วันจันทร์ ที่ 19 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตัวเลขผู้ติดเชื้อชะลอตัว (13 กันยายน 2564)

วันศุกร์ที่ผ่านมา ดัชนีปรับตัวลงในช่วงเช้า แต่มีแรงซื้อเข้ามาในช่วงบ่าย หุ้นกลุ่มที่นำดัชนี ได้แก่ กลุ่มพลังงาน ค้าปลีก และ อิเล็กทรอนิกส์

โดยในช่วงบ่ายศบค. ประกาศคงมาตรการควบคุมตามเดิม จนถึงวันที่ 30 ก.ย. ประกอบกับมีปัจจัยกดดันจากประเด็นทางการเมือง ส่งผลให้ดัชนี SET Index ปิดตลาดที่ 1,535.35 จุด +6.23 จุด +0.38% มูลค่าการซื้อขาย 92,056 ลบ. ต่างชาติ +716.27 ลบ. TFEX -3,737 สัญญา ตราสารหนี้ -1,996.41 ลบ.

 

ปัจจัยบวก

+ บริษัทโมเดอร์นา อิงค์กำลังพัฒนาวัคซีนแบบโดสเดียวซึ่งจะรวมวัคซีนบูสเตอร์ป้องกันไวรัสโควิด-19 และไข้หวัดใหญ่ไว้ในเข็มเดียวกัน
+ เจ้าหน้าที่ระดับสูงด้านสาธารณสุขของสหรัฐเชื่อว่าวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 ของบริษัทไฟเซอร์ อิงค์ อาจจะได้รับอนุญาตให้ใช้กับเด็กอายุ 5-11 ปีได้ภายในสิ้นเดือนต.ค.นี้
+ สธ. เปิดเผยว่า ในเดือนต.ค. 64 ประเทศไทยมีแผนจัดหาวัคซีนป้องกันโควิด-19 รวม 24 ล้านโดส ตั้งเป้าฉีดอย่างน้อย 50% ทุกจังหวัด
+ ศบค.รายงานสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในประเทศวันนี้ลดลงต่อเนื่อง พบผู้ติดเชื้อรายใหม่รวม 12,583 ราย มีผู้เสียชีวิต 132 ราย รักษาหาย 16,304 ราย

 

ปัจจัยลบ

- ดัชนีดาวโจนส์ปิด ลดลง 271.66 จุด -0.78% นลท.วิตกว่าเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐหลังเปิดเผยดัชนี PPI พุ่งขึ้นแข็งแกร่งในเดือนส.ค. และนักลงทุนกังวลเฟด จะปรับลดวงเงิน QE และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาดไว้
- ราคาน้ำมันดิบ WTI เพิ่มขึ้น 1.58 ดอลลาร์ หรือ 2.3% ปิดที่ 69.72 ดอลลาร์/บาร์เรล จากการเจรจาระหว่างปธน.โจ ไบเดน กับปธน.สี จิ้นผิงช่วยผ่อนคลายความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐและจีน และภาวะตึงตัวของปริมาณน้ำมันในสหรัฐ หลังได้รับผลกระทบจากพายุเฮอริเคนไอดา
- อดีตนายกรัฐมนตรีอังกฤษประกาศว่า การกักตุนวัคซีนของประเทศตะวันตกที่ร่ำรวยจะส่งผลให้เกิดผู้เสียชีวิตจากการติดเชื้อโควิด-19 โดยไม่จำเป็นนับหลายพันรายต่อเดือนในประเทศยากจน หากยังไม่มีการดำเนินการอย่างเร่งด่วนเพื่อกระจายวัคซีนอย่างเท่าเทียมกันกว่านี้

 

 

- สหพันธ์โลจิสติกส์และการจัดซื้อแห่งประเทศจีน (CFLP) เปิดเผยดัชนีที่บ่งชี้ว่า การขยายตัวของภาคการผลิตทั่วโลกชะลอตัวลงเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกันในเดือนส.ค.
- CDC สหรัฐชี้คนไม่ฉีดวัคซีนมีแนวโน้มเสียชีวิตจากโควิดมากกว่าคนฉีดแล้ว 11 เท่า
- รองอธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ฝนที่ตกหนักในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาในพื้นที่ภาคเหนือตอนบน และภาคกลาง ส่งผลให้มีน้ำป่าไหลหลากทำให้ระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

แนวโน้มตลาดวันนี้  

คาดดัชนีในวันนี้มีโอกาสปรับตัวขึ้น โดยมีแรงหนุนจากจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่ในประเทศ ปรับตัวลดลงเหลือ 1.2 หมื่นราย/วัน ประกอบกับราคาน้ำมันดิบ WTI ที่ดีดตัวขึ้น หนุนหุ้นกลุ่มพลังงาน มองกรอบดัชนีในวันนี้ที่ 1,625 -1,646 จุด

 

กลยุทธ์การลงทุน

• FTSE Rebalance Large Cap Index หุ้นเข้า BBL, KBANK หุ้นออกBBL-F,BBL-R ,KBANK-F , KBANK-R, AWC, BJC, DIF : Mid Cap Index หุ้นเข้า AWC, BJC, DIF หุ้นออก ไม่มี : Small Cap Index หุ้นเข้า : JMART, STARK หุ้นออก - FTREIT มีผล 17 ก.ย.
• ราคาถ่านหินปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง BANPU AGE LANNA
• หุ้น Cyber Security SECURE AMR DITTO VCOM
• เปิดตัว iPhone 13 SPVI COM7 SYNEX CPW

