ข้อกำหนดกระทบห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก
- What’s new
ประเด็นสำคัญจากข้อกำหนดของศบค. ที่จะมีผลบังคับตั้งแต่ 12 ก.ค.
- นโยบาย WFH ทั้งภาคเอกชน, รัฐวิสาหกิจ, และหน่วยงานรัฐบาล
- หยุดให้บริการขนส่งสาธารณะตั้งแต่ 21:00 ถึง 3:00
- ปิดร้านสะดวกซื้อและตลาดสดตั้งแต่ 20:00 ถึง 4:00
- ห้างสรรพสินค้า, ศูนย์การค้า, คอมมูนิตี้มอลล์ปิดให้บริการ 20:00 โดยยังเปิดให้บริการซุปเปอร์มาร์เก็ต, ร้านอาหาร, ธนาคาร, ร้านขายยา, ร้านโทรศัพท์, ร้านค้าสินค้าตกแต่งบ้านและสถานที่ฉีดวัคซีน
- อนุญาตให้ร้านอาหารเปิดแต่สั่งกลับบ้านและเดลิเวอรี่และปิดใน 20:00
- ร้านสปาและร้านเสริมสวยต้องปิดให้บริการ
- ขอความร่วมมือไม่ให้เดินทางหรือเลื่อนการเดินทางข้ามจังหวัด จังหวัดพื้นที่สีแดงเข้มจะตั้งจุดตรวจเพื่อคุมการเดินทาง มีผลตั้งแต่ 6:00น. ของ 10 ก.ค.
- Analysis
กระทบยอดขายห้างสรรพสินค้า CRC ประเด็นเปลี่ยนแปลงสำคัญจากรายงานข่าวและการลงในราชกิจจานุเบกษา คือ ร้านค้าสินค้าตกแต่งบ้านสามารถเปิดทำการได้ ทำให้การประกาศข้อบังคับกระทบต่อห้างสรรพสินค้า CRC และ COL (B2S และ OFM) เป็นหลักจากการปิดทำการ (คาดกระทบน้อยกว่า 2% จากยอดขาย 19% จากห้างสรรพสินค้าและร้านค้าสินค้าเฉพาะ และ 4% จาก COL ทั่วประเทศและลดลงหากนับเฉพาะในพื้นที่สีแดงเข้ม และช่วงเวลา ไม่กี่ อาทิตย์) ชั่วโมงการดำเนินงานที่สั้นลงและการจำกัดการเดินทางระหว่างจังหวัดจะกระทบต่อร้านสะดวกซื้อมากกว่า (ยอดขายจากเศรษฐกิจกลางคืนคิดเป็น 5-10% ของ 7-11)
- Action/ Recommendation
คาดจะผ่อนคลายข้อบังคับอย่างเร็วที่สุดกลางส.ค. จนถึงต้นต.ค. แม้จำนวนผู้ติดเชื้อยังคงอยู่ในระดับสูง เราเชื่อว่าอัตราการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้นจะหนุนการฟื้นตัวของการบริโภค ซึ่งจะกลับสู่เส้นทางปกติในพื้นที่กรุงเทพฯและจังหวัดอื่นที่มีอัตราการฉีดวัคซีน 30-50% (เปิดเมืองเบื้องต้น) ในชั้นตอนแรก (fig.3)








