วันพฤหัสบดี ที่ 30 เมษายน 2569

Login
Login

เกาะกระแส ‘Fintech’ เทรนด์ที่มาแรงต่อเนื่องในปี 2021

เกาะกระแส ‘Fintech’ เทรนด์ที่มาแรงต่อเนื่องในปี 2021

“Fintech” ได้แทรกซึมเขาไปอยู่ในทุกกิจกรรมการดำเนินชีวิต และดูเหมือนว่าการแพร่ระบาดของ "โควิด 19" จะยิ่งเป็นตัวเร่งให้เกิดการนำมาประยุกต์ใช้มากขึ้น

หลายท่านอาจจะคิดว่า “Fintech” เป็นเรื่องไกลตัว แต่จริงๆ แล้ว มันได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในหลากหลายกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็น การโอนเงิน การชำระค่าบริการ ผ่านระบบ Mobile Banking การใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิต/เดบิต กระทั่งสมัยนี้เราสามารถให้ “Robot” ช่วยจัดพอร์ตการลงทุน หรือ ที่เรียกว่า Robo-Advisor กันได้แล้ว รวมถึงธุรกิจประกันภัยก็มีการนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เช่น การนำ Smart Watch มาใช้ในการติดตามพฤติกรรมของผู้เอาประกัน เพื่อนำสถิติด้านสุขภาพมาเชื่อมโยงกับการคำนวณเบี้ยประกันในรอบถัดไป

“Cashless Society” คำคุ้นหู หนึ่งในธุรกรรมของ Fintech ที่มีแนวโน้มเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง

คำว่า “Cashless Society” อาจจะเป็นคำที่คุ้นหูสำหรับใครหลายคน แต่จากข้อมูลพบว่า จริงๆ แล้ว การใช้จ่ายโดยไม่ใช้เงินสด (Non-Cash Transactions) ไม่มากอย่างที่คิด ตัวอย่าง ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมทางการเงิน ยังมีการใช้จ่ายโดยไม่ใช้เงินสด (Non-Cash Transactions) เพียง 45% เท่านั้น  กระทั่งในยุโรปเอง การใช้จ่ายโดยใช้เงินสด ก็ยังคงเป็นที่นิยมกันอยู่

source: ShiftProcessing.com data as of January 2021

source: ShiftProcessing.com data as of January 2021

ดังนั้น “Cashless Society” หรือ “สังคมไร้เงินสด” ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก โดยเฉพาะจากคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นตัวขับเคลื่อนอุตสาหกรรมนี้ จากงานวิจัยของ PWC คาดการณ์ว่า ปริมาณการใช้จ่ายโดยไม่ใช้เงินสดจะเติบโตขึ้นถึง 3 เท่า ภายในปี 2030 ซึ่งข้อมูลตรงนี้อาจบ่งชี้ได้ว่าสังคมไร้เงินสดเต็มรูปแบบที่จะช่วยหนุนอุตสาหกรรม Fintech คงอยู่ไม่ไกลเกินเอื้อม

ภายในปี 2024 Digital/Mobile-Wallet และ Credit/Debit-Card จะมีสัดส่วน 85% ของธุรกรรมใน E-Commerce ธุรกิจ E-Commerce ถือเป็นกุญแจสำคัญของการเติบโตในธุรกิจ Fintech ยิ่งผู้คนหันมาซื้อสินค้าในรูปแบบ E-Commerce มากขึ้นเท่าใด ปริมาณธุรกรรมก็จะยิ่งเพิ่มมากขึ้นเท่านั้น จากงานวิจัยของ Fisglobal จะเห็นว่า การใช้จ่ายบนแพลตฟอร์ม E-Commerce ผ่าน Digital/Mobile Wallet ในปี 2020 มีสัดส่วนราว 44.5% และคาดการณ์ว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็น 51.7% ในปี 2024

โดยการใช้จ่ายผ่านบัตร Credit/Debit ก็จะยังเป็นที่นิยมต่อไปจนถึงปี 2024 หากนับรวมทั้ง 3 ช่องทาง ไม่ว่าจะเป็น Digital/Mobile Wallet, Credit Card และ Debit Card จะคิดเป็นสัดส่วนราวๆ 85% ของการใช้จ่ายบนแพลตฟอร์ม E-Commerce เรียกได้ว่าเป็นการแทนที่การชำระเงินแบบดั้งเดิมอย่าง Bank Transfer (การโอนเงินผ่านธนาคาร) ไปโดยสิ้นเชิง

source: Fisglobal “The Global Payment Report” 2021 source: Fisglobal “The Global Payment Report” 2021

อีกหนึ่งช่องทางที่มีโอกาสเติบโตสูงในธุรกิจ Fintech คือการใช้จ่ายในรูปแบบ “Buy Now Pay Later” หรือ “ซื้อก่อน จ่ายทีหลัง” โดยจุดเด่นของบริการนี้คือ ไม่มีอัตราดอกเบี้ยในการผ่อนชำระ ไม่ต้องใช้บัตรเครดิต อีกทั้งยังมีตัวเลือกให้ผ่อนชำระที่ยืดหยุ่นกว่า เช่น จะเลือกแบ่งชำระภายในเวลาระยะเวลาสั้นๆ รายสัปดาห์ หรือจะเลือกแบ่งชำระในระยะเวลาที่นานกว่าเป็นรายเดือนก็ได้ แต่หากผู้ซื้อไม่สามารถชำระเงินได้ตามที่กำหนด ก็จะต้องเสียค่าปรับเป็นข้อแลกเปลี่ยนแทน

