วันพฤหัสที่ผ่านมา ดัชนียืนในแดนบวกตลอดช่วงการซื้อ-ขาย จากการปรับตัวขึ้นของหุ้นกลุ่ม โรงพยาบาล จากประเด็นของวัคซีนโมเดอร์นา ที่จะเข้ามาช่วงกลางเดือนต.ค.
ส่วนประเด็นสำคัญที่ตลาดให้น้ำหนัก จะอยู่ในสัปดาห์หน้าช่วงวันที่ 21-22 ก.ย. ซึ่งเป็นการประชุมของ FED ทำให้ในช่วงนี้ตลาดไซด์เวย์ ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,631.70 จุด +3.66 จุด +0.22% มูลค่าการซื้อขาย 79,595 ลบ. ต่างชาติ +1,372.76 ลบ. TFEX -2,889 สัญญา ตราสารหนี้ -7,595.98 ลบ.
ปัจจัยบวก
+/- ราคาน้ำมันดิบ WTI ปิดทรงตัวที่ระดับ 72.61 ดอลลาร์/บาร์เรล หลังมีรายงานว่าการผลิตน้ำมันในอ่าวเม็กซิโกเริ่มฟื้นตัวอีกครั้งหลังจากพายุเฮอริเคนนิโคลัสเคลื่อนตัวผ่านรัฐเท็กซัสไปแล้วในช่วงต้นสัปดาห์นี้
+ บริษัทไฟเซอร์ อิงค์เปิดเผยว่า วัคซีนเข็มกระตุ้นเพื่อเสริมภูมิคุ้มกันโรคโควิด-19 ของบริษัทที่ฉีดให้ชาวอิสราเอลมีประสิทธิภาพ 95% ในการป้องกันโรคโควิด-19 หลังจากที่ฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 มาแล้วหกเดือน
+ จีนแถลงสมัครเข้าร่วมความตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (CPTPP) อย่างเป็นทางการแล้ว
+ สหรัฐเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจที่ดี อาทิ สต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเพิ่มขึ้น 0.5%MoM ในเดือนก.ค. สอดคล้องคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ ยอดค้าปลีกเพิ่มขึ้น 0.7%MoM ในเดือนส.ค. สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะลดลง 0.8%
ปัจจัยลบ
- ดัชนีดาวโจนส์ปิดลดลง 63.07 จุด -0.18% เนื่องจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐได้ฉุดหุ้นกลุ่มที่อ่อนไหวต่ออัตราดอกเบี้ย ซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีและกลุ่มวัสดุ โดยผลกระทบจากการพุ่งขึ้นของอัตราผลตอบแทนพันธบัตรได้สกัดปัจจัยบวกจากรายงานยอดค้าปลีกที่แข็งแกร่งเกินคาด
- ไชน่า เอเวอร์แกรนด์ กรุ๊ป บริษัทอสังหาริมทรัพย์ใหญ่อันดับ 2 ของจีน ออกแถลงการณ์ยอมรับว่าบริษัทกำลังเผชิญปัญหาสภาพคล่อง และอาจไม่สามารถชาระหนี้ได้ตามกำหนด โดยอเวอร์แกรนด์มีตราสารหนี้เชิงพาณิชย์มูลค่ารวม 3.2 หมื่นล้านดอลลาร์ ณ สิ้นปี 2563
- รัฐบาลญี่ปุ่นปรับลดการประเมินเศรษฐกิจในเดือนก.ย. โดยระบุว่า อัตราการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอ่อนแอลง เนื่องจากการบริโภคและผลผลิตภาคอุตสาหกรรมชะลอตัวลง รวมถึงการปรับลดกำลังการผลิตรถยนต์หลังได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19
- ยอดขายรถยนต์ใหม่ใน EU รวมทั้งอังกฤษ และประเทศในกลุ่มสมาคมการค้าเสรียุโรป -23.6%YoY ในเดือนก.ค. และ -18.1%YoY ในเดือนส.ค. จากวิกฤตขาดแคลนชิปกระทบยอดขาย
- สธ. เผยพบภาวะ "ลองโควิด" ในผู้ป่วยรักษาหายแล้วช่วง 1-3 เดือนแรก 30-50%
- ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 14,555 ราย มีผู้เสียชีวิต 171 ราย รักษาหาย 13,691ราย
แนวโน้มตลาดวันนี้
คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสแกว่งตัวผันผวนระหว่างวัน โดยมีแรงกดดันจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศที่ปรับตัวขึ้นอีกครั้ง ประกอบกับยังขาดปัจจัยใหม่เข้าหนุนตลาด และนักลงทุนยังรอการประชุม FOMC ในวันที่ 21-22 ก.ย. มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,620 -1,640 จุด
กลยุทธ์การลงทุน
• FTSE Rebalance Large Cap Index หุ้นเข้า BBL, KBANK หุ้นออก BBL-F,BBL-R ,KBANK-F , KBANK-R, AWC, BJC, DIF : Mid Cap Index หุ้นเข้า AWC, BJC, DIF หุ้นออก ไม่มี : Small Cap Index หุ้นเข้า : JMART, STARK หุ้นออก - FTREIT มีผล 17 ก.ย.
