วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ฟื้นตัวในแนวโน้มลง ยังเพียงเลือกเก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุน

หุ้นกลุ่มเปิดเมืองอาจฟื้นตัวแต่ยังคงมุมมองลงทุนอย่างระมัดระวัง

สถานการณ์ระบาดของโควิดทั่วโลก ค่าเฉลี่ย 7 วันของจำนวนผู้ติดเชื้อใหม่และการเสียชีวิตเริ่มมีสัญญาณชะลอตัว ซึ่งหากสถานการณ์ดำเนินไปอย่างต่อเนื่องเราน่าจะเห็นการหมุนกลุ่ม (Sector rotation) จากภาคการผลิต มายังภาคบริการที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเมืองและการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มากขึ้น สำหรับสถานการณ์ในไทยยังคงมีความคลุมเครือแม้การรายงานจำนวนผู้ติดเชื้อเริ่มทรงตัวที่ระดับ 2 หมื่นราย แต่ส่วนหนึ่งเกิดจากการลดจำนวนการตรวจต่อวันลง ทำให้ยังเป็นการยากที่จะประเมินจุดสูงสุดของการระบาด (ซึ่งในหลายๆ scenario คาดว่าจะอยู่ที่ ก.ย.-พ.ย.) อย่างไรก็ตาม มีความเป็นไปได้ที่หุ้นในกลุ่มเปิดเมืองอาจจะเริ่มเคลื่อนไหวได้ดีจากสถานะการลงทุนที่หุ้นมีการถือครองน้อย (under-owned) อย่างไรก็ตามเรายังคงมองการลงทุนกลุ่มนี้ในเชิงของการเก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุน เนื่องจากสถานการณ์ระบาดในไทยที่แย่กว่าโลก และมีความเสี่ยงของการใช้มาตรการควบคุมที่สร้างต้นทุนทางเศรษฐกิจสูงเป็นระยะเวลานานกว่า ขณะที่กลุ่มการแพทย์ แม้งบและแนวโน้มไตรมาส 3/64 จะดี แต่การขึ้นต่อควรใช้เป็นจังหวะลดน้ำหนักการลงทุน

กลุ่มธนาคาร คาดประกาศจ่ายปันผลระหว่างการเป็นปัจจัยหนุนช่วงสั้น แต่ระวังการลดน้ำหนักตามดัชนี MSCI และ FTSE หลังปีก่อนธนาคารพาณิชย์ไม่จ่ายปันผลระหว่างกาลเนื่องจากธปท. ออกมาตรการห้ามเพื่อสำรองเงินทุนรับมือโควิด คาดธนาคารพาณิชย์กลับมาจ่ายปันผลระหว่างกาลในปีนี้ โดยประกาศในช่วงกลางส.ค.และขึ้นเครื่องหมาย XD ช่วงปลายเดือน ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกช่วงสั้นในการลงทุน อย่างไรก็ตามปริมาณซื้อขายที่ลดลงทำให้หุ้นธนาคารเสี่ยงต่อการถูกปรับลดน้ำหนัก รวมถึงหุ้นสำหรับผู้ลงทุนต่างประเทศ (อาทิ BBL-F หรือ KBANK-F) อาจหลุดจากการคำนวณของดัชนีสำคัญ (หลัง BBL-F หลุด MSCI มีผล 31 ส.ค.) โดยผู้ลงทุนควรติดตามการทบทวนดัชนี FTSE วันที่ 20 ส.ค. มีผล 17 ก.ย.

ธีมการลงทุนระยะสั้น กลุ่มสื่อสารและ REITs ยังเป็นแหล่งพักเงินที่ดี ในช่วงที่ตลาดกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงการปรับประมาณการผลประกอบการที่อาจจะเกิดขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เรามองทยอยสะสม ADVANC, DTAC, FTREIT, WHART / เก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุน JAS, ALT / ทยอยสะสมสาธารณูปโภค RATCH, EASTW, WHAUP, TTW / กลุ่มอาหารและเกษตร TVO, TU, CPF, GFPT, TWPC / เก็งกำไร กลุ่มเดินเรือ PSL, TTA, RCL / เก็งกำไรกลุ่มบรรจุภัณฑ์ SCGP, BGC / เก็งกำไรแบบกำหนดจุดตัดขาดทุนกลุ่มเปิดเมือง BBL, SCB, KBANK, CPN, CRC, MINT (มีร.ร.ในตปท.), SHR (มีร.ร.ในตปท.)

ภาพรวมกลยุทธ์: ยังแค่เลือกเก็งกำไรหลัง SET Index อาจฟื้นแต่ยังอยู่ในแนวโน้มแกว่งตัวลง ในกรอบ 1,500-1,550 จุด อย่างไรก็ตาม การลงทดสอบแนวรับระหว่างทาง หุ้นรายตัวมีโอกาสคาดหวัง การฟื้นตัวในระดับ 5-10% หลังหุ้นขนาดใหญ่ปรับลดลง มาแรง 20-30% //หุ้นแนะนำ: TTA*, KEX*, FORTH*, EASTW*

แนวรับ: 1,535/ แนวต้าน : 1,550-1,565 จุด สัดส่วน : เงินสด 60% : พอร์ตหุ้น 40%

 

ประเด็นการลงทุน

สหรัฐรายงานตัวเลขค้าปลีกก.ค.ต่ำกว่าคาด. ร่วง 1.1% ลงมากกว่าคาดที่ 0.3% โดยตัวเลขที่ซบเซารับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตา รวมทั้งการที่มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลได้หมดอายุลง

ครึ่งปีระดมทุน 1.4 แสนล้าน กำไรโต 119%. กลต.เผยข้อมูลตลาดทุนไทยช่วงไตรมาส 2/64 ระดมทุนผ่านตราสารทุนกว่า 1.4 แสนล้านบาท ส่วนมูลค่าเสนอขายตราสารหนี้พุ่งเป็น 4 แสนล้านบาท ด้านผลประกอบการบริษัทฯ จำนวน 566 บริษัท มีกำไรสุทธิรวม 2.76 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 119.4% ขณะที่ครึ่งปีหลังคาดกำไรมีโอกาสลดลง 40%

บริการใหม่แอร์เอเชีย. เปิดตัว airasia food บริการส่งอาหารพร้อมแคมเปญฟรี 30,000 มื้อตลอดระยะเวลา 30 วัน และส่วนลดอื่นๆ พร้อมให้บริการสำหรับลูกค้าในกรุงเทพฯ 4 พื้นที่ ได้แก่ ดินแดง จตุจักร ลาดพร้าว และห้วยขวาง โดยตั้งเป้าขยายพื้นที่ให้บริการครอบคลุมทั่วกรุงเทพฯ เร็วๆ นี้

RBF-OSP. ประกาศดีลใหญ่กับบริษัทในเครือ OSP เซ็นต์สัญญาสั่งซื้อขายน้ำมันเมล็ดกัญชง เพื่อนำมาผลิตสินค้ากลุ่มความงามและดูแลร่างกาย พร้อมเผยมีลูกค้าจองคำสั่งซื้อสารสกัด CBD-THC เข้ามาอีก 6-7 ราย

XPG คาดผลงานปีนี้ ทำกำไร แตะ100 ลบ. หวังธุรกิจโบรกฯหนุน - เผยยื่นอยู่ระหว่างยื่น 4 ไลเซ่นส์ดิจิทัล คาดว่ารายได้และกำไรของบริษัทในทุกกลุ่มธุรกิจจะปรับเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องตามแผนงานที่วางไว้ ซึ่งจะช่วยให้บริษัทมีรายได้เติบโตก้าวกระโดดได้ในปี65

ประเด็นติดตาม: -  17 ส.ค.: EU GDP Q2/64 / 25 ส.ค.: Thailand Focus

(* หมายถึง หุ้นทางกลยุทธ์ ซึ่งอาจมีคำแนะนำต่างกับพื้นฐาน หรือที่ไม่ ได้อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH ซึ่งนักลงทุนควรพิจารณาตั้งจุดตัดขาดทุน 3-5% ของราคาที่เข้าซื้อ)