ล่าสุดบริษัท Paypal ได้ประกาศเข้าซื้อกิจการ บริษัท Paidy ผู้ให้บริการซื้อสินค้า online สัญชาติญี่ปุ่น ที่สามารถให้ลูกผ่อนชำระสินค้าได้ในรูปแบบ “Buy Now Pay later” ด้วยเม็ดเงิน $2.7 billion หรือ ราวๆ 88,000 ล้านบาท ถือเป็นหนึ่งสัญญาณที่บ่งบอกว่า ธุรกิจนี้จะเข้ามามีบทบาทมากขึ้นในอนาคตอันใกล้

ธุรกรรมหลายอย่างประสบความสำเร็จโดยใช้เบื้องหลังใช้ Fintech ในการให้บริการ

หลายๆ กิจกรรมทางการเงิน โดยเฉพาะทุกการโอนเงินในรูปแบบ Digital รวมไปถึงการใช้จ่ายในบัตรเครดิตหรือเดบิต ก็ล้วนแล้วแต่ต้องมีการประมวลผลข้อมูลอยู่เบื้องหลังทั้งสิ้น เปรียบเสมือนโครงสร้างพื้นฐานของการโอนเงินบนโลก Digital คือ การใช้ Fintech ในการให้บริการ ตัวอย่างที่ชัดเจน และถือว่าเป็นเบอร์หนึ่งในด้านนี้ คือ บริษัท Visa โดยบริษัทฯ ถือเป็นผู้ให้บริการด้านการประมวลผลข้อมูลธุรกรรมทางการเงินที่มีปริมาณการชำระเงินผ่านเครือข่ายกว่า 8.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี ซึ่งมากเป็นอันดับหนึ่งของโลก

บริษัทด้านซอฟแวร์ ที่พัฒนาให้กับธุรกิจการเงินการธนาคารเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงจากธุรกิจธนาคารดั้งเดิมไปยัง Digital Banking เช่น บริษัท Temenos บริษัทสัญชาติสวิสเซอร์แลนด์ ผู้นำด้าน Software ที่ใช้ในธุรกิจ “การเงิน&การธนาคาร” คร่ำหวอดในวงการมากว่า 20 ปี มีลูกค้าที่เป็นองค์กรกว่า 3,000 รายทั่วโลก และมีลูกค้าซึ่งเป็นธนาคารยักษ์ใหญ่ใช้บริการเป็นจำนวนมาก รวมไปถึงธุรกิจธนาคารที่กำลังเปลี่ยนตัวเองมาเป็น Digital Banking เพื่อรองรับการเติบโตของการใช้งานในอนาคต

เราเฝ้าดูปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นของธุรกิจ Fintech ในก่อนระบาดของ COVID และภายหลังจนถึงปัจจุบัน ยังคงเชื่อว่า การเติบโตของธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับ Fintech จะยังมีโอกาสอีกมาก ตราบใดที่โลกแห่งเทคโนโลยียังมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง หลังจากนี้เชื่อว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญที่กำลังจะเกิดขึ้นอีกมาก อาทิ สกุลเงินหยวนดิจิตอล ซึ่งธนาคารกลางจีนเริ่มประกาศใช้ไปแล้วในบางมณฑล และจะประกาศใช้ในงาน Beijing 2022 Winter Olympic Games อีกด้วย ยังไม่นับรวมธนาคารกลางอื่นๆ ที่จะเปลี่ยนเงินไปเป็นดิจิทัลซึ่งประเทศไทยก็เป็นหนึ่งในนั้น

ดังนั้น ค่อนข้างชัดเจนแล้วว่าเทรนด์ในธุรกิจด้าน Fintech ยังคงเป็นจุดเริ่มต้นและมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก ถือว่าเป็นอีกหนึ่งธีมการลงทุนที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก

สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ บลจ.ทิสโก้ หรือ TISCO Contact Center โทร. 0 2633 6000 กด 4, 0 2080 6000 กด 4 และ www.tiscoasset.com หรือ แอปพลิเคชัน TISCO My Funds ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ข้อมูล บทความ บทวิเคราะห์ และการคาดหมาย รวมทั้งการแสดงความคิดเห็นทั้งหลายที่ปรากฏอยู่ในรายงานฉบับนี้ทำขึ้นบนพื้นฐานของแหล่งข้อมูลที่ดีที่สุดที่ได้รับมาและพิจารณาแล้วเห็นว่า น่าเชื่อถือ แต่ทั้งนี้ไม่อาจรับรองความถูกต้อง ความสมบูรณ์ แท้จริงของข้อมูลดังกล่าว ความเห็นที่แสดงไว้ในรายงานฉบับนี้ได้มาจากการพิจารณาโดยเหมาะสมและรอบคอบแล้ว และอาจเปลี่ยนแปลงได้โดยไม่จำเป็นต้องแจ้งล่วงหน้าแต่อย่างใด บทความ บทวิเคราะห์ และการคาดหมายทั้งหลายที่ปรากฏ อยู่ในรายงานฉบับนี้เป็นการนำไปใช้โดยผู้ใช้ยอมรับความเสี่ยงและเป็นดุลยพินิจของผู้ใช้แต่เพียงผู้เดียว 

source : CNBC, investor.visa.com, temenos.com