คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้ คาดดัชนีฯ อ่อนตัว แนวต้าน 1640 / 1645 จุด แนวรับ 1620 / 1610 จุด ทางเทคนิคหากไม่มีการทำ New High เหนือ 1658 จุด ใน 1-2 วันนี้
สะท้อนว่าดัชนีฯ จะเข้าสู่โหมดการปรับฐาน โดยมีแนวรับอิง Fibonanci ที่ 1609 / 1585 จุด แนะนำ เก็งกำไร PSL RCL SMPC โดยมีปัจจัยในประเทศเป็นบวก จากการคาดว่าศบค. จะมีการผ่อนคลายพื้นที่สีแดงเข้มลงจากเดิม 29 จังหวัด แต่ปัจจัยต่างประเทศมีความเสี่ยงเชิงลบเพิ่มขึ้น เห็นได้จากการปรับสูงขึ้นของ ค่าเงิน USD, ยิลด์พันธบัตรสหรัฐฯ 10 ปี, VIX Index เนื่องจาก 1. การกังวลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลก หลังจาก GS ปรับลดเป้าหมายเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปีนี้ เหลือ 5.7% จากเดิม 6% หรือธนาคารกลางจีนส่งสัญญาณไม่กระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม แม้ตัวเลขเศรษฐกิจเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว (เป็นลบต่อหุ้นอิงการค้าโลก เช่น สินค้าโภคภัณฑ์ ปิโตรเคมี สถาบันการเงิน) 2. ธนาคารกลางโลก เริ่มใกล้สิ้นสุดมาตรการผ่อนคลายการเงินผ่านการทำ QE Tapering (ผลประชุมอีซีบีวานนี้ คงดอกเบี้ยตามคาด แต่ส่งสัญญาณลดปริมาณทำ QE จาก 20 เหลือเพียง 16 พันล้านยูโร/เดือน ก่อนสิ้นสุดในเดือน มี.ค. 2022)
ประเด็นอื่น ๆ ที่ต้องติดตามวันนี้
- ศบค.ชุดใหญ่ประชุมวันนี้ เตรียมเห็นชอบต่อข้อเสนอของศบก.ศบค. ที่เสนอผ่อนคลายพื้นที่สีแดงเข้มลงจากเดิม 29 จังหวัด แต่ยังคงเคอร์ฟิว และพิจารณายกเลิกพ.ร.ก. ฉุกเฉินที่จะสิ้นสุดวันที่ 30 ก.ย.
- รัสเซียประชุมธนาคารกลาง คาดปรับขึ้นดอกเบี้ย 0.25% เป็น 6.75%
- USA รายงาน PPI เดือน ส.ค. คาด +8.2% YoY, +0.6% MoM (Vs เดือน ก.ค. 7.8% YoY, 1% MoM)
- Germany รายงานเงินเฟ้อเดือน ส.ค. คาด +3.9% YoY, 0% MoM (Vs เดือน ก.ค. +3.8% YoY, 0.9% MoM)
- Opportunity Day: TIGER PJW APCO UPOIC LST PDJ SMPC
- XD วันนี้ มีผลกระทบต่อดัชนีฯ -0.09 จุด นาโดย LHFG EASTW
+/-Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา
- ตลาดหุ้นไทยกลับมาปิดลบ (ปิดลบเป็นวันที่ 3 ในรอบ 4 วันทำการ): ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบ 1626.95-1646.27 จุด ก่อนมาปิดตลาดที่ 1629.12 จุด -11.33 จุด วอลุ่มซื้อขาย 9.1 หมื่นล้านบาท นำลงโดยกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ -2.8% เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร -2.13% ขนส่งและโลจิสติกส์ -1.54% และนำขึ้นโดยกลุ่มธนาคาร +2.29% ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ +1.2% หุ้นปรับขึ้น >4% ได้แก่ U LHFG TEAMG AQUA AJA CAZ LANNA RICHY EP AF WIN UBIS หุ้นปรับลง >4% ได้แก่ INTUCH DTAC MAKRO UPA EFORL IRCP MDX STOWER
- ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปิดลบ: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดลบ DJIA -0.43% (-151.69 จุด) ร่วงต่อเนื่องเป็นวันที่สี่ S&P500 -0.46% NASDAQ -0.25% เพราะกังวลว่าเฟดอาจปรับลดวงเงิน QE เร็วกว่าคาด หลังจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ต่ำสุดรอบ 18 เดือน ที่ 310k (Vs คาด 335k) นำลงโดยหุ้นกลุ่มอสังหาฯ เทคโนโลยี ส่วนหุ้นกลุ่มธนาคารปรับขึ้น หลังจากยิลด์พันธบัตรสหรัฐฯ ปรับสูงขึ้น ตลาดหุ้นยุโรปปิดคละ CAC-40 +0.24% DAX +0.08% และ FTSE -1.01% หลัง ECB ปรับลด QE ตามคาด นำลงโดยหุ้นเกมในยุโรป
+/- น้ำมันดิบปิดลบ แต่ทองฟื้นตัว: น้ำมันดิบโลกกลับมาปรับตัวลดลงรับข่าวจีนเตรียมนำน้ำมันดิบจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์ เพื่อช่วยโรงกลั่นในประเทศสามารถควบคุมต้นทุนราคา และสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐฯ ลดลงน้อยกว่าคาด (ลดลง 1.5 ล้านบาร์เรล Vs คาดลดลง 7.4 ล้านบาร์เรล) ส่งผล WTI -USD1.16 ปิดที่ USD68.14/บาร์เรล Brent -USD1.15 ปิดที่ USD71.45/บาร์เรล ส่วนราคาทองคำ กลับมาปิดบวก +USD6.50 ปิดที่ USD1,800/ออนซ์ จากการอ่อนค่าของเงิน USD
ประเด็นสำคัญ
+ ศบค.ชุดใหญ่: ประชุมวันนี้ คาดอนุมัติเห็นชอบต่อข้อเสนอของศบก.ศบค. ที่เสนอ ผ่อนคลายพื้นที่สีแดงเข้มลงจากเดิม 29 จังหวัด แต่ยังคงเคอร์ฟิว เพราะสถานการณ์การแพร่ระบาดในภาพรวมยังเป็นลักษณะเดิม
+ USA: ตัวเลขผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานครั้งแรกรายสัปดาห์ลดลงเหลือเพียง 310k (Vs สัปดาห์ก่อน 345k) และดีกว่าคาดการณ์ของตลาดที่ 335k (ประธานเฟด สาขาดัลลัส Kaplan สนับสนุนให้เฟดทา QE Tapering ในเดือน ก.ย. และเริ่มต้นลด QE ตั้งแต่ เดือน ต.ค.)
+ Canada: แคนาดาเริ่มอนุญาตให้ชาวต่างชาติที่ฉีดวัคซีนป้องกัน COVID-19 ครบโดสแล้วสามารถเดินทางเข้าประเทศได้ โดยต้องเป็นวัคซีนที่กระทรวงสาธารณสุขแคนาดาอนุมัติเท่านั้น
+/- ECB Meeting: มีมติคงดอกเบี้ยและปรับลด QE ใน 4Q21 เทียบสองไตรมาสที่ผ่านมา (คาดเฉลี่ยซื้อพันธบัตรจาก 8 เหลือ 6 หมื่นล้านยูโร/เดือน) แต่ยังไม่ส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเมื่อใด
- China: Roy Green นักเศรษฐศาสตร์จาก TS Lombard เผยว่า ธุรกิจ Health Care และธุรกิจอสังหาฯ จะเป็นเป้าหมายต่อไปของทางการจีนในการควบคุมดูแล เพราะค่าใช้จ่ายที่แพง 3 อย่าง คือ การศึกษา อสังหาฯ และสุขภาพ ถือเป็นสิ่งที่รัฐบาลจีนต้องการจัดการ เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการใช้ชีวิตของประชาชน
- USA Fed beige Book: รายงานภาวะเศรษฐกิจใน 12 เขตของสหรัฐฯ ว่า การขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงเล็กน้อย สู่ระดับปานกลาง แต่อัตราเงินเฟ้อยังคงพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงต้นเดือน ก.ค. – ส.ค.
กลยุทธ์การลงทุน: แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)
หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: SMPC SPG GULF หุ้น
แนะนำเก็งกำไร: PSL RCL SMPC
Derivatives: เปิด Short S50U21 เก็งกำไร หลัง 10:30 น. (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)









