‘พาณิชย์หารือเอกอัครราชทูตชิลีประจำประเทศไทย หาแนวทางผลักดันการค้าสองฝ่ายให้เพิ่มขึ้นภายใต้ความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลีพร้อมสานต่อการค้าการลงทุนระหว่างกันหลังโควิด-19’
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ จุรินทร์ ลักษณวิศิษฎ์ เปิดเผยภายหลังการหารือร่วมกับนายคริสเตียน เรเรน บาร์เกตโต เอกอัครราชทูตชิลีประจำประเทศไทย ว่าทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องที่จะกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น แม้ว่าการค้าระหว่างกันจะชะลอตัวจากสถานการณ์โควิด-19 แต่ก็มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเป็นที่น่าพอใจ โดยเฉพาะในช่วงต้นปี 2564
ทั้งสองฝ่ายเห็นควรสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากความตกลงเขตการค้าเสรี หรือ FTA ที่ไทยมีกับชิลีตั้งแต่ปี 2558 ซึ่งปัจจุบันทั้งสองฝ่ายได้ยกเลิกการเก็บภาษีนำเข้ากับสินค้าส่งออกระหว่างกัน 98% ของรายการสินค้าทั้งหมดแล้ว
ทั้งนี้ ไทยและชิลีได้จัดทำความตกลงการค้าเสรีไทย-ชิลี มีผลบังคับใช้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน 2558 ปัจจุบัน ชิลีเป็นคู่ค้าอันดับ 4 ของไทยในลาตินอเมริกา รองจาก เม็กซิโก บราซิล และอาร์เจนตินา
สำหรับช่วง 5 เดือนแรกของปี 2564 (ม.ค. - พ.ค.) การค้าระหว่างไทยและชิลีมีมูลค่า 476 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 14,453 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30.6% จากช่วงเดียวกันของปี 2563 เป็นการส่งออกมูลค่า 258 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 7,793.1 ล้านบาท โดยมีสินค้าส่งออกสำคัญ อาทิ รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง เม็ดพลาสติก เครื่องซักผ้าและส่วนประกอบ และอาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป สำหรับการนำเข้ามีมูลค่า 217 ล้านดอลลาร์ คิดเป็น 6,660 ล้านบาท มีสินค้านำเข้าสำคัญ อาทิ สินแร่โลหะอื่น ๆ เศษโลหะและผลิตภัณฑ์ สัตว์น้ำสด แช่เย็น แช่แข็ง แปรรูปและกึ่งสำเร็จรูป เยื่อกระดาษและเศษกระดาษ ผัก ผลไม้และของปรุงแต่งที่ทำจากผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์แปรรูป ปุ๋ย และยากำจัดศัตรูพืชและสัตว์








