"หุ้นไทย" เปิดตลาดวันนี้ (17 ส.ค.) ดัชนีเคลื่อนไหวอยู่ที่ 1,537.75 จุด เพิ่มขึ้น 6.51 จุด หรือ 0.43% ด้วยมูลค่าการซื้อขาย1.13หมื่นล้าน โบรกชี้มีโอกาสรีบาวด์ทางเทคนิคและเงินบาทชะลอการอ่อนค่า ลดแรงกดดันเงินทุนต่างชาติไหลออก
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ไทยพาณิชย์ เปิดเผยว่า ในระยะสั้น เริ่มมี downside จำกัด โดยมีแนวรับบริเวณ 1,510-1,520 จุด เป็นจุดรองรับ และมีโอกาสรีบาวด์ทางเทคนิค รวมถึงเงินบาทที่ชะลอการอ่อนค่า ช่วยลดแรงกดดันด้าน fund flow ไหลออกของนักลงทุนต่างชาติ ด้านแนวต้านอยู่ที่ 1,542 และ 1,552 จุด หากขึ้นทะลุผ่านจะเป็นสัญญาณที่ดี
ทางด้านกลยุทธ์ ใช้บริเวณ 1,500 จุด เป็นจุดเริ่มซื้อสะสมสัดส่วน 25% เพื่อการลงทุน เช่น OSP BEM AOT CPALL BGRIM แนะนำ BDMS แนวโน้มกำไรปกติ 3Q64 ยังเติบโต QoQ จากการขยายกำลังการให้บริการ ฐานะการเงินแข็งแกร่ง และแนะนำ KCE แนวโน้มกำไร 2H64 ยังเติบโตดีต่อเนื่อง และเงินบาทที่มีแนวโน้มอ่อนค่า
ด้านการเลือกลงทุน (Selective Buy) หรือเก็งกำไร ทำอย่างระมัดระวัง ในกลุ่มหุ้นเชิงรับ/หุ้นกำไรแนวโน้มเติบโตดี ที่เป็นDefensive Plays เช่น BDMS RJH SCGP GPSC SFT และกลุ่ม Global Plays หุ้นส่งออกได้ประโยชน์บาทอ่อน ได้ประโยชน์ supply chain shortage เช่น KCE HANA III WICE PSL RCL โดยเก็งกำไรระยะสั้น กำหนดจุด stop loss ทุกครั้ง
ประเด็นสำคัญ มีดังนี้
1 ตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้น ยุโรปปรับลดลง ราคาน้ำมันร่วงลง
ตลาดหุ้นสหรัฐปรับขึ้น หนุนจากหุ้น Tech ช่วยหักล้างตัวเลข ศก. ของสหรัฐ รวมถึงผลผลิตภาคอุตสาหกรรมและยอดค้าปลีกของจีนที่ออกมาแย่กว่าคาด ด้านตลาดหุ้นยุโรปปรับลดลง ส่วนราคาน้ำมันร่วงลงเช่นกัน
2.ประชุม ศบค. ขยายล็อกดาวน์-เคอร์ฟิวพื้นที่แดงเข้ม 18 - 31 ส.ค.นี้
อนุญาตให้เปิดธนาคารในห้างฯ เพิ่มเติมเพียงธุรกิจเดียว ส่วนประเด็นอื่นๆ คือ เห็นชอบ Factory Sandbox 4 กลุ่ม คือ ยานยนต์ ชิ้นส่วนอิเล็กฯ อาหาร อุปกรณ์แพทย์ ระยะแรก 4 จ. นอกจากนี้ยังให้ขยายพื้นที่โครงการภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ โมเดล 7+7 เชื่อมโยงสุราษฎร์-กระบี่-พังงา เริ่ม 16 ส.ค.
3.ไตรมาส3 ปี 64 จับตาต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นกดดันอัตรากำไรบริษัทจดทะเบียน
สาเหตุจากต้นทุนวัตถุดิบ ต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าขนส่งเพิ่มขึ้น จากการศึกษาข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี พบว่า ในช่วงที่ดัชนีราคาผู้ผลิตสูงกว่าดัชนีราคาผู้บริโภค กลุ่ม Low Pricing Power ซึ่งเป็นกลุ่มที่มี GPM เฉลี่ยในระดับต่ำและผันผวน ราคาหุ้นในรอบ 12 เดือนมักให้ผลตอบแทนไม่ดี เฉลี่ยที่ -5% เช่น ปิโตรฯ วัสดุก่อสร้าง เกษตร เหล็ก ส่วนกลุ่ม High Pricing Power ซึ่งเป็นกลุ่มที่มี GPM เฉลี่ยในระดับสูง และไม่ผันผวน ราคาหุ้นจะให้ผลตอบแทน 12 เดือนเฉลี่ย 11% คือ ขนส่ง การแพทย์ ICT เราจึงแนะนำกลุ่มนี้









