วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'บล.เอเซียพลัส' คาดล็อกดาวน์10จังหวัดกดดันSSSGกลุ่มค้าปลีกปีนี้ร่วง1%

บล.เอเซียพลัส คาดล็อกดาวน์รอบนี้ผลกระทบจำกัด กว่าช่วงเม.ย.63 ประเมินกลุ่มค้าปลีกได้รับผลกระทบมากสุด ILM, HMPRO และ CRC กดดันยอดขายสาขาเดิม(SSSG )ปี 2564 ที่เฉลี่ยราว1% รองมาเป็น กลุ่มร้านสะดวกซื้อ

บริษัทหลักทรัพย์ บล.เอเซีย พลัส คาดผลกระทบล็อกดาวน์  10 จังหวัด กรุงเทพฯ ปริมณฑล และในภาคใต้ ระยะเวลา 14 วัน (12-25 ก.ค.)ในส่วนของกลุ่มค้าปลีกได้รับผลกระทบ แบ่งเป็น2 กลุ่ม คือ

1.กลุ่มที่ต้องปิดสาขา หรือพื้นที่ขายบางส่วน เนื่องจากเป็นสินค้าที่ ศบค. ไม่อนุญาตให้จำหน่าย อาทิ เสื้อผ้า, เฟอร์นิเจอร์ และของตกแต่งบ้าน ผลกระทบสูงจึงนำโดย CRC ที่ต้องปิดห้างสรรพสินค้าที่จำหน่ายสินค้าแฟชั่น และปิดพื้นที่ขายบางส่วน เช่นเครื่องใช้ไฟฟ้า, ของตกแต่งบ้านในร้านไทวัสดุ เช่นเดียวกับ ILM, HMPRO, DOHOME,BJC

2. กลุ่มที่ยังเปิดได้ปกติ แต่ต้องปรับเวลา ผลกระทบจะอยู่ในกลุ่มร้านสะดวกซื้อ ที่ต้องปรับเวลาปิดตั้งแต่ 20.00 – 4.00 น. (เดิม 24 ชั่วโมง) ส่วน MAKRO, COM7, SPVI หลักๆเป็นการปรับลดเวลาปิด เป็นช่วง 20.00 น. สอดคล้องกับทุกรายดังกล่าว

162606613656

ภาพรวมประเมินผู้ที่ได้รับผลกระทบมากสุดตามคาดการณ์สัดส่วนยอดขายจากมาตรการดังกล่าว คือ ILM, HMPRO และ CRC จากการต้องปิดสาขา รวมถึงพื้นที่ขายในร้านภายใต้มาตรการ 14 วัน ประเมินกรณีถูกปิดร้านจะกระทบต่อ SSSG ปี 2564 ที่เฉลี่ยราว1% รองมาเป็นกลุ่มร้านสะดวกซื้อ CPALL, CRC (Family Mart) และ BJC (Mini Big C)

ทั้งนี้ แม้คิดเป็นระยะเวลาการปิดราว 33% ของเวลาเปิด (8 จาก 24 ชั่วโมง) แต่สัดส่วนยอดขายช่วงดังกล่าวคิดเป็นราว 20% ขณะที่จำนวนสาขาที่กระทบครอบคลุมเฉพาะพื้นที่เพียง 10 จังหวัด ซึ่งประเมินสร้างสัดส่วนยอดขายราว 50% จึงคาดผลกระทบไม่สูง โดยกลุ่มที่ยังกระทบจำกัด คือ BJC, DOHOME, MAKRO, COM7 และ SPVI เนื่องจากพื้นที่ส่วนใหญ่ของร้านยังสามารถเปิดได้ตามปกติ จะมีเพียงบางสาขาที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้าที่อาจจะโดนปิดไปบ้าง

162606639258

ผลกระทบทั้งหมดยังอาจชดเชยได้บางส่วนจากยอดขายช่องทางออนไลน์ของแต่ละบริษัทที่มีความพร้อม และมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น เมื่อเทียบกับช่วงก่อนการระบาด COVID-19 สะท้อนจากตารางเปรียบเทียบสัดส่วนยอดขายออนไลน์ ปี 2562-63 ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยศึกษาSensitivity Analysis ทุกๆ 1% ของ ยอดขายจากสาขาเดิม(SSSG) ที่เปลี่ยนแปลงจะกระทบต่อกำไรสุทธิ ปี2564 และมูลค่าพื้นฐานดังตาราง

162606651366


เน้นหุ้นเติบโต เลือก COM7, SPVI, DOHOMEภายใต้สถานการณ์การระบาดระยะสั้นที่เริ่มกลับมาน่ากังวล เชื่อว่าระยะสั้นตลาดน่าจะกลับมาให้น้ำหนักกับหุ้นที่มีแนวโน้มการเติบโตของกำไร 2Q64 โดดเด่น และได้รับผลกระทบจากมาตรการศบค.จำกัด จึงแนะนำ Selective Buy เลือก DOHOME([email protected]), COM7 (FV@B80) และ SPVI ([email protected]) ชณะที่หุ้นใหญ่ที่ยัง Laggardอาจจะกลับมาอยู่ในช่วงพักฐาน เน้นซื้อลงทุนระยะยาว รอรับสถานการณ์คลี่คลาย BJC([email protected]), MAKRO (FV@B44) และ CPALL ([email protected]) โดยที่ราคาหุ้นปัจจุบัน ฝ่ายวิจัยชื่นชอบ COM7 มากสุด หลังปรับฐานลึกเกือบ 4% ทั้งที่ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นจริงเชื่อว่าจำกัดกว่านั้น