 

หุ้นรายงานพิเศษ

                              PSTC – แนะนำ “ซื้อ”
                          (ราคาเหมาะสม 2.83 บาท)

•รายงานกำไรสุทธิ 2Q64 ที่ 5 ลบ. หดตัว 90%QoQ และหดตัว 68%YoY แม้ว่ารายได้ 2Q64 จะเติบโต 22%QoQ มาอยู่ที่ 777 ลบ. จากรายได้จากการก่อสร้างเพิ่มขึ้น 39%QoQ แต่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวลงจาก 13.5% ในไตรมาสก่อนสู่ 10.8% เนื่องจากอัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจก่อสร้างปรับตัวลงจาก 10.7% สู่ 7.7% จากผลกระทบของ COVID-19 อีกทั้งมีค่าใช้จ่ายพิเศษจากการไม่ปฏิบัติตามสัญญาของโรงไฟฟ้า Spp-Hybrid 15 ลบ. ทั้งนี้รายงานกำไรปกติที่ 20 ลบ. หดตัว 62%QoQ แต่เพิ่มขึ้น 25%YoY และรายงานกำไรสุทธิ 6M64 ที่ 58 ลบ. เติบโต 105%YoY และคิดเป็น 45% ของประมาณการเดิมที่ 130 ลบ.

•คาดกำไรปี 64-65 อยู่ที่ 99 ลบ. และ 243 ลบ.เติบโต 105%YoY และ 146%YoY ตามลำดับ จากที่มีผลขาดทุนในปี 63 ที่มีการบันทึกค่าใช้จ่ายด้อยค่าโรงไฟฟ้าราว 1 พันลบ. โดยปี 65 คาดว่าบริษัทจะรับรู้รายได้จากโครงการท่อส่งน้ำมันไปยังภาคอีสานเต็มปีและธุรกิจขาย LNG จะเริ่มเห็นผลเป็นรูปธรรมเพิ่มขึ้น ช่วยหนุนผลประกอบการให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
•ความเห็น เรามีมุมมองบวก เนื่องจากผลประกอบการปี 64 และ 65 กลับมาเติบโตเนื่องจากไม่มีบันทึกด้อยค่าโรงไฟฟ้า และเตรียมรับรู้รายได้จากโครงการ TPN ซึ่งช่วยหนุนผลประกอบการตั้งแต่ปี 65 เป็นต้นไป เราจึงคงคาแนะนำ ซื้อ

 

หุ้นมีข่าว

(+) BGC ( ฺBloomberg Consensus 13.35 บาท) เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจพลังงานลดสัดส่วนการถือหุ้น มุ่งขยายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ ตั้งเป้าเพิ่มยอดขายเพิ่มขึ้น อีกกว่าเท่าตัว จาก 1.1 หมื่นล้านบาท เป็น 2.5 หมื่นล้านบาท ภายในปี 2568 ฟากโบรกมองว่าบริษัทจะได้เงินสดเข้ามา 608 ล้านบาท ลุยลงทุนในธุรกิจหลักได้ และมองว่าเป็นการคลายความกังวลเรื่องการเพิ่มทุน เนื่องจากบริษัทมีแผนการลงทุนสูง 4-5 พันล้านบาท ในช่วง 3 ปีข้างหน้า (ที่มา ทันหุ้น)

(+) ASIAN ( ฺBloomberg Consensus 22.25 บาท) ลุยสินค้าไฮแวลู ซุ่มศึกษา Plant-Based Meat หรือเนื้อจากพืช เน้นกลุ่มอาหารทะเล คาดชัดเจนสิ้นปีนี้ แย้มอยู่ระหว่างทดลองตลาด มองโอกาสเติบโตสูง พร้อมปีนี้รับอานิสงส์เงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่อง ชูธุรกิจอาหารสัตว์เลี้ยงทาเงิน ดีมานด์พุ่ง มั่นใจโกยยอดขายเพิ่มขึ้น พร้อมการันตีรายได้ปีนี้โต 10% แตะ 9.4 พันล้านบาท ตามเป้าพร้อมอยู่ระหว่างจัดทาแผนธุรกิจ 5 ปี แย้มสถาบันใน-นอก เข้าลงทุนต่อเนื่อง (ที่มา ทันหุ้น)

(+) PJW ( ฺBloomberg Consensus - บาท) “ปัญจวัฒนาฯ” หรือ PJW คาดผลงานครึ่งปีหลังโตกว่าครึ่งปีแรก เหตุธุรกิจบรรจุภัณฑ์ น้ำมันหล่อลื่นและชิ้นส่วนยานยนต์ฟื้น บุ๊กรายได้ธุรกิจอุปกรณ์และผลิตภัณฑ์ทางการแพทย์ของบริษัทลูก PJM เข้ามา Q4 มั่นใจรายได้ปีนี้โต 8-10% (ที่มา ข่าวหุ้น)

(+) BCP ( ฺBloomberg Consensus 31.00 บาท) “บางจาก” ตั้งเป้ายอดขายปลายปีนี้นิวไฮจากอดีตสูงสุด 1.8 แสนล้านบาท หลังภาพรวมรายได้ทุกธุรกิจปีนี้ดีดขึ้น โรงกลั่นเดินเครื่องเต็มกาลัง 1.2 แสนบาร์เรลต่อวัน พร้อมบันทึกรายได้จาก OKEA และ BCPT เพิ่ม (ที่มา ข่าวหุ้น)