กำไรของโรงพยาบาลที่มีธุรกิจเกี่ยวกับ COVID-19 จะทำสถิติสูงสุดใน 3Q64 ถึงแม้ว่าผลประกอบการของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลจะออกมาน่าประทับใจใน 2Q64
แต่เราคาดว่าโรงพยาบาลส่วนใหญ่จะยังคงมีผลการดำเนินงานแข็งแกร่งเป็นพิเศษใน 3Q64 เนื่องจาก i) สถานการณ์การระบาด COVID-19 ที่รุนแรงอย่างหนักใประเทศไทย (ในเดือนสิงหาคม) ii) มีการรักษาพยาบาลผู้ป่วย COVID-19 เพิ่มขึ้น iii) มีผู้ป่ วยที่ไม่ได้ติด COVID-19 และมี intensity สูงมาใช้บริการเพิ่มขึ้น QoQ และ iv) คุมต้นทุนและค่าใช้จ่ายได้ดี ทั้งนี้ ยอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันพุ่งขึ้นไปถึงจุดสูงสุดที่ 23,418 รายในวันที่ 13 สิงหาคม โดยเรามองว่าเรื่องนี้จะส่งผลดีต่อโรงพยาบาลบางแห่งใน 3Q64 ซึ่งพร้อมจะเก็บเกี่ยวผลประโยชน์จากจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ที่เพิ่มขึ้น ได้แก่ Bangkok Chain Hospital (BCH.BK/BCH TB)*, Chularat Hospital (CHG.BK/CHG TB)*, Ekachai Medical Care (EKH.BK/EKH TB) และ Ladprao General Hospital (LPH.BK/LPH TB) โดยคาดว่ารายได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ในปีนี้จะอยู่ในช่วง 40%-60% นอกจากนี้ เรายังคาดว่าโรงพยาบาลจะได้
อานิสงส์จากการเริ่มให้บริการฉีดวัคซีน Moderna ใน 4Q64
กำไรจะลดลง QoQ ใน 4Q64
หลังจากที่ยอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันของไทยทรงตัวมาเกือบเดือนแล้ว จึงมีการคาดกันว่า น่าจะมีการเปิดประเทศบางส่วนได้ใน 4Q64 ซึ่งสอดคล้องกับเป้าหมายของนายกรัฐมนตรีที่จะเปิดประเทศในกลางเดือนตุลาคม ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบจาก COVID-19 ตั้งแต่ 4Q64 เป็นต้นไป ดังนั้น เราจึงเชื่อว่ารัฐบาลจะผ่อนคลายมาตรการลงอีก เมื่อสถานการณ์โรคระบาดอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ เราคาดว่าBDMS และ BCH จะได้อานิสงส์มากที่สุดจากสถานการณ์ที่ดีขึ้น เนื่องจากมีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติสูง
กว่า (เมื่อเทียบกับหุ้นอื่นในกลุ่ม)
การฉีดวัคซีนทางเลือก และการเปิดประเทศ: ปัจจัยในช่วงต่อไปของกลุ่มโรงพยาบาล
เราคาดว่าจะเห็นสัญญาณการฟื้นตัวชัดเจนมากขึ้นในปี 2565 จากการที่ประเทศไทยและประเทศอื่น ๆกลับมาเปิดประเทศอีกครั้ง โดยปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหนุนให้ผู้ป่วยต่างชาติกลับมาใช้บริการอีกครั้งคือการกระจายวัคซีนออกไปในวงกว้าง และการเปิดให้ใช้ vaccine passport เพื่อการเดินทางระหว่างประเทศได้ ซึ่งจะช่วยลดความกลัว COVID-19 และสามารถผ่อนคลายมาตรการป้องกันโรคระบาดลงได้อีก เราคาดว่าจำนวนผู้ป่วยต่างชาติที่บินกลับเข้ามารับการรักษาในประเทศไทยจะฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งตั้งแต่ 4Q64F โดย BDMS และ BH จะได้อานิสงส์มากที่สุดในธีมนี้ เนื่องจากมีสัดส่วนผู้ป่วยต่างชาติมากกว่าโรงพยาบาลอื่น ๆ และความเชี่ยวชาญในตลาดนี้
จะกลับมาโตในระดับปกติในปี 2565
เรามองว่าอัตราการเติบโตของกำไรโรงพยาบาลขนาดเล็กในปี 2565F จะดูน่าสนใจน้อยลง เนื่องจากกำไรโตผิดปกติในปี 2564F จากการที่ COVID-19 กลับมาระบาดระลอกสามในประเทศไทย แต่หากไม่รวมผลการดำเนินงานในส่วนที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 ในปี 2564F เราคาดว่ากำไรของกลุ่ม โรงพยาบาลในปี 2565F น่าจะโตประมาณ 15%-328% YoY
Valuation & Action
กำไรของโรงพยาบาลส่วนใหญ่ยังคงเติบโตอย่างแข็งแกร่งในปี 2564F ซึ่งทำให้ราคาหุ้นปรับตัวอย่างน่าประทับใจในปีนี้ ทั้งนี้ เราได้ปรับลดคำแนะนำหุ้นโรงพยาบาลที่เหลือ upside ถึงราคาเป้าหมายปี 2565 อีกไม่มากลง และปรับลดน้ำหนักหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลเป็น Neutral จาก Overweight โดยเราเลือก BDMS เป็นหุ้นเด่นในกลุ่ม เนื่องจาก i) คาดว่ากำไรจะดีขึ้นใน 2565F และ ii) platform ธุรกิจแข็งแกร่งทั้งในส่วนของผู้ป่วยไทยและต่างชาติ
Risks
COVID-19 ระบาด, เกิดเหตุก่อการร้ายครั้งใหญ่, เศรษฐกิจฟื้นตัวช้าเกินคาด









