THAI ครึ่งปีแรก64กำไร 1.1 หมื่นล้าน จากช่วงเดียวกันปีก่อนขาดทุน 2.8 หมื่นล้าน เหตุ มีรายการพิเศษ จากการปรับโครงสร้างหนี้-ขายเงินลงทุน ขณะที่ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงิน ด้วยเหตุได้พิจารณาสถานการณ์ความไม่แน่นอนที่มีผลกระทบต่อผลการดำเนินงาน
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือTHAI แจ้งผลการดำเนินงานงานงวดครึ่งปีแรก2564 ว่า มีกำไรสุทธิ 11,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้น จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีผลขาดทุน 28,016.46 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทและบริษัทย่อย มีรายได้รวม 10,220 ล้านบาท ตํ่ากว่าปี ก่อน 30,273 ล้านบาท หรือ 74.8% สาเหตุสําคัญจากทั้งรายได้จากการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าลดลง 30,486 ล้านบาท (84.2%) รายได้จากการบริการอื่นๆ ลดลง 1,417 ล้านบาท เพราะมาตรการจํากัดการเดินทางระหว่างประเทศทั้งของประเทศไทยและประเทศต่าง ๆ แต่มีรายได้อื่นเพิ่มขึ้น 1,630 ล้านบาท
สําหรับค่าใช้จ่ายรวมทั้งสิ้น 24,555 ล้านบาท ตํ่กว่าปี ก่อน 34,246 ล้านบาท (58.2%) สาเหตุหลักเกิดจากค่าใช้จ่ายดําเนินงานที่แปรผันตามปริมาณการผลิตและ/หรือปริมาณการขนส่ง และการดําเนินการเพื่อลดค่าใช้จ่ายอยางเข้มงวด แต่ยังไม่เพียงพอที่จะชดเชยรายได้ที่ สูญเสียไป ส่งผลให้ขาดทุนจากการดําเนินงาน 14,335 ล้านบาท แต่ขาดทุนลดลงจากปี ก่อน 3,973 ล้านบาท
ทั้งนี้ในงวดหกเดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวรวม 25,899 ล้านบาท ประกอบด้วย
- กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จํากัด (มหาชน) จํานวน 2,004 ล้านบาท
- กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัท สายการบินนกแอร์ จํากัด (มหาชน) จํานวน 95 ล้านบาท
- กำไรจากการปรับโครงสร้างหนี้ จํานวน 8,675 ล้านบาท
- เงินชดเชยโครงการร่วมใจจากองค์กร 4,896 ล้านบาท
- เงินชดเชยกรณีเลิกจ้างพนักงาน 613 ล้านบาท
- รายการปรับปรุงผลประโยชน์พนักงาน 8,323 ล้านบาท จากการปรับเปลี่ยนโครงสร้างบริษัทฯ และผลประโยชน์ของพนักงาน
- ผลขาดทุนจากการด้อยค่าของเครื่องบินและสินทรัพย์สิทธิการใช้และอุปกรณ์การบินหมุนเวียน จํานวน-18,459 ล้านบาท
- ผลขาดทุนจากการด้อยค่าซึ่งเป็ นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่9 จํานวน 163 ล้านบาท
- ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศจํานวน 6,311 ล้านบาท ซึ่ งส่วนใหญ่เกิดจากการตีมูลค่าทางบัญชีของหนี้สินที่เป็นเงินตราต่างประเทศ รวมหนี้สินตามสัญญาเช่าดําเนินงานเครื่องบิน ตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่16
ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2564 บริษัทฯ และบริษัทย่อย มีสินทรัพย์รวมจํานวน 168,582 ล้านบาท ลดลงจากวันที่31 ธ.ค. 2563 จํานวน 40,715 ล้านบาท ขณะที่บริษัทและบริษัทย่อย มีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดจํานวน 6,730 ล้านบาทคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.0 ของสินทรัพย์รวม ลดลงจาก ณ 31 ธ.ค. 2563 จํานวน 1,944 ล้านบาท จากการใช้ไปในการดําเนินกิจการ ถึงแม้จะมีเงินสดรับจากการขายเงินลงทุนในบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จํากัด(มหาชน) และเงินลงทุนในสายการบินนกแอร์ จํากัด (มหาชน)
