วันอังคาร ที่ 6 ตุลาคม 2569

Login
Login

ไร้ออเดอร์จีน! ลำไยจันท์หวั่นสูญหมื่นล้าน

(ชมคลิปข่าวด้านล่าง) นายกสมาคมการค้าชายแดนไทย-กัมพูชา จี้ 2 กระทรวงใหญ่เร่งเจรจา ชี้ไม่สำเร็จเสียหายนับหมื่นล้าน

ดร.รัฐวิทย์ ตั้งเกียรติพชร นายกสมาคมการค้าและการท่องเที่ยวชายแดนไทย-กัมพูชา เผยว่า คำสั่งห้ามนำเข้าผลไม้จากโรงคัดบรรจุ (ล้ง) จากจันทบุรีมากถึง 28 แห่งถือเป็นเรื่องใหญ่ และหาก 2 กระทรวงใหญ่ ทั้งกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรฯ ไม่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือกรมวิชาการเกษตรในการเร่งหาทางเจรจา จะทำให้ตลาดลำไยของไทยปีนี้เสียหายหนักมาก

โดยเฉพาะผลผลิตลำไยใน จ.จันทบุรี ที่จะทยอยออกสู่ตลาดมากถึง 300,000 ตัน นับตั้งแต่เดือน ต.ค.2564-ม.ค.2565 และมากกว่า 50% เป็นการรับซื้อจากล้งผลไม้ทั้ง 28 แห่งที่ถูกตัดสิทธิ

“จันทบุรี มีมูลค่าการส่งออกลำไยต่อปีประมาณ 8,500-10,000 ล้านบาท ซึ่งหาก 2 กระทรวงใหญ่ยังนิ่งเฉยและปล่อยให้กรมวิชาการเกษตรแก้ปัญหาแต่เพียงหน่วยงานเดียว เชื่อว่าตลาดลำไยไทยถึงคราวล่มสลายแน่ ซึ่งเรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องใหญ่ระดับประเทศ และทูตไทยในเมืองปักกิ่ง ต้องเข้ามาช่วยเจรจาเพื่อให้การค้าเดินต่อไปได้”

สำหรับแนวทางแก้ไขที่ ดร.รัฐวิทย์ เสนอต่อหน่วยงานภาครัฐคือ การเจรจาเพื่อขอผ่อนผันให้ทางการจีนบังคับใช้คำสั่งดังกล่าวออกไป 1 ปี เพื่อเปิดโอกาสให้ล้งที่ถูกตัดสิทธิแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น

พร้อมตั้งกฎว่าแม้ในปีนี้จะได้รับอนุญาตให้ส่งออกลำไยได้ แต่ในปีหน้าหากตรวจสอบพบว่าล้งที่ถูกระบุยังเจอปัญหาเรื่องเพลี้ยแป้งในลำไยไม่น้อยกว่า 50% ก็จะต้องถูกตัดสิทธิในทันที แต่หากล้งใดสามารถแก้ปัญหาเรื่องเพลี้ยแป้งในลำไยได้มากกว่า 70% จะได้รับการปลดล็อก

“ที่ผ่านมา ลำไยจันทบุรีไม่เคยสร้างปัญหาให้รัฐ เพราะส่งออกได้ราคาดีมาตลอดแม้จะต้องประสบปัญหาเรื่องการขาดแคลนแรงเก็บผลผลิต ซึ่งสมาคมฯ ได้ทำเรื่องถึงผู้ว่าฯ ให้เสนอ สบค.เพื่ออนุญาตให้สามารถนำแรงงานต่างด้าวเข้ามาช่วยเก็บผลผลิตได้ภายใต้มาตรการตรวจเข้มโควิด-19 ทั้งจาก 2 ประเทศ และเมื่อมาเจอปัญหาล่าสุดเรื่องคำสั่งจากจีน ยิ่งถือเป็นปัญหาหนักและหากรัฐยังแก้ไม่ได้เชื่อว่าตลาดผลไม้ไทยมีปัญหาแน่”