วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Healthcare Sector (19 ส.ค.64)

กำไรแข็งแกร่งใน 2Q และจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นอีกใน 3Q

ผลประกอบการของหุ้นโรงพยาบาลที่เราดูแลอยู่ออกมาดีมากใน 2Q (กำไรของ BCH และ CHG ทำสถิติ สูงสุดใหม่) และเราคาดว่ากำไรจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นอีกใน 3Q โดยเฉพาะโรงพยาบาลที่เน้นให้บริการที่เกี่ยวข้องกับ COVID ได้แก่ BCH และ CHG จากจำนวนผู้ป่วยในที่เพิ่มขึ้นและการปรับขึ้นราคาค่ารักษาพยาบาลที่เบิกจ่ายจาก สปสช. เราคาดว่ากำไรของกลุ่มโรงพยาบาลจะลดลงในปีหน้า แต่จะยังสูงกว่าปี 2019 เราแนะนำซื้อ BCH, CHG, BDMS และแนะนำถือ BH

 

กำไรของ BCH, CHG, BDMS และ BH เติบโตก้าวกระโดดใน 2Q

กำไรรวมของกลุ่มโรงพยาบาลเพิ่มขึ้นถึง 260% yoy และ 68% qoq เป็น 3.4 พันล้านบาทใน 2Q โดยปัจจัยกระตุ้นสำคัญได้แก่บริการที่เกี่ยวข้องกับ COVID ซึ่งหนุนให้รายได้เพิ่มขึ้น 37% yoy และ 18% qoq และยังหนุนให้ EBITDA margin เพิ่มขึ้น 6.9% yoy และ 3.7% เป็น 29.4% ใน 2Q เพราะได้ประโยชน์จากสัดส่วนต้นทุนคงที่ที่สูง ทั้งนี้เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากบริการที่เกี่ยวข้องกับ COVID เทียบกับรายได้รวมของ  BCH และ CHG สูงถึง >50% และ 39% ตามลำดับ จึงส่งผลให้ทั้งรายได้, กำไรสุทธิ, อัตรากำไรขั้นต้น และ EBITDA margin ทำสถิติสูงสุดใหม่ ในขณะเดียวกัน สัดส่วนรายได้จากบริการที่เกี่ยวข้องกับ COVID เทียบกับรายได้รวมของ  BH และ BDMS อยู่ที่ 7% และ 11% ตามลำดับ ดังนั้น กำไรจึงเพิ่มขึ้นจากฐานที่ต่ำในปีที่แล้ว

 

และจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นใน 3Q …

เราคาดว่ากำไรจะเพิ่มขึ้น qoq ใน 3Q โดยปัจจัยกระตุ้นได้แก่ 1) จำนวนผู้ป่วยในที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก (0.71 ล้านราย QTD จาก 0.23 รายใน 2Q21) และ สปสช. ให้ขึ้นค่าเบิกจ่าย 2) กำไรจากการตรวจ COVID ทรงตัว  โดยคาดว่าจำนวนผู้รับการตรวจโควิดจะทรงตัวอยู่ที่ 5 ล้านรายใน 3Q (2.5 ล้านราย QTD) ถึงแม้จะปรับลดราคาค่าตรวจ (-26% เหลือ 1,700 บาท/ชุด) จาก สปสช. แต่ต้นทุนก็ลดลงด้วยเช่นกัน 3) จะมีการบันทึกรายได้จากประกันสังคมสำหรับการให้บริการในปี 2020 (เฉพาะ BCH และ CHG เท่านั้น) นอกจากนี้โรงพยาบาลต่าง ๆ มีการเพิ่มจำนวนเตียงผู้ป่วยใน และ hospital เพื่อตอบสนองอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้น

 

… แต่กำไรจะลดลงใน 4Q

Krungsri Research ได้ปรับประมาณการยอดผู้ติดเชื้อใหม่รายวันสูงสุดเป็น 26,000 รายในช่วงต้นเดือนกันยายน จากเดิมที่คาดไว้ที่ 15,000 รายในต้นเดือนสิงหาคม ซึ่งหมายความว่ารายได้จากการให้บริการผู้ป่วยใน และการตรวจ COVID จะลดลง qoq ใน 4Q แต่รายได้จากการให้บริการวัคซีนป้องกัน COVID จะช่วยบรรเทาผลกระทบไปได้บางส่วน ทั้งนี้ประมาณ 40% ของวัคซีน Moderna (ล็อต 1) 3.9 ล้านโดส มีกำหนดส่งมอบใน 4Q และที่เหลืออีก 60% มีกำหนดส่งมอบในเดือนมกราคม 2022

 

แนวโน้มหลัง COVID

เนื่องจากเราคาดว่าจะสามารถคุมการระบาดของ COVID ได้ภายในสิ้นปีนี้ กำไรของ BCH และCHG จึงน่าจะลดลงในปีหน้า และหลังจากนั้นจะเติบโตในอัตราปกติ แต่ถึงแม้เราจะคาดว่ากำไรจะลดลง แต่ยังคงสูงกว่าระดับกำไรในปี 2019 (ก่อน COVID ระบาด) เนื่องจาก 1) มีรายได้จากบริการฉีดวัคซีนป้องกัน COVID ซึ่งจะมีวัคซีน Moderna (ล็อต 2) เข้ามาอีก 5 ล้านโดสใน 1H22 และวัคซีน Moderna รุ่นใหม่ที่สามารถป้องการโควิดกลายพันธุ์ได้เข้ามาใน 2H22 เราคาดว่าโรงพยาบาลจะยังมีรายได้จากบริการที่เกี่ยวข้องกับ COVID ต่อเนื่อง แม้ว่ารายได้ส่วนนี้จะมีแนวโน้มลดลงก็ตาม ซึ่งได้แก่ รายได้จากการตรวจ COVID เพื่อใช้รับรองในการเดินทางต่างประเทศ  และการรักษาโรคระบบทางเดินหายใจอาจจะต้องทำ RT-PCR ร่วมด้วย และผู้ป่วยโควิดบางส่วน เราคาดว่ากำไรของ  BH และ BDMS จะฟื้นตัวขึ้นจากการเปิดประเทศ และอุปสงค์คงค้างของผู้ป่วนต่างชาติที่กลับคืนมา

 

162935707891