ทั้งนี้ เงินจากการจําหน่ายทรัพย์สินมีวัตถุประสงค์เฉพาะตามคําสั่งศาลล้มละลายกลางในการฟื้นฟูกิจการ เพื่อใช้ชําระค่าใช้จ่ายทางตรงที่เกี่ยวข้องกับการประกอบธุรกิจขนส่งผู้โดยสาร ชําระค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกบการดําเนินธุรกิจการให้บริการขนส่งสินค้าทางอากาศและเป็นค่าใช้จ่ายที่จัดสรรให้แก่ผู้พ้นสภาพการเป็นพนักงานของลูกหนี้ในโครงการร่วมใจเสียสละเพื่อองค์กร (Mutual Separation Plan - MSP) ตามที่ได้กําหนดไว้ในแผนฟื้นฟูกิจการที่ได้รับความเห็นชอบจากที่
ประชุมเจ้าหนี้ และศาลล้มละลายกลางแล้ว
อย่างไรก็ตามจากที่บริษัทได้แจ้งผลการดำเนินงานงวดครึ่งปีแรก2564 นั้น ซึ่งผู้สอบบัญชีได้มีการสอบทานและรับรองงบการเงิน โดยไม่แสดงความเห็นด้วยเหตุที่ได้พิจารณาสถานการณ์ที่ส่งผลกระทบต่อความไม่แน่นอนต่อการดำเนินงานของบริษัทดังต่อไปนี้
1.การขาดสภาพคล่องทางการเงินและการผิดนัดชำระหนี้
ตามที่กล่าวในหมายเหตุประกอบงบการเงินระหว่างกาลข้อ 1ถึงฐานะการเงินของกลุ่มบริษัท
และบริษัทฯ ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 กลุ่มบริษัทมีหนี้สินหมุนเวียน สูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนอย่างมีนัยสำคัญ จำนวน 53,735 ล้านบาทและมีผลขาดทุนเกินทุนจำนวน 116,484 ล้านบาท ในงบการเงินรวมและบริษัทฯ มีหนี้สินหมุนเวียนสูงกว่าสินทรัพย์หมุนเวียนจำนวน 49,767 ถ้านบาท และมีผลขาดทุนเกินทุนจำนวน 112,840 ล้นบาท ในงบการเงินเฉพาะกิจการ ทั้งนี้ กลุ่มบริษัทและบริษัทฯ มีผลขาดทุนจากการดำเนินงานตั้งแต่ปี 2556 จนส่งผลให้กลุ่มบริษัทและบริษัทฯ มีผลขาดทุนเกินทุนและขาดสภาพคล่องทางการเงิน ในไตรมาสที่ 2 ปี 2563 บริษัทฯ เข้าสู่สภาวะการพักชำระหนี้จากการที่ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 ซึ่งเป็นเหตุให้บริษัท เข้าเงื่อนไข
ของการผิดนัดชำระหนี้สินที่คงค้างและผิดนัดชำระหนี้สินที่ทยอยถึงกำหนดชำระซึ่งประกอบด้วย เข้าหนี้การค้า เงินกู้ยืมระยะสั้น เงินกู้ยืมระยะยาว หุ้นกู้ และหนี้สินตามสัญญาเช่า ต่อมาเมื่อวันที่ 15 มิ.ย.2564 ศาลสัมละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยเผนฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ แล้ว (ดูวรรคเกณฑ์ในการไม่ให้ข้อสรุปข้อ 3) และในระหว่างนี้บริษัทฯ อยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการ
2. ผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ต่อการดำเนินงานของกลุ่มบริษัท
ตามที่กล่าวในหมายเหตุประกอบงบการเงินระหว่างกาลข้อ1 ถึงสถานการณ์การแพร่ระบาด
ของCOVID-19 ทำให้เกิดการ ชะลอตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งมีผลกระทบต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมส่วนใหญ่โดยเฉพาะธุรกิจการบิน โดยตั้งแต่วันที่ 23 มี.ค. 2563 และวันที่ 25
มี.ค. 2563 บริษัท ไทยสมายส์แอร์เวย์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัทฯ และบริษัทฯ ได้ยกเลิกเที่ยวบินในประเทศและต่างประเทศเป็นการชั่วคราวตามลำดับ อย่างไรก็ตามในเดือนมิถุนายน 2563 บริษัทไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด ได้เปิดให้บริการเที่ยวบินในประเทศบางส่วนตามเส้นทางเดิม และมีการพิจารณาเพิ่มและลดจำนวนเที่ยวบินตามความต้องการของผู้โดยสาร รวมทั้งเพิ่มเส้นทางใหม่ในประเทศ ทั้งนี้ ในเดือนสิงหาคม 2563 และในระหว่างปี 2564 บริษัทฯ ได้ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศบางส่วนรวมถึงเที่ยวบินเช่าเหมาลำแต่ยังไม่สามารถกลับเข้าสู่สภาวะปกติ ทั้งนี้ตั้งแต่วันที่ 21 กรกฏาคม 2564 บริษัท ไทยสมายล์แอร์เวย์ จำกัด หยุดให้บริการเส้นทางบินภายในประเทศทุกเส้นทางเป็นการชั่วคราวอันเนื่องมาจาก
การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 อย่างไรก็ตามบริษัทฯ และบริษัทย่อยอยู่ระหว่างประเมินสถนการณ์เพื่อกลับมาทำการบินตามสภาวะตามปกติเมื่อสถานการณ์ดีขึ้น
3. การเข้าสู่กระบานการฟื้นฟูกิจการตามที่ได้กล่าวไว้ในหมายเหตุประกอบงบการเงินระหว่างกาลข้อ 4 เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม2563 บริษัทฯ ได้ยื่นคำร้องขอฟื้นฟูกิจการและเสนอผู้จัดทำเผนฟื้นฟูกิจการต่อศาลส้มละลายกลางภายใต้พระราชบัญญัติส้มละลาย พุทธศักราช 2483 โดยศาลส้มละลายกลาง ได้มีคำสั่งรับคำร้องขอฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2563 และเมื่อวันที่ 14 กันยายน 2563 ศาลล้มละลายกลางได้มีคำสั่งให้ บริษัทฯ ฟื้นฟูกิจการและมีคำสั่งแต่งตั้งคณะผู้ทำแผนตามที่บริษัทฯ เสนอส่งผลให้บริษัทฯ เข้าสู่กระบวนการฟื้นฟูกิจการ เมื่อวันที่ 2 มีนาคม 2564 คณะผู้ทำแผน ได้ยื่นแผนฟื้นฟูกิจการต่อเจ้าพนักงานพิทักษัทรัพย์ และเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2564 ที่ประชุมเจ้าหนี้ได้มีมติยอมรับแผนฟื้นฟูกิจการตามมาตรา90/46 แห่งพระราบัญญัติสัมละลายพุทธศักราช 2483 ต่อมาเมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2564 ศาลส้มละลายกลางมีคำสั่งเห็นชอบด้วยแผนฟื้นฟูกิจการ และคำร้องขอแก้ไขแผนดามมติที่ประชุมของเข้าหนี้เมื่อวันที่ 19 พ.ค. 2564 ซึ่งรวมถึงการเห็นชอบผู้บริ หารแผนตามที่ได้เสนอ โดยสาระสำคัญของแผนฟื้นฟูกิจการคือ การปรับโครงสร้างทุน การชำระหนี้ตามกลุ่มของเจ้าหนี้ และผลสำเร็จของแผนฟื้นฟูกิจการขณะนี้
ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างการดำเนินการตามแผนฟื้นฟูกิจการ ทั้งนี้ผลสำเร็จของแผนฟื้นฟูกิจการขึ้นอยู่กับความสามารถในการดำเนินการตามแผนและจะต้องเข้าเงื่อนไขทุกข้อตามที่ระบุในแผนฟื้นฟูกิจการ
บริษัทฯ ใคร่ขอเรียนชี้แจงว่าการที่ผู้สอบบัญชีไม่แสดงความเห็นต่องบการเงินรวมของบริษัทและบริษัทย่อย และงบการเงินเฉพาะกิจการของบริษัทฯ สำหรับงวดหกเดือนสิ้นสุด วันที่ 30 มิ.ย.2564 ไม่ได้มีสาเหตุจากการถูกจำกัดขอบเขตโดยผู้บริหารหรือการไม่สามารถหา หลักฐานการตรวงสอบงบการเงินได้ แต่เกิดจากผลกระทบต่อความไม่แน่นอนตามสถานการณ์ดังหัวข้อ 1 ถึง 3 ข้างต้นซึ่งการเข้าสู่ศาลล้มละลายกลางเป็นกระบวนการตามปกติของการฟื้นฟูกิจการตามกฎหมายสำหรับกิจการที่ยังมีโอกาสในทางธุรกิจที่จะคำเนินงานต่อไปได้ในระยะยาว
ในส่วนการดำเนินงานตามปกติที่หยุดทำการชั่วคราวจากสถานการณ์การแพร่ระบาคของโรค COVID-19 นั้น
บริษัทฯ ได้ให้บริการเที่ยวบินระหว่างประเทศบางส่วน รวมถึงการให้บริการเที่ยวบินพิเศษในการรับคนไทยและต่างชาติกลับประเทศ(Repatriation Flight) และบริษัทฯ ยังคงมีแนวทางการดำเนินธุร กิจเพื่อสร้างรายได้ในหลายด้าน เช่น การขนส่งสินค้า บริการค้านภัตตาการ บริการภาดพื้นอื่นๆ ซึ่งเมื่อสถานการณ์ทั่วโลกดีขึ้นหรือกลับเป็นปกติบริษัทฯ ก็จะกลับมาดำเนินการเต็มรูปแบบต่อไปภายใต้แผนฟื้นฟูกิจกา









