(ชมคลิปข่าวด้านล่าง)
บรรยากาศร้านไสวอาหารทะเล ริมถนนพระราม 2 เป็นไปด้วยความเงียบเหงาหลังจากภาครัฐได้ขยายพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด หรือพื้นที่สีแดงเข้ม จากเดิม 13 จังหวัด เป็น 29 จังหวัด ในจำนวนนี้มีจังหวัดสมุทรสงครามรวมอยู่ด้วย
ประธานชมรมผู้ประกอบการค้าอาหารสมุทรสงคราม ภาณุมาศ รวมสุข ระบุ ตนพร้อมกับสมาชิกชมรมทุกร้านพร้อมและยินดีปฏิบัติตามคำสั่งของจังหวัด และศบค.และพร้อมที่จะให้ความร่วมมือทุกๆด้าน เพื่อหยุดเชื้อและความปลอดภัยของผู้บริโภค และเจ้าของร้านรวมถึงพนักงานทุกคน แต่ต้องยอมรับว่าการประกาศล็อกดาวน์แบบนี้ร้านอาหารทุกร้านไม่มีใครได้เตรียมตัวเตรียมใจกันก่อน ผลกระทบที่เกิดขึ้นได้รับความเดือดร้อนกันทุกภาคส่วนในจังหวัด ไม่ว่าจะเป็นโรงแรม รีสอร์ท โฮมสเตย์และแหล่งท่องเที่ยวต่างๆร้านค้าทั่วไป
บรรดาร้านอาหารหมดหวังหมดกำลังใจแทนที่จะมีรายได้จุนเจือครอบครัวและพนักงาน รายรับไม่มี กลับมีแต่รายจ่ายให้กับลูกน้อง พนักงานที่ต้องเลี้ยงดูกันทุกวัน ซึ่งผู้ประกอบการเองก็ไม่รู้ทางภาครัฐจะมาช่วยเยียวยากับเจ้าของกิจการอย่างไร เพราะที่ผ่านมาเยียวยาแต่ลูกจ้างพนักงาน ส่วนนายจ้างและเจ้าของกิจการต้องมารับภาระต่างๆมากมายทั้งในเรื่องของภาษีต่างๆประกันสังคม และรายจ่ายอื่นๆที่ตามมาอีก
การผ่อนคลายว่าเปิดร้านได้แต่ห้ามนั่งกินแล้วจะได้ประโยชน์อะไร เปิดร้านไปก็นั่งกินไม่ได้ เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ก็เป็นนักท่องเที่ยวผ่านไปผ่านมา เท่ากับเปิดร้านกินเองเลี้ยงลูกน้องคนงาน มีแต่ค่าใช้จ่ายแต่ไม่มีรายรับแล้วมันจะอยู่กันได้อย่างไร ลูกน้องคนงานพอได้ยินประกาศนี้ก็บ่นกันไปว่าแล้วพวกหนูจะเอาอะไรกินกัน ส่วนนายจ้างเองก็ไม่เคยได้รับการชดเชยอะไรเลยสักครั้ง เจ็บแล้วเจ็บอีกจนบ้างรายถึงกับเลิกกิจการไปเลยบางรายก็ทนอยู่ๆไปแล้วเมื่อไรจะดีก็ไม่มีใครตอบได้ จึงวอนทุกท่านที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ได้ช่วยเหลือผู้ประกอบการร้านค้าร้านอาหารและแผงลอยต่างๆ ที่ได้รับผลกระทบครั้งนี้ด้วยทุกช่องทางที่จะช่วยเหลือได้
ส่วนกรณีวัคซีนนั้นนายภาณุมาศกล่าวว่าเข็มแรกยังไม่เห็นเลยที่อื่นเค้าเข็ม 2 - 3ไปแล้ว แต่ชีวิตพ่อค้าแม่ค้าสุดแสนเศร้าที่ยังไม่ได้ฉีดวัคซีน ทั้งที่เมืองแม่กลองสมุทรสงครามเป็นเมืองท่องเที่ยวเศรษฐกิจการเงินไหลเข้ามาจากนักท่องเที่ยว ซึ่งร้านอาหารจัดว่าเป็นด่านหน้าต้องรับนักท่องเที่ยวซึ่งทำเงินเข้าจังหวัดมากมายเป็นลำดับต้นๆแต่ไม่ได้รับการเหลียวแลช่วยเหลือแม้กระทั่งวัคซีน









