(ชมคลิปข่าวด้านล่าง) ธ.ก.ส. ชี้ ผลกระทบโควิดต้องล็อกดาวน์ ทำราคาสินคาเกษตรส.ค. ลดลงทั้งหมู กุ้ง ยาง ส่วนข้าวหอมมะลิเจอผลกระทบขาดแคลนตู้ส่งออก
รองผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สมเกียรติ กิมาวหา ระบุ ศูนย์วิจัยและพัฒนานวัตกรรม ธ.ก.ส. ได้คาดการณ์ราคาสินค้าเกษตรในเดือนสิงหาคม 2564 โดยสินค้าเกษตรที่มีแนวโน้มราคาปรับตัวลดลง ได้แก่ สุกร ราคาอยู่ที่ 70.55-71.26 บาท/กก. ลดลงจากเดือนก่อน 0.34-1.33% เนื่องจากภาครัฐยกระดับมาตรการปิดสถานที่ในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด เพื่อควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 อาทิ การงดรับประทานอาหารที่ร้านอาหาร โรงเรียนและสถาบันศึกษาให้ใช้วิธีการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ส่งผลให้ความต้องการบริโภคเนื้อสุกรลดลง
กุ้งขาวแวนนาไม ราคาอยู่ที่ 133.69 – 135.32 บาท/กก. ลดลงจากเดือนก่อน 0.50 – 1.70% เนื่องจากคาดว่าจะมีการใช้มาตรการล็อกดาวน์เพื่อควบคุมการแพร่ระบาดในพื้นที่ควบคุมสูงสุดต่อเนื่องในเดือนสิงหาคม จะส่งผลให้ความต้องการบริโภคกุ้งในประเทศลดลง ซึ่งการส่งออกกุ้งของไทย คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดไวรัสโควิด-19 ทั้งจากการขาดแคลนแรงงานและประเทศผู้นำเข้าที่มีความกังวลเกี่ยวกับคุณภาพกุ้งของไทย
ข้าวเปลือกหอมมะลิ ราคาอยู่ที่ 10,166–10,288 บาท/ตัน ลดลงจากเดือนก่อน 0.91–2.08% เนื่องจากค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าลง ส่งผลให้ราคาส่งออกข้าวของไทยลดลง ประกอบกับปัญหาการขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ ส่งผลให้สามารถส่งออกข้าวได้เพียง 30% ของปริมาณคำสั่งซื้อเท่านั้น
นอกจากนี้ ยังพบว่า ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ความชื้นไม่เกิน 14.5% ราคาอยู่ที่ 8.11 – 8.17 บาท/กก. ลดลงจากเดือนก่อน 0.30 – 1.00% เนื่องจากผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์เริ่มออกสู่ตลาดมากขึ้นในช่วงฤดูเก็บเกี่ยว หรือประมาณ 8.0% ของปริมาณผลผลิตทั้งหมด ซึ่งปัญหาฝนตกในหลายพื้นที่อาจเป็นอุปสรรคในการเก็บเกี่ยวผลผลิต อาจทำให้ผลผลิตออกน้อยกว่าที่คาดการณ์ไว้ ขณะที่ผู้ประกอบการยังมีการนำเข้าวัตถุดิบอื่นมาผลิตอาหารสัตว์เพื่อแก้ไขปัญหาราคาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในประเทศมีราคาสูง
ยางพาราแผ่นดิบ ชั้น 3 ราคาอยู่ที่ 48.00 – 49.00 บาท/กก. ลดลงจากเดือนก่อน 0.04 – 2.08% โดยมีปัจจัยสนับสนุนมาจากสต็อกยางพาราโลกที่ปรับตัวสูงขึ้น และแนวโน้มการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์เดลตาที่ยังรุนแรง มีผลต่อความเชื่อมั่นการลงทุนและการบริโภคภายในประเทศ รวมถึงนักลงทุนในตลาดซื้อขายยางพาราล่วงหน้า ถึงแม้ราคายางพาราในประเทศจะได้ประโยชน์จากอัตราแลกเปลี่ยนเงินบาทที่อ่อนค่าลงก็ตาม
สำหรับสินค้าท่ีมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น เช่น ข้าวเปลือกเจ้า จากปัจจัยบวกคือการขายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ (จีทูจี) ใน 3 ประเทศ คือ จีน บังกลาเทศ และอินโดนีเซีย ได้เพิ่มขึ้น มันสำปะหลัง น้ำตาลทรายดิบ มีราคาเพิ่มขึ้นจากเดือนที่ผ่านมา จากผลกระทบภัยธรรมชาติ ทำให้ผลผลิตประเทศผู้ซื้อเสียหาย และปาล์มน้ำมัน จากความต้องการน้ำมันปาล์มในตลาดโลกเพิ่มสูงขึ้น








