วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

กลยุทธ์การลงทุนรายสัปดาห์ (6 ก.ย.64)

6-10 กันยายน: ปรับขึ้นต่อ ยังคงเน้นหุ้นธีมคลายล็อก-เปิดประเทศ

แนวโน้มปรับขึ้นต่อจากความคาดหวังเชิงบวกต่อสถานการณ์ในประเทศ

ในสัปดาห์ที่แล้ว (30 สิงหาคม – 3 กันยายน) ตลาดหุ้นไทยยังขยับขึ้นต่ออีกพอสมควร ซึ่งเป็นไปตามที่เราคาดเอาไว้ อย่างไรก็ตาม สาเหตุสำคัญที่ทำให้ดัชนี SET ขยับขึ้นเป็นเพราะมีหุ้น large-cap สองสามตัวที่มี free floats ต่ำอย่างเช่น DELTA*, MAKRO และ INTUCH* วิ่งขึ้นมาแรง แต่หากไม่รวมหุ้น
สามตัวนี้ ภาพรวมของตลาดในสัปดาห์ก่อนจะเป็นการพักฐาน ทั้งนี้ ในขณะที่ดัชนี US dollar index ขยับลดลงอีก ค่าเงินบาทก็อ่อนค่าลงจากระดับทางเทคนิคที่หลายคนมองกันไว้ที่ 32.20 แต่ไม่ได้ส่งผลกระทบกับกระแสเงินทุนจากต่างชาติในตลาดหุ้นมากนัก เรามองว่าการที่ยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19
รายวันลดลงอย่างต่อเนื่อง และความคืบหน้าของการกระจายวัคซีนจะเป็นปัจจัยที่สนับสนุนให้นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาลงทุนในหุ้นไทยเนื่องจากปัจจัยเศรษฐกิจมีแนวโน้มสดใสมากขึ้นในปี 2565

ในสัปดาห์นี้ (6-10 กันยายน) เราคาดว่าตลาดหุ้นไทยจะยังคงขยับขึ้นต่อแบบ sideways up ถึงแม้ว่าในสัปดาห์นี้จะไม่ค่อยมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจมหภาคสำคัญทั้งของไทยและต่างประเทศออกมา แต่กิจกรรมทางธุรกิจที่ดีขึ้น และยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ใหม่ที่ทรงตัวน่าจะช่วยสนับสนุนภาวะตลาดได้
พอสมควร ทั้งนี้ หากใช้สมมติฐานว่าสถานการณ์ COVID-19 ยังดำเนินต่อไปในลักษณะนี้ ในการประชุมวันที่ 10 กันยายน ศบค. น่าจะผ่อนคลายมาตรการทางสังคมลงอีก โดยคาดว่าจะเริ่มมีผลในวันที่ 14 กันยายน สำหรับปัจจัยมหภาคของเศรษฐกิจโลก ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรของสหรัฐเดือนสิงหาคมที่ออกมาน่าผิดหวัง (เพิ่มขึ้นเพียง 235,000 ตำแหน่ง น้อยกว่า consensus ที่ 750,000 ตำแหน่ง) อาจจะทำให้ Fed เลื่อนการประกาศลดขนาด QE ลงจากเดือนกันยายน ไปเป็นเดือนพฤศจิกายนแทน แต่ไม่ได้ทำให้ธีมการลงทุนหลักของตลาดการเงินโลกเปลี่ยนแปลงไป

ติดตามสถานการณ์ COVID-19 รวมถึงการผ่อนคลายมาตรการ และการตัดสินใจของ ECB

(+) กระแสข่าว COVID-19 และโมเมนตั้มของการฉีดวัคซีน ยอดผู้ติดเชื้อ COVID-19 ใหม่รายวัน,ยอดผู้เสียชีวิต และผู้ที่หายป่วยกลับบ้านได้ ยังคงเป็นสถิติสำคัญที่นักลงทุนใช้ประเมินสถานะของระบบการรักษาพยาบาลของไทยหลังจากที่มีการผ่อนคลายมาตรการ lockdown รอบล่าสุด ส่วนในด้านของการกระจายวัคซีน เรายังคงมองเหมือนกับที่เราได้ระบุเอาไว้ในบทวิเคราะห์กลยุทธ์ก่อนหน้านี้ว่าจะมีจำนวนผู้ได้รับวัคซีนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น โดยอาจจะมีถึง 10 ล้านคนที่ได้รับวัคซีน AstraZeneca ครบสองเข็มในเดือนกันยายน

(0) การตัดสินนโยบายการเงินของ ECB ในการประชุมวันที่ 9 กันยายน ในสัปดาห์นี้ ทางด้านของสหรัฐไม่มีกำหนดเผยแพร่ข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญที่มีอิทธิพลต่อตลาดออกมา ในขณะที่นักลงทุนส่วนใหญ่ยังคงเฝ้ารอผลการประชุม FOMC นัดหน้า ประเด็นสำคัญในสัปดาห์นี้จึงอยู่ที่การตัดสินนโยบายการเงินของ ECB ในการประชุมวันพฤหัสบดีนี้ ซึ่งการที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจของยุโรปฟื้นตัวขึ้นและอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (flash headline inflation) เดือนสิงหาคมขึ้นไปแตะ 3.0% YoY (อัตราเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.6% YoY) ทำให้มีการมองว่า ECB อาจจะหารือเรื่องการชะลอลดขนาดโครงการ PEPP ลงในเร็ว ๆ นี้

แนะนำให้ลงทุนต่อ โดยเน้นหุ้น large-cap ธีมในประเทศ และ reopening

เนื่องจากเรามองว่าตลาดหุ้นไทยน่าจะขึ้นต่อได้ และกระแสเงินทุนไหลเข้ายังคงแข็งแกร่ง เราจึงยังคงยึดตามกลยุทธ์การลงทุนที่เราแนะนำเอาไว้สำหรับเดือนกันยายน โดยเน้นหุ้น large-cap ที่มีราคาหุ้นสมเหตุสมผล และหุ้นที่โยงกับธีม re-opening และการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ซึ่งเรามองว่าหุ้นกลุ่มที่เข้ากับธีมการลงทุนดังกล่าวได้แก่กลุ่มธนาคาร, อสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์, ขนส่ง และ สื่อ โดยหุ้นเด่นในสัปดาห์นี้ได้แก่ KBANK*, CPN*, AOT*, BEM*, MAJOR* และหุ้น small caps อย่างเช่น SPA เรามองว่าหุ้นที่ outperform ในช่วงที่ผ่านมาอย่างกลุ่มโรงพยาบาลอาจจะมีแรงเทขายออกมา เนื่องจากนัก
ลงทุนมองว่าผลประกอบการของหุ้นกลุ่มนี้น่าจะดีที่สุดในงวด 3Q64 แล้วจะแผ่วลงหลังจากนั้น