วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

Sideways Up (30 ก.ค. 64)

เก็งกำไร ASP WICE HTECH

คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้

คาดดัชนีฯ Sideways Up แนวรับ 1530 / 1515 จุด แนวต้าน 1545 / 1550 จุด แนะนำ เก็งกำไร ASP WICE HTECH ทางเทคนิคจะเกิดสัญญาณขาลงในเดือน ส.ค. หากดัชนีฯ วันนี้ปิดต่ำกว่าระดับ 1530 จุด ส่วนในด้านปัจจัยพื้นฐาน กระแสเงินทุนต่างชาติยังคงเน้นการลงทุนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และอียู มากกว่าตลาดหุ้นเอเชีย โดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพราะผลกระทบของ COVID-19 ส่งผลให้เศรษฐกิจฟื้นตัวแย่กว่าคาด (สอดคล้องกับ IMF ที่ปรับลดเป้าหมายเติบโตเศรษฐกิจเอเชีย)

-ปัจจัยลบ: 1. คาดศบค. ขยายมาตรการล็อกดาวน์ออกไปอีก 14 วัน และอาจเพิ่มใช้มาตรการเข้มงวดมากขึ้น หลังจากตัวเลขผู้ติดเชื้อทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง (เพิ่มขึ้น 50% ภายใน 7-10 วัน) 2. การฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่แตกต่างกัน (จากรายงานล่าสุดของ IMF) ส่งผลต่อ Fund Flow ย้ายการลงทุนจากเอเชีย ไปยังตลาดหุ้นสหรัฐฯ และอียูเพิ่มขึ้น 3. การกังวลต่อมาตรการควบคุมการผูกขาดธุรกิจของจีน แม้วานนี้ทางการจีนส่งสัญญาณว่าไม่มีการออกเกณฑ์ควบคุมเพิ่มเติม นอกเหนือจากเทคโนโลยี โรงเรียนกวดวิชา 4. สศค. ปรับลดเป้าหมายเติบเศรษฐกิจไทยปีนี้เหลือ 1.3% (จากเดิม 2.3%) ส่งผลให้ผลประชุมกนง. สัปดาห์หน้า มีแนวโน้มปรับลดเป้าหมายเศรษฐกิจจากปัจจุบัน 1.8% 5. เศรษฐกิจสหรัฐฯ 2Q21 เติบโต 6.5% QoQ ใกล้เคียงกับ 1Q21 ที่เติบโต 6.3% QoQ และต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับคาดการณ์ของตลาดที่ 8.5% QoQ

+ปัจจัยบวก: 1. เฟดส่งสัญญาณไม่เร่งพิจารณามาตรการ QE Tapering จนกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อและการจ้างงานถึงระดับเป้าหมาย (Vs ผจก. กองทุนโลก 38% คาดว่าจะเกิด QE Tapering ในงานสัมมนาประจำปีของเฟดระหว่างวันที่ 26-28 ส.ค.) 2. การรายงานกำไรบจ. ที่สูงกว่าคาดการณ์และการประกาศจ่ายปันผลระหว่างของ SCC SCCC ช่วยหนุนตลาดหุ้นไทย 3. ไทยได้รับวัคซีนต้าน COVID-19 บริจาคเพิ่มเติม จาก UK 4.15 แสนโดส และ USA 2.5 ล้านโดส ช่วยหนุนจำนวนวัคซีนสำหรับการฉีดเดือน ส.ค. 4. สภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายโครงสร้างพื้นฐานเบื้องต้น USD550bn ช่วยเพิ่มการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในระยะยาว

ประเด็นอื่น ๆ ที่ต้องติดตาม

      - กลุ่มประเทศสมาชิกยูโรโซน รายงาน 2Q21E GDP วันนี้ คาดปรับตัวดีขึ้นหลังการทยอยเปิดเศรษฐกิจหลังเริ่มควบคุมการระบาดได้ระดับหนึ่ง

      - คาดศบค. ขยายมาตรการล็อกดาวน์ออกไปอีก 14 วัน และอาจเพิ่มใช้มาตรการเข้มงวดมากขึ้น หลังจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศยังไม่ปรับลดลง และอาจพุ่งขึ้นอีก 50% ในช่วง 10 วันข้างหน้า (Lockdown เต็มรูปแบบ กระทบหุ้นอิงการบริโภคในประเทศ ท่องเที่ยว และอาจกระทบต่อภาคส่งออก)

      - จับรายงานผลกำไรบจ. กลุ่มที่มิใช่สถาบันการเงินของไทย นาโดย PTTEP SCC

      - แรงกดดันเงินเฟ้อสหรัฐฯ อาจเพิ่มขึ้น หากเงินเฟ้อพื้นฐาน (Core PCE Deflator) เดือน มิ.ย. คืนนี้พุ่งขึ้นกว่าคาด (คาด 3.7% YoY Vs เดือน พ.ค. 3.4% YoY)

Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา

+ ตลาดหุ้นไทยปิดบวกเล็กน้อย: ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวกรอบแคบ 1533.94-1545.08 จุด ก่อนมาปิดตลาดที่ 1537.78 จุด +0.15 จุด วอลุ่มซื้อขาย 7.94 หมื่นล้านบาท นำขึ้นโดยกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ +2.21% การแพทย์ +1.8% เทคโนโลยีสารสนเทศ +1.56% หุ้นบวก >4% DTAC SCGP AS CHG PSL XPG UKEM SMD PHOL ASP JUTHA SICT หุ้นลบ >4% 7UP SNNP RBF APURE COTTO ASIAN III AEONTS VNG MEGA EPG MVP

+ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ และยุโรปปิดบวก: ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ปิดบวก DJIA +0.44% (+153.60 จุด) S&P500 +0.42% Nasdaq +0.11% เป็นผลจากรายงานผลประกอบการบจ. ที่แข็งแกร่ง และคาดเฟดไม่เร่งคุมเข้มนโยบายการเงิน หลังจาก 2Q21 GDP เติบโตต่ำกว่าคาด 6.5% QoQ (Vs คาด 8.5% QoQ) ส่วนตลาดหุ้นยุโรป CAC40 +0.37% DAX +0.45% FTSE100 +0.88% จากผลกำไรบจ. ที่แข็งแกร่ง การประกาศซื้อหุ้นคืนของ Shell Total และรายงานความเชื่อมั่น Economic Sentiment สูงสุดเป็นประวัติการณ์

+ ราคาน้ำมันและทองคำปิดบวก: ราคาน้ำมันดิบโลกปรับสูงขึ้น WTI +USD1.23 ปิดที่ USD73.62/บาร์เรล Brent +USD1.31 ปิดที่ USD76.05/บาร์เรล จากรายงานสต็อกน้ำมันดิบที่เมืองคุชิ่ง จุดส่งมอบน้ำมันดิบล่วงหน้า ลดลงต่อเนื่องอีก 1.3 ล้านบาร์เรล ส่วนราคาทองคำพุ่งแรง +USD31.20 ปิดที่ USD1,835.80/ออนซ์ หลังเฟดคงนโยบาย QE

ประเด็นสำคัญ

- USA: 2Q21 GDP เติบโต 6.5% QoQ สูงขึ้นเพียงเล็กน้อยเทียบ 1Q21 และต่ำกว่ามากเมื่อเทียบกับคาดการณ์ (Vs คาด 8.5% QoQ และ 1Q21 6.3% QoQ) ทั้งนี้ FED คาดเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเติบโตปี 2021-22E ที่ 7% และ 3.3% ตามลำดับ

- ไทย: สศค. ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2021E เป็น 1.3% (กรอบ 0.8-1.8%) จากเดิมคาด 2.3% กรอบ (1.8-2.8%) เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการระบาดระลอกใหม่ของโรคติดเชื้อ COVID-19

+ Vaccine ไทย: UK บริจาควัคซีน AZ ให้ไทย 4.15 แสนโดส คาดส่งมอบใน 1-2 สัปดาห์ ส่วน USA ส่งวัคซีนช่วยไทย 2.5 ล้านโดส โดยล็อตแรก 1.54 ล้านโดส จะส่งถึงประเทศไทยวันนี้ ในฐานะเป็นสัญญลักษณ์ความร่วมมือระหว่างกัน

+ USA: วุฒิสภามีมติ 67 ต่อ 32 เสียง ผ่านร่างกฎหมายการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน อาทิ ถนน รางรถไฟ เป็นต้น มูลค่า 550 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)

หุ้นแนะนำรายสัปดาห์: NYT PSL ROJNA

หุ้นแนะนำเก็งกำไร: ASP WICE HTECH

Derivatives: แนะถือ Short S50U21 ที่เปิดไว้ต้นทุน 915 จุด (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)