• ราคาถ่านหินปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง BANPU AGE LANNA
• หุ้น Cyber Security SECURE AMR DITTO VCOM
หุ้นรายงานพิเศษ
VIBHA – มุมมองบวก
(Bloomberg Consensus 2.80 บาท)
•สถานการณ์โควิด-19 ระบาดระลอกสามส่งผลให้โรงพยาบาลในเครือข่ายวิภาฯมีจำนวนคนไข้ IPD และ OPD พุ่งขึ้นจากฐานต่ำในปี 63 และทุกโรงพยาบาลในเครือได้มีการเพิ่มเตียงและขยายห้องไอซียู ขณะที่มีโรงพยาบาลในเครือหลายแห่งมีอัตราการครองเตียงเพิ่มขึ้นแตะ 100% ส่งผลให้ผลการดำเนินงานปีนี้มีโอกาสทำนิวไฮตั้งแต่ก่อตั้งโรงพยาบาล
ขณะที่ยอดสั่งวัคซีนทางเลือก Moderna 250,000 โดสส่งมอบราว 4Q64 หนุนผลการดำเนินงาน
•ประเด็นบวกอื่นๆ คือ ส่วนแบ่งกำไรขาดทุนจากบริษัทร่วมในปีนี้คาดจะพลิกเป็นบวกจากปี 63 ขาดทุน 62 ลบ. เนื่องจากเคสผู้ป่วยโควิด-19 ที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับปีก่อนมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการถูกเรียกคืนเงินค่าภาระโรคร้ายแรง (DRG>2) ราว 30 ลบ.
•ความเห็น เรามีมุมมองบวกสำหรับแนวโน้มผลการดำเนินงานปี 64 ที่ได้รับอานิสงส์จากสถานการณ์โควิด-19 ที่มีผู้ติดเชื้อใหม่เพิ่มขึ้น Bloomberg consensus ประมาณกำไรปี 64 เฉลี่ย 666 ล้านบาท +48%YoY ราคาหุ้น +52%YTD ซื้อขายที่ P/E 37 เท่า ต่ำกว่ากลุ่มที่ระดับ 48 เท่า
หุ้นมีข่าว
(+) TRUBB ( ฺBloomberg Consensus 3.90 บาท) TRUBB เตรียมดัน "เวิลด์เฟล็กซ์" เข้าซื้อขายใน SET ภายในเดือนธันวาคมนี้ เตรียมเสนอขายหุ้น IPO ไม่เกิน 142 ล้านหุ้น โดยผู้ถือหุ้น TRUBB จะได้รับการจัดสรรหุ้น IPO ด้วย เล็งระดมทุนขยายธุรกิจ ส่วนธุรกิจ TRUBB คาดผลงานปีนี้ทำนิวไฮ จากราคาขายสินค้าปรับตัวเพิ่มขึ้น รวมถึงควบคุมค่าใช้จ่ายได้ดี และได้รับอานิสงส์เงินบาทอ่อนค่า ขณะที่ธุรกิจถุงมือยางมีแผนเพิ่มกำลังการผลิตอีก 50% รองรับความต้องการที่ยังมีอยู่มาก (ที่มา ทันหุ้น)
(+) ZEN ( ฺBloomberg Consensus 14.50 บาท) ZEN เผยนั่งทานในร้านหนุนลูกค้าเพิ่มอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะร้านบุฟเฟ่ต์อากะและเซน เจแปนนิส เรสเตอร์รอง มียอดขายกลับมาในระดับ 80-90% คาดผลประกอบการไตรมาส 4/2564 กลับมาเป็นบวกมีกำไร ปีหน้าโตต่อเนื่อง ยอดเดลิเวอรี่ขยายตัวได้ ปีนี้คาดโกยยอด ไม่ต่ำกว่า 400 ล้านบาท โตมากกว่า 100% ขณะที่โมเดลเปิดครัวนอกห้าง (คลาวด์ คิทเช่น) โอกาสโตสูง ระบุหวังภาครัฐผ่อนคลายเวลาให้นั่งทานในร้านมากขึ้น(ที่มา ทันหุ้น)
(+) IP ( ฺBloomberg Consensus 23.87 บาท) “อินเตอร์ ฟาร์มา” ส่งซิกผลงานครึ่งปีหลังดีกว่าครึ่งแรก หลังยอดขายเพิ่มขึ้น คาดรายได้ปีนี้โต 850-900 ล้านบาท สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ 750-800 ล้านบาท หรือโต 25% จากปีก่อน หลังเข้าซื้อโรงงานยาแผนปัจจุบันจาก “เทวา ฟาร์มา” เสร็จเร็วกว่าแผน (ที่มา ข่าวหุ้น)
(+) SMD ( ฺBloomberg Consensus 19.50 บาท) SMD โชว์ได้รับใบสั่งซื้อครุภัณฑ์การแพทย์สำหรับโรงพยาบาลสนามสองแห่ง มูลค่ารวม 131.30 ล้านบาท คาดดีมานด์ใช้เครื่องมือและอุปกรณ์ทางการแพทย์ยังเพิ่มสูงต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรักษาผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ที่มีอาการหนัก (ที่มา ข่าวหุ้น)







