไอฯ