วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

อ่อนตัว (29 ก.ค.64)

เก็งกำไร BCPG EPG KCE

คาดการณ์ตลาดหุ้นไทยวันนี้

คาดดัชนีฯ อ่อนตัว แนวรับ 1535 / 1530 แนวต้าน 1545 / 1550 แนะนำ เก็งกำไร BCPG EPG KCE ทางเทคนิคหากดัชนีฯ หลุด 1530 จุด จะเกิดสัญญาณขายเพิ่ม โดยหุ้นที่คาดว่าจะรายงานผลกำไรเติบโตดี ยังคงเป็นทางเลือกสำหรับการซื้อเก็งกำไรระยะสั้น หลังจาก วันอังคาร SCGP COTTO รายงานกำไรดีกว่าคาด

 - ปัจจัยลบ: 1. ตัวเลขผู้ติดเชื้อทำจุดสูงสุดใหม่อย่างต่อเนื่อง อาจเป็นปัจจัยเร่งให้ ศบค. ต้องออกมาตรการล็อกดาวน์ที่เข็มงวดมากขึ้น ทำให้เพิ่มความกังวลถึงการ Full Lockdown ซึ่งจะกระทบเศรษฐกิจในภาพรวมมากยิ่งขึ้น 2. IMF ปรับลดเป้าเติบโตปีนี้ของกลุ่มประเทศ เกิดใหม่และกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วในเอเชีย เหลือ 6.3% (เดิม 6.7%) นำลงโดยอินเดีย ญี่ปุ่น เนื่องจากการฉีดวัคซีนให้ประชาชนน้อย ทำให้ได้รับผลกระทบรุนแรงจากการระบาดระลอกใหม่ของ COVID-19 ส่วนกลุ่มอาเซียน 5 ประเทศ (อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, ไทย และเวียดนาม) ถูกปรับลดจาก 4.9% เป็น 4.3% และประเทศไทยถูกปรับลดเป็น 2.1% (เดิม 2.6%) 3. ผลจากข่าวจีนกำลังสร้างไซโลเพื่อสะสมอาวุธนิวเคลียร์ อาจกลายเป็นประเด็นความตึงเครียดทางการเมืองระหว่างจีนกับชาติตะวันตก และส่งผลกดดันต่อบรรยากาศการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก 4.สำนักงานเศรษฐกิจการคลังเปิดเผยว่าดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคประจำเดือน มิ.ย. ลดลงทุกภูมิภาคของประเทศ ซึ่งเป็นผลมาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19

+ ปัจจัยบวก: 1. สัญญาณการรีบาวด์ของตลาดหุ้นในภูมิภาคเอเชีย หลังจากปรับตัวลงหนักในสัปดาห์นี้ ทาให้อาจเกิดแรงซื้อคืนหุ้นในวันทำการที่เหลือของสัปดาห์ 2. บจ. ส่วนใหญ่รายงานกำไรดีกว่าคาดการณ์ โดยเฉพาะกลุ่ม FAANG สหรัฐฯ และกลุ่มการเงินยุโรป นำโดย Deutsche, Barclay 3. FOMC ยังคงทั้งอัตราดอกเบี้ยระยะสั้นและวงเงินซื้อพันธบัตรไว้ตามเดิมซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกในช่วงสั้นจากการคลายความกังวลว่า FED จะขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าที่คาด

ประเด็นอื่น ๆ ที่ต้องติดตาม

     - รายงานจำนวนผู้ติดเชื้อ COVID-19 ในประเทศที่ยังคงพุ่งขึ้นต่อเนื่อง (เพิ่มขึ้น 2 เท่า ใน 1 สัปดาห์) จะส่งผลให้ศบค. ต้องเพิ่มมาตรการคุมเข้มมากขึ้น (Full Lockdown กระทบหุ้นอิงการบริโภคในประเทศ ท่องเที่ยว และอาจกระทบต่อภาคส่งออก)

     - ความเชื่อมั่นภาคการบริการของยูโรโซนประจำเดือน ก.ค. คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจาก 17.9 เป็น 19.9

     - รายงาน 2Q21E GDP สหรัฐฯ คาดว่าจะเติบโต 8.6% QoQ ดีขึ้นเมื่อเทียบกับ 6.4% QoQ (1Q21)

     - จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานของสหรัฐ คาดว่าจะอยู่ที่ 3.8 แสนราย ลดลงจากสัปดาห์ก่อนที่ 4.19 แสนราย

Global Market Summary: วันทำการที่ผ่านมา หุ้นยุโรปและน้ำมันดิบปิดบวก ส่วนหุ้นสหรัฐฯ ปิดคละ และทองคำปิดบวก

- ตลาดหุ้นไทยปิดลบต่อเนื่อง: ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวในกรอบ 1531.81-1551.43 จุด ก่อนมาปิดตลาดที่ 1537.63 จุด -7.47 จุด วอลุ่มซื้อขาย 7.02 หมื่นล้านบาท นำลงโดยกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ -3.2% ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์ -1.24% สื่อและสิ่งพิมพ์ -1.06% หุ้นบวก >4% 7UP BROOK APURE COTTO U JUTHA UMS OTO ARIN KKC EE FPI หุ้นลบ >4% MORE JMART JMT TSTH RWI MVP JTS TMI BTW STECH SAMART PM FN

+/- หุ้นสหรัฐฯ ปิดคละ แต่หุ้นยุโรปปิดบวก: DJIA -0.36% (-127.59 จุด) S&P500 -0.02% (-0.82 จุด) และ Nasdaq +0.70% (+102.0 จุด) เป็นผลจาก Sell on fact หุ้นที่ประกาศผลประกอบออกมา เช่น McDonald รวมถึงแรงขายในกลุ่ม Telecoms, Utilities และ Financials ส่วนหุ้นยุโรป CAC40 +1.18% (+77.39 จุด) DAX +0.33% (+51.23 จุด) และ FTSE100 +0.29% (+20.55 จุด) โดยได้รับแรงหนุนจากผลการดำเนินการที่ดีขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคาร อาทิ Barclays และ Deutsche Bank รวมถึงหุ้นกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย

+ ราคาน้ำมันดิบและทองคำปิดบวก: WTI +74 เซนต์ ปิดที่ USD72.39/บาร์เรล Brent +26 เซนต์ ปิดที่ USD74.74/บาร์เรล เป็นผลจากตัวเลขสต็อกน้ำมันที่ลดลงต่ำกว่าคาด โดยลดลง 4.1 ล้าน (Vs คาดลดลง 2.5 ล้านบาร์เรล) ส่วนราคาทองคำ USD0.60 ปิดที่ USD1,804.60 /ออนซ์ จากการชะลอลงทุนก่อนรู้ผลประชุมเฟด

ประเด็นสำคัญ

+/- IMF: คาด GDP Growth โลกปีนี้ 6.0% เท่ากับรายงานเมื่อเดือน เม.ย. 2021 แม้มีการปรับเพิ่มคาดการณ์ GDP สหรัฐฯ จาก 6.4% เป็น 7.0% และอังกฤษ จาก 5.3% เป็น 7.0% แต่มีการปรับลดประมาณการสำหรับจีน จาก 8.4% เป็น 8.1% และอินเดีย จาก 12.5% เป็น 9.5% ส่วนกลุ่มอาเซียน 5 ประเทศ (อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, ฟิลิปปินส์, ไทย และเวียดนาม) ถูกปรับลดจาก 4.9% เป็น 4.3% ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจโลกในปีหน้า IMF คาดขยายตัว 4.9% ปรับเพิ่มจากระดับ 4.4% ในรายงานเมื่อเดือน เม.ย.

+ USA: ผลประชุมเฟด (ตามคาด) มีมติคงดอกเบี้ยและไม่มีการส่งสัญญาณยกเลิก QE USD120bn/เดือน จนกว่าเงินเฟ้อและการจ้างงานถึงเป้าหมายของเฟด

+ SCGP: 2Q21 กำไรสุทธิ 2.26 พันล้านบาท โต 19% YoY, 6% QoQ ดีกว่าประมาณการของเราและตลาดฯ คาด 3-9% แนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 69.42 บาท

กลยุทธ์การลงทุน แนะนำ Trading Buy (โดยมีจุดขายตัดขาดทุน 3%)

หุ้นแนะนำารายสัปดาห์: NYT PSL ROJNA

หุ้นแนะนำเก็งกำไร: BCPG EPG KCE

Derivatives: แนะถือ Short S50U21 ที่เปิดไว้ต้นทุน 915 จุด (ติดตามรายละเอียดเพิ่มใน KTZ-D Report)