เงินบาทช่วงเช้าวันนี้ อ่อนค่าแตะรับ 32.47 บาทต่อดอลลาร์ ทำสถิติใหม่สูงสุดในรอบ 14 เดือน จากช่วงปิดตลาดที่ระดับ 32.36 บาทต่อดอลลาร์ เงินบาทเผชิญแรงขายตามสกุลเงินในภูมิภาค ท่ามกลางความเสี่ยงโควิด-19แรงขึ้นและการยกระดับมาตรการควบคุมสถานการณ์แพร่ระบาด
นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัยกลุ่มงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า เงินบาทช่วงเช้านี้ (8 ก.ค.)เงินบาทอ่อนค่าผ่านแนว 32.40 บาทต่อดอลลาร์ แตะระดับอ่อนค่าสุดในรอบ 14 เดือนครั้งใหม่ ที่ระดับ 32.47 บาทต่อดอลลาร์เทียบกับระดับเปิดตลาดที่ 32.36 บาทต่อดอลลาร์
โดยเงินบาทเผชิญแรงขายเช่นเดียวกับอีกหลายๆ สกุลเงินในภูมิภาค ท่ามกลางความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด 19 ที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งอาจทำให้ทางการในหลายๆ ประเทศต้องมีการยกระดับมาตรการควบคุมสถานการณ์เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโควิด และติดตามสายพันธุ์โควิดกลายพันธุ์อย่างใกล้ชิด
นางสาวกาญจนา มองว่า ในวันนี้เงินบาทมีโอกาสอ่อนต่อทดสอบแนว 32.50-32.60 บาทต่อดอลลาร์ โดยระยะสั้น ปัจจัยหลักที่กดดันค่าเงินบาทยังอยู่ที่ความกังวลเกี่ยวกับความเสี่ยงและผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทย อันเป็นผลมาจากสถานการณ์โควิดในประเทศที่ยังยืดเยื้อ
สำหรับปัจจัยต้องติดตามจะอยู่ที่การระบาดและมาตรการควบคุมสถานการณ์โควิด 19 ในประเทศ (ล็อกดาวน์) ทิศทางสกุลเงินอื่นๆ ในเอเชีย รวมถึงข้อมูลจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ของสหรัฐฯ
นายพูน พานิชพิบูลย์ นักวิเคราห์ประจำห้องค้าเงิน ธนาคารกรุงไทย มองว่า กว่าที่สถานการณ์การระบาดจะควบคุมได้นั้น อาจใช้เวลานานกว่า 1 เดือน จึงประเมินว่า ค่าเงินบาทมีแนวโน้มอ่อนค่าต่อเนื่อง และเสี่ยงที่จะอ่อนค่าได้ถึงระดับ 33 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งหากสถานการณ์มีแนวโน้มเลวร้ายกว่าคาด พร้อมปรับประมาณการณ์เงินบาทปลายปีนี้ อ่อนค่า กว่าที่เคยประเมินไว้









