พอร์ตหุ้นแนะนำ ก.ย. - ยังเกาะกระแสฟันด์โฟลว์
พอร์ตหุ้นเดือนสิงหาคม ลดลง 3.5% โดยหุ้นในพอร์ตปรับตัวแย่กว่าตลาดค่อนข้างมาก
ในเดือนสิงหาคม ตลาดหุ้นไทยพักฐานในช่วงครึ่งเดือนแรกเนื่องจากสถานการณ์ COVID-19 ในประเทศยังคงกดดันภาวะเศรษฐกิจ และกิจกรรมทางธุรกิจ อย่างไรก็ตาม ตลาดกลับมาฟื้นตัวได้ดีเกินคาดในช่วงครึ่งหลังของเดือนสิงหาคม หลังจากที่ยอดผู้ที่หายป่ วยกลับบ้านได้มีจำนวนสูงกว่ายอดผู้ติดเชื้อใหม่ ทำให้ ศบค. ประกาศผ่อนคลายมาตรการ lockdown ตั้งแต่เดือนกันยายน นอกจากนี้ การกระจายวัคซีนยังมีความคืบหน้ามากขึ้น และมีการเปิดเผยแผนการกระจายวัคซีนอย่างรอบด้านมากขึ้นใน 4Q64 ออกมาด้วย ซึ่งจากปัจจัยบวกภายในประเทศดังกล่าวบวกกับการที่ตลาดโลกสะท้อนความคาดหมายว่าสหรัฐจะลดขนาด QE ภายในสิ้นปีนี้ไปเรียบร้อยแล้ว ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และเกิดกระแสเงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นระลอกใหญ่ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา
เนื่องจากเราเป็นกังวลกับสถานการณ์ COVID-19 และภาวะตลาดในช่วงต้นเดือนสิงหาคม เราจึงจัดพอร์ตแบบ defensive ซึ่งทำให้หุ้นส่วนใหญ่ปรับตัวได้ไม่ดีเท่าตลาดในช่วงที่ดัชนี SET ฟื้นตัวขึ้น โดยพอร์ตหุ้นเด่นรายเดือนของเราลดลง 3.5% ในขณะที่ดัชนี SET ขยับขึ้น 7.7% ทั้งนี้ TU* และ BCH* ลดลง 9.9% และ 14.7% ตามลำดับ เนื่องจากนักลงทุนเปลี่ยนกลุ่มเล่นจากหุ้นส่งออก และโรงพยาบาลที่มีการซื้อขายอย่างหนาแน่น สำหรับในงวด 8M64 พอร์ตหุ้นของเรามีอัตราผลตอบแทนสะสมอยู่ที่ 13.2% สอดคล้องกับผลการดำเนินงานของตลาดโดยรวม
มุมมองตลาดเดือนกันยายน: คาดว่าตลาดจะฟื้นตัวได้ในวงกว้าง
ถึงแม้ว่าการฟื้นตัวของตลาดในสัปดาห์ที่แล้วจะทำให้ราคาหุ้นดูตึงตัวมากขึ้น โดย earnings yield gap ระยะ 12 เดือนอยู่ต่ำกว่า 4.0% แต่เรามองว่าดัชนี SET ยังน่าจะขึ้นต่อได้ในเดือนกันยายนเนื่องจากเหตุผลสามข้อ ข้อแรกคือ น่าจะยังมีกระแสเงินทุนไหลเข้าต่อเนื่องท่ามกลางค่าเงินบาทที่แข็งขึ้น และความคาดหวังด้านบวกต่อแผนการกระจายวัคซีน รวมถึงแนวโน้มการฟื้นตัวในปี 2565 ข้อสอง การเปิดประเทศบางส่วน และมีจำนวนคนที่ได้รับวัคซีนครบโดสแล้วเพิ่มขึ้นในระยะต่อไปจะทำให้ภาพการฟื้นตัวของเศรษฐกิจชัดเจนมากขึ้นตั้งแต่ 4Q64 เป็นต้นไป ข้อสาม ตลาดการเงินต่าง ๆ สะท้อนโอกาสที่จะ Fed จะลดขนาด QE ในปีนี้ไปเรียบร้อยแล้ว ดังนั้น ต่อให้ FOMC ประกาศลดขนาด QE ในการประชุมวันที่ 22 กันยายน เราคาดว่าตลาดไม่น่าจะมีปฏิกิริยาอะไรมากนัก
หุ้นเด่นเดือนกันยายน: ยังคงเน้นหุ้นใหญ่, หุ้นในธีม reopening โดยควรป้องกันความเสี่ยงไว้บ้างในกรณีที่ราคาผันผวน
เนื่องจากเรามองภาพตลาดเป็นบวก เราจึงแนะนำให้นักลงทุนยังคงเน้นลงทุนในหุ้นใหญ่ที่เคลื่อนไหวตามภาวะเศรษฐกิจ และหุ้นในธีม re-opening อย่างเช่น AOT*, CPALL*, KBANK*, BEM* และ SPA ทั้งนี้ เพื่อป้องกันความเสี่ยงในกรณีที่ตลาดผันผวนขึ้นมาระหว่างเดือน เราจึงเลือกหุ้นสาธารณูปโภคสองตัวที่มีแนวโน้มการเติบโตแข็งแกร่ง ได้แก่ BGRIM* และ GPSC* นอกจากนี้ เรายังเลือกหุ้น midcap อย่าง JMART* ติดพอร์ตไว้ด้วยเนื่องจากบริษัทมีแนวโน้มเติบโตแบบ inorganic จากดีลทางธุรกิจใหม่ที่ทำกับเครือ